“สมคิด”
สั่งหาช่องทางอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลงทุน
โวยเลือกตั้งเดือนตุลาคมนานเกินไป หวั่นสุญญากาศทางการเมืองนานถึง 7
เดือน ทำประเทศสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
รักษาการรองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ว่า ต้องการให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง
ไปศึกษาว่าในช่วงที่เกิดสุญญากาศทางการเมือง
รัฐบาลรักษาการจะอนุมัติงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่
เพราะอาจใช้เวลาถึง 7 เดือน กว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่และอนุมัติงบประมาณปี
2550 ได้
รวมถึงต้องการทราบว่าอำนาจในการอนุมัติงบลงทุนนั้นอยู่ที่ใครและจะอนุมัติได้มากน้อยเพียงใดที่จะไม่ให้เสีย
มารยาททางการเมือง
เนื่องจากขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม นายสมคิด ระบุว่า
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนขณะนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง
ดังนั้น นักลงทุนจึงมีความต้องการ
ที่จะทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของประเทศว่า
จะมีการขับเคลื่อนไปในทิศทางใด
หากไม่มีความแน่นอนนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
“การกำหนดเลือกตั้งเดือนตุลาคมจะทำให้ชาติสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะการประสานงานกับต่างประเทศ เช่น
การทำข้อตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอกับญี่ปุ่น และสหรัฐ
ที่หากไม่เซ็นสัญญาจะทำให้ประเทศไทยตกขบวนหรือไม่”
แหล่งข่าวอ้างคำพูดของนายสมคิดในที่ประชุม
นอกจากนี้ นายสมคิด
ยังได้มอบหมายให้ นายวิเศษ จูภิบาล
รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ไปศึกษาและเตรียมแนวทางในการรับมือ
หากราคาน้ำมันโลกมีราคาพุ่งสูงขึ้นไปถึง 80
เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามราคาตลาดไนเมกซ์
เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนจากการที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น
ไม่ใช่น้ำมันขึ้นไปแตะระดับสูงสุดแล้วจึงเริ่มคิด
ซึ่งนายวิเศษได้ตอบรับและหาแผนรับมือแล้ว
ขณะที่นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แสดง ความเห็นในที่ประชุมว่า ไม่น่าเป็นห่วงเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ
เพราะสามารถนำแผนของงบประมาณของปี 2549 มาใช้ต่อเนื่องได้
ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ชี้แจงว่า
การเป็นรัฐบาลรักษาการสามารถทำได้ทุกอย่างหากเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและเสียหายต่อประเทศ
โพสต์ทูเดย์ 17 พ.ค. 49