อ่านหนังสือ The Next 100 Years แล้วผมทั้งชมและชังประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ชังก็คือความกร่างในฐานะมหาอำนาจเดี่ยวของโลก ที่จะต้องคอยระมัดระวังไม่ให้มีประเทศใดเข้มแข็งขึ้นมาท้าทาย เรารู้จากหลากหลายทางว่าประเทศนี้ทำได้ทุกวิถีทางเพื่อความยิ่งใหญ่ของตน
ที่ชมคือความเป็นสังคมเปิดและอดทนต่อความคิดเห็นและเปิดเผยความจริง ข้อความมากมายหลายตอนในหนังสือ ที่แสดงความเลวหรือชั่วช้าของรัฐบาลอเมริกันที่ทำต่อประเทศอื่น ถ้าเป็นการเปิดเผยคล้ายๆ กันของประเทศไทย จะถูกหลายฝ่ายก่นด่า ว่าเปิดเผยความลับของชาติ ว่าไม่รักชาติ ผมยังจำเหตุการณ์ช่วงปี ๒๕๓๙ ที่มีนักวิชาการมาเปิดเผยฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ แล้วนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นออกมาประนามว่าทำลายบรรยากาศการลงทุนของประเทศ
สิ่งที่ผมคิดคำนึงก็คือ ต่อไปนี้ประเทศไทยจะต้องรู้จักประเทศที่เป็นหรือจะเป็นคู่ค้า และเป็นมิตรประเทศ เราจะต้องมีการช่วยกันวาดภาพอนาคตใน ๑๐, ๒๐, ๓๐, ๔๐ ปีข้างหน้า ว่าเราจะมีประเทศใดที่ถือว่าเป็น ๒๐ ประเทศแรก และจะต้องส่งคนไปเรียนหนังสือเพื่อพัฒนาเป็นผู้ที่รู้จักประเทศนั้นแบบผู้เข้านอกออกในได้ รู้ภาษานั้นๆ ดี เข้าใจประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสังคมนั้นๆ ต้องวางแผนส่งไปในช่วง ๑๐ ปีประเทศละ ๕ คน รวม ๑๐๐ คน โดยที่ต้องมีการจัดการดูแลผู้รับทุนไปเรียนอย่างใกล้ชิดมาก โดยต้องให้เขากลับมาทำความรู้จักสังคมไทยเป็นระยะๆ ด้วย การส่งนักเรียนทุนไปนี้ ควรร่วมมือกับสถานทูตของประเทศนั้นๆ และกระทรวงต่างประเทศของเขาด้วย เท่ากับเป็นการที่เราบอกเขาว่าเราต้องการสร้างสัมพันธ์ระยะยาวกับเขาอย่างแน่นแฟ้น
ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เป็นประเทศที่ผู้คนมีเสน่ห์ มิตรไมตรี และมีทรัพยากรธรรมชาติ คนไทยเก่งด้านบริการ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และมีทรัพยากรชีวภาพหลากหลาย มีความเข้มแข็งด้านการผลิตอาหารเลี้ยงโลก และมีความสามารถวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร เรามีอาหารไทยที่รสเลิศและเป็นอาหารสุขภาพ เราจะคบค้ากับเพื่อนร่วมโลกด้วยความเข้มแข็งเหล่านิ้
เราจะไม่พัฒนาความเข้มแข็งทางการทหาร สหรัฐกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยสงคราม เป็นไปได้ไหมที่ไทยจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยพลังอ่อนพลังความดี เราจะสร้างสภาพความจำเป็นเร่งด่วน (urgency) ในสังคม ให้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีตามความสามรถในย่อหน้าบน ขึ้นมาสร้างความสามารถในการแข่งขันในโลก ในลักษณะที่เราเป็นเรา
เป็นไปได้ไหมที่เราจะมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะพลิกกลับสังคมแตกแยกในปัจจุบัน ให้กลายเป็นสังคมสามัคคีสมานฉันท์ในเวลา ๑๐ ปี ที่จะเลิกทะเลาะเอาชนะกันในระหว่างพวกคนไทยกันเอง หันมารวมตัวกัน ร่วมกันสร้างสรรค์ พัฒนาด้านดี ด้านที่เราเด่น ให้เด่นขึ้นไปอีก เป็นเอกลักษณ์ไทย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับประเทศอื่นในโลก ทำอย่างไรจึงจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้
เราจะลดช่องว่างทางสังคมและเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างไร เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความสมานฉันท์ประการหนึ่ง
เราจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ สังคมริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสร้างสรรค์ในทุกฝ่าย ทุกมิติของสังคม ได้อย่างไร
