ความรู้และความสามารถของเรา จะไม่มีวันตายจากโลกนี้ไปหากแต่เรารู้จักที่จะเป็นผู้ให้ด้วยการถ่ายทอด แต่หากเรายึดติดในอัตตาแห่งความโลภ ถึงถือครองของมีค่ามากมาย ก็ไร้ซึ่งค่าความหมายไปตามกาลของสังขารที่ร่วงโรย

กระแสการจัดการความรู้หรือที่เราเรียกจนติดปากกันว่า KM (Knowledge Management) นั้นต้องยอมรับเลยว่ามาแรงชนิดที่เรียกได้ว่าไฟไหม้ฟางยังเรียกพี่ เพราะเราเข้าใจในมุมที่เราเข้าใจว่าเราต้องจัดการ เราต้องจัดการ จัดการกับความรู้ของคนอื่นที่มันวิ่งกระจัดกระจายภายในองค์กรของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารอาจกังวลว่า สักวัน ความรู้ต่างๆ เหล่านั้น อาจสูญหายไปหากเราไม่ดำเนินการจัดการนำมารวบรวม

KM จึงเป็นเสมือนทางเลือก เพื่อเข้ามาจัดการองค์ความรู้ที่ว่านั้น

ระบบสารสนเทศต่างๆ ถูกจัดสรร สรรหา มาเพื่อตอบสนองโจทย์ที่เราตั้งไว้ว่า เราต้องจัดการ เราต้องจัดการ

ไม่แปลกอะไรที่ เครื่องมือนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ด เว็บฟอรั่ม รวมถึงปัจจุบันที่เรารู้จักและนำมาใช้คือ บล็อค (blog) มันจะถูกทิ้งร้างไร้ซึ่งกิจกรรมที่นำพาไปตอบโจทย์เพื่อผลลัพธ์ที่เราคาดหวัง สูงสุดเพื่ององค์กร คือ KM

รากเหง้าแห่งปัญหานั้น คงมิใช่ระบบสารสนเทศที่เรานำมาเพื่อเป็นเสมือนเครื่องมือชั้นเลิศ แต่กลับเป็นที่ข้อมูลนำเข้า (input) ที่เราต้องการที่จะนำเข้ามาในระบบเพื่อจัดการ เพราะเราไม่สามารถหาหรือกำหนดข้อมูลนำเข้านั้นได้ เพราะเหตุที่ว่า มันคือ ความรู้ของคนอื่นที่มันวิ่งกระจัดกระจายภายในองค์กร ที่เราเข้าใจและเรียกมันว่า Knowledge

แล้วเราจะทำอย่างไร ถึงจะจัดการกับมันได้?

คงจะดีหากความรู้ที่วิ่งกระจัดการะจายนั้นมันเป็นความรู้ของเราเอง นั่นคือ แนวความคิดของการเริ่มต้น เพราะเราจะสามารถจัดการกับมันอย่างง่ายดายภายใต้ความถูกต้องเหมาะสม ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่

ปัญหาของแนวความคิดเริ่มต้น คือ เพราะสังคมของเราเป็นสังคมแห่งการจับผิด หวาดระแวง ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้มันส่งผลกระทบให้พฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่เราเรียกว่า การถ่ายทอด ความรู้เกิดขึ้นมาไม่ง่ายนัก

สุนทรียสนทนา (dialogue)ศาสตร์ แห่งการพูดและรับฟัง จึงถูกนำมาใช้เพืื่อให้ผู้ถ่ายทอดและซึมซับ เข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องตรงกันเพื่อนำพาไปสู่เป้าหมายในเรื่องเดียวกัน

ในความคิดเห็นของผมคือถ่ายทอดและรับฟังในเรื่องเดียวกัน โดยปราศจากมิจฉาทิฐิ มินำความคิดโดยส่วนตัวมาเป็นมาตรฐานแห่งความถูกผิด แต่กลับเป็นการรับฟังกันมากขึ้น ถ่ายทอดกันมากขึ้น และซึมซับเอาส่วนดีไปปรับใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม

เขาถ่ายทอดอะไร เราก็ตั้งใจรับ ... โดยอย่านำความรู้สึกของเราไปชี้ว่าถูกผิด

เพราะ...ในมุมมองของฉัน ของสิ่งนั้นมันเป็นแบบนี้ และฉันก็กำลังรอมุมมองของคุณว่าเป็นแบบไหน เพื่อนำมุมที่แต่ละคนที่มองมาผสานเพื่อให้เห็นภาพโดยรวมได้ชัดเจน

ความกล้าหาญแห่งการถ่ายทอด ก็จะบังเกิดทำให้เกิดองค์ความรู้ที่หลากหลายและก่อประโยชน์

ความรู้และความสามารถของเรา จะไม่มีวันตายจากโลกนี้ไปหากแต่เรารู้จักที่จะเป็นผู้ให้ด้วยการถ่ายทอด
แต่หากเรายึดติดในอัตตาแห่งความโลภ ถึงถือครองของมีค่ามากมาย ก็ไร้ซึ่งค่าความหมายไปตามกาลของสังขารที่ร่วงโรย