ขอขอบคุณ รศ. ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ ที่กรุณามอบหนังสือเล่มนี้แก่ผม ทำให้ได้เรียนรู้มากมาย
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ส.ค. ๕๒
จากบทความมีสิ่งที่น่าสนใจ 2 ประเด็นที่ต้องการความคิดเห็นจากท่านทั้งหลาย คือ
1.สหรัฐกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยสงคราม ไทยจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยพลังอ่อนพลังความดี อย่างไร
2.เราจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ สังคมริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสร้างสรรค์ในทุกฝ่าย ทุกมิติของสังคม ได้อย่างไร
ประเด็นที่ 1 น่าที่จะปลูกฝังเยาวชนให้รู้ถึงพลังความดี จะพัฒนาสังคมไทยได้ยั่งยืน
ประเด็นที่ 2 ประเทศเราต้องพัฒนานิสัยรักการอ่าน รักการเรียนรุ้ ตั้งแต่เด็กและต่อเนื่อง
จนสูงอายุ
ประเทศเราต้องพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น และ
เพิ่มจำนวนแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนเข้าถึงมากๆ
จากบทความมีสิ่งที่น่าสนใจ 1 ประเด็นที่ต้องการความคิดเห็น 1.เราจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ สังคมริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสร้างสรรค์ในทุกฝ่าย ทุกมิติของสังคม ได้อย่างไร ประเด็นที่ 1 เราต้องพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่านรักการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กและต่อเนื่อง ต้องพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
1.สหรัฐกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยสงคราม
2.ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เป็นประเทศที่ผู้คนมีเสน่ห์ มิตรไมตรี และมีทรัพยากรธรรมชาติ คนไทยเก่งด้านบริการ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และมีทรัพยากรชีวภาพหลากหลาย มีความเข้มแข็งด้านการผลิตอาหารเลี้ยงโลก และมีความสามารถวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร เรามีอาหารไทยที่รสเลิศและเป็นอาหารสุขภาพ เราจะคบค้ากับเพื่อนร่วมโลกด้วยความเข้มแข็งเหล่านิ้
3.ไทยจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยพลังอ่อนพลังความดี เราจะสร้างสภาพความจำเป็นเร่งด่วน (urgency) ในสังคม ให้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีตามความสามรถในย่อหน้าบน ขึ้นมาสร้างความสามารถในการแข่งขันในโลก ในลักษณะที่เราเป็นเรา
จากบทความนี้ มีที่น่าสนใจ คือ
ประเทศไทยต้องพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ และปลูกฝังความรู้ให้กับเยาวชนในประเทศ เพื่อที่เยาวชนจะได้รักการเรียนรู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ประเทศไทยต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และพัฒนาให้เยาวชนมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทันต่อโลก ทันต่อเหตุการณ์
ประเทศของเราจะต้องสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่สมานฉันท์ มีความสามัคคีกัน เลิกทะเลาะกัน หันมารวมตัวกัน ร่วมกันสร้างสรรค์ พัฒนาสังคมในด้านดี พัฒนาในด้านที่เราเด่น ให้เด่นขึ้นไปอีก ซึ่งจะเป็นเอกลักษณ์ของไทย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับประเทศอื่นในโลกได้
1.ประเทศเราต้องพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้น่าสนใจมากขึ้น เป็นจุดดึงดูดความสนใจของผู้ที่ต้องการเรียนรู้
2.คนไทยเก่ง มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และมีทรัพยากรชีวภาพหลากหลาย
จากบทความมีประเด็นที่ต้องการความคิดเห็น อยู่ 1 ประเด็น
1.เป็นไปได้ไหมที่เราจะมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะพลิกกลับสังคมแตกแยกในปัจจุบัน ให้กลายเป็นสังคมสามัคคีสมานฉันท์ในเวลา ๑๐ ปี
ประเด็นที่ 1 คนไทยควรเลิกทะเลาะ เลิกเอาชนะกันในระหว่างพวกคนไทยกันเอง หันมารวมตัวกัน ร่วมกันสร้างสรรค์ พัฒนาด้านดี ด้านที่เราเด่น ให้เด่นขึ้นไปอีก เป็นเอกลักษณ์ไทย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
จากบทความมีสิ่งที่น่าสนใจ 2 ประเด็นที่ต้องการความคิดเห็นจากท่านทั้งหลายคือ
1.สหรัฐกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยสงคราม ไทยจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยพลังอ่อนพลังความดีอย่างไร
- นอกเหนือจากนั้นแล้วยังต้องปลูกฝังให้เยาวชนเกิดความเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่คิดว่าตนเองนั้นได้ทำดีแล้ว และมุ่งพัฒนาความดีนั้นยิ่งๆขึ้นไป
2.เราจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ สังคมริเริ่มสร้างสรรค์ในทุกฝ่ายทุกมิติของสังคม ได้อย่างไร
- ประเทศเราต้องพัฒนาและปลูกจิตสำนึกที่ต่อชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ นอกจากจะมีนิสัยรักการอ่านแล้วต้องมีนิสัยใฝ่เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของเทคโนโลยี
เราต้องพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่านรักการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กและต่อเนื่อง ต้องพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ประเทศของเราจะต้องสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่สมานฉันท์ มีความสามัคคีกัน เลิกทะเลาะกัน หันมารวมตัวกัน ร่วมกันสร้างสรรค์ พัฒนาสังคมในด้านดี พัฒนาในด้านที่เราเด่น ให้เด่นขึ้นไปอีก ซึ่งจะเป็นเอกลักษณ์ของไทย
จากบทความมีประเด็นที่ต้องการความคิดเห็น 1 ประเด็น
1.เราจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ สังคมริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสร้างสรรค์ในทุกฝ่าย ทุกมิติของสังคม ได้อย่างไร
ประเด็นที่ 1 คือประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เป็นประเทศที่ผู้คนมีเสน่ห์ มิตรไมตรี และมีทรัพยากรธรรมชาติ คนไทยเก่งด้านบริการ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และมีทรัพยากรชีวภาพหลากหลาย มีความเข้มแข็งด้านการผลิตอาหารเลี้ยงโลก เราควรพัฒนาแล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มเรียนรู้ให้เข้าถึงประชาชน
จากบทความมีสิ่งที่น่าสนใจ 1 ประเด็นที่ต้องการความคิดเห็นจากท่านทั้งหลาย คือ
1.เราจะลดช่องว่างทางสังคมและเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างไร เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความสมานฉันท์ประการหนึ่ง
2.ไทยจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยพลังอ่อนพลังความดี อย่างไร
ประเด็นที่ 1.เราควรวางแผนยุทธศาสตร์ ที่จะปรับเปลี่ยนความแตกแยกของสังคมในปัจจุบัน ให้กลายเป็นสังคมสามัคคีสมานฉันท์ ที่จะเลิกทะเลาะเอาชนะกันในระหว่างพวกคนไทยกันเอง
ประเด็นที่ 2.ควรมีการปลูกฝังเยาวชนให้รักการอ่านและพร้อมที่จะรับการเรื่องรู้อย่างต่อเนื่อง
การจัดการความรู้ที่ดีต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นองค์ประกอบเพราะความรู้อย่างเดียวไม่สามารถทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและยั่งยืนได้
ประเทศไทยไม่อำนาจต่อรองทางการเมืองและทางทหารเหมือนสหรัฐอเมริกาแต่ประเทศไทยมีเศรษฐกิจเป้นสิ่งที่ประคับประคองประเทศให้อยู่รอดปลอดภัยโดยใช้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว
สิ่งที่ควรจะมีและเป็นให้ได้
1.ประเทศเราต้องพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้น่าสนใจมากขึ้นเป็นการดึงดูดความ สนใจของผู้ที่ต้องการเรียนรู้
2.คนไทยเก่ง มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และมีทรัพยากรชีวภาพหลากหลาย
3.แหล่งการเรียนรู้จะดีได้ต้องมีการร่วมมือกันในทุกๆฝ่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน
สุดท้ายสิ่งที่เราทำได้ก็คือ
เราต้องพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่านรักการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กและต่อเนื่อง ต้องพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
จากบทความมีสิ่งที่น่าสนใจ 1 ประเด็นที่ต้องการความคิดเห็นจากท่านทั้งหลาย คือ
1.เราจะลดช่องว่างทางสังคมและเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างไร เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความสมานฉันท์ประการหนึ่ง
2.ไทยจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยพลังอ่อนพลังความดี อย่างไร
ประเด็นที่ 1.เราควรวางแผนยุทธศาสตร์ ที่จะปรับเปลี่ยนความแตกแยกของสังคมในปัจจุบัน ให้กลายเป็นสังคมสามัคคีสมานฉันท์ ที่จะเลิกทะเลาะเอาชนะกันในระหว่างพวกคนไทยกันเอง
ประเด็นที่ 2.ควรมีการปลูกฝังเยาวชนให้รักการอ่านและพร้อมที่จะรับการเรื่องรู้อย่างต่อเนื่อง
จากบทความมีสิ่งที่น่าสนใจ 2 ประเด็นที่ต้องการความคิดเห็นจากท่านทั้งหลายคือ
1.สหรัฐกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยสงคราม ไทยจะกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยพลังอ่อนพลังความดีอย่างไร
- นอกเหนือจากนั้นแล้วยังต้องปลูกฝังให้เยาวชนเกิดความเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่คิดว่าตนเองนั้นได้ทำดีแล้ว และมุ่งพัฒนาความดีนั้นยิ่งๆขึ้นไป
2.เราจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ สังคมริเริ่มสร้างสรรค์ในทุกฝ่ายทุกมิติของสังคม ได้อย่างไร
- ประเทศเราต้องพัฒนาและปลูกจิตสำนึกที่ต่อชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ นอกจากจะมีนิสัยรักการอ่านแล้วต้องมีนิสัยใฝ่เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของเทคโนโลยี
จากบทความมีประเด็นที่ต้องการความคิดเห็น 1 ประเด็น
1.เราจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ สังคมริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสร้างสรรค์ในทุกฝ่าย ทุกมิติของสังคม ได้อย่างไร
ประเด็นที่ 1 คือประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เป็นประเทศที่ผู้คนมีเสน่ห์ มิตรไมตรี และมีทรัพยากรธรรมชาติ คนไทยเก่งด้านบริการ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และมีทรัพยากรชีวภาพหลากหลาย มีความเข้มแข็งด้านการผลิตอาหารเลี้ยงโลก เราควรพัฒนาแล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มเรียนรู้ให้เข้าถึงประชาชน
1.สหรัฐอเมริกาทำได้ทุกวิถีทางที่จะทำให้ประเทศของตนเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่
2.สหรัฐกระตุ้นเทคโนโลยีด้วยสงคราม แล้วไทยจะกระตุ้นด้วยพลังอ่อนพลังความดีได้อย่างไร
3.ประเทศไทยไม่มีอำนาจที่จะต่อรองทางการเมืองและทางทหารเหมือนกับสหรัฐเพราะไทยยังมีเศรษฐกิจที่เป็นอย่างนี้
1.ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เป็นประเทศที่ผู้คนมีเสน่ห์ มิตรไมตรี และมีทรัพยากรธรรมชาติ คนไทยเก่งด้านบริการ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมาก และมีทรัพยากรชีวภาพหลากหลาย มีความเข้มแข็งด้านการผลิตอาหารเลี้ยงโลก