ความเดิม...

KM LASA l AAR ในทัศนะของข้าพเจ้า

KM LASA l ปรากฏการณ์ CoP ที่เกิดขึ้นอย่างเนียนๆ

KM LASA l คือ อะไร...

 

เภสัชกรจำปีได้ส่งเมล์มาหาข้าพเจ้า จึงขออนุญาตนำมาบันทึกไว้ที่นี่ด้วย

เภสัชกรจำปี เป็นเภสัชกรอีกท่านหนึ่งที่ทำงานแหวกออกจากวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิมด้วยใจที่เป็นอิสระ และเปิดกว้าง ไม่กักขังตนเองไว้ในกรอบที่ติดยึดจากวัฒนธรรมการทำงานทีปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของความเป็นมนุษย์

____________________________________________________________________________________

บันทึกการเสวนา  “การจัดการความรู้ของการบริหารจัดการยาที่มีชื่อพ้อง มองคล้าย

      วันที่  13 สิงหาคม 2552 เวลา 13.30-16.00 น.

รายชื่อผู้เข้าร่วมเสวนา

1.คุณจิรวรรณ  ศิลธรรม    11. คุณสุรวดี  สุระคาย

2.คุณอัจฉราวรรณ  ภาระเวช    12. คุณณิชาภา  จิววงษ์

3.นางสาวอิษา  ทาลีราช    13. ภญ. จำปี  วงศ์นาค

4.คุณสุพิทยา  ผ่านสำแดง    14. คุณแพวณภา  ชมพูพาน               

5.คุณวารุณี  ปราการวรารัตน์    15. คุณรุ้งรังสี  วงษ์อนันต์

6.ภญ. สาวิตรี  ชนิดกุล    16. ภญ.รุจาภา  โสมาบุตร

7.คุณรุ่งอรุณ  โพธิ์คำ     17. คุณละอองดาว เหมลา

8.คุณประภาพรรณ   บุตรสมบัติ   18. คุณสุกัลยา  โพธาราม

9.คุณปริศนา  ผิวอ่อน     19.คุณพวงพุทธ  พิมพ์หาญ

10.คุณอัจฉรา  ศรีทองคำ

 

      เริ่มการเสวนา เวลา 13.30 น. 

      “รู้จัก LASA มาก่อน ก็เห็นเป็น KM ก็คิดว่าคงยัดเยียดความรู้ ข้อมูลให้เราแน่ๆ...แต่พอเข้ามาพบว่าเขามีวิธีหลอกล่อให้เราคิด จัดการกับปัญหาของเราอย่างไร...จะเอาไปใช้กับหน่วยงาน

                                    พี่ป้อม พยาบาลห้องฉีดยา  แผนกผู้ป่วยนอก

      “พี่คาดว่าจะเห็นทุกวิชาชีพ แพทย์จะมาเข้าร่วม เพราะเขาเป็นตัวแปรที่สำคัญ ถ้าทุกวิชาชีพมาร่วมกัน เขาจะได้รู้ว่า ความเสี่ยงในรูปแบบของเราเป็นอย่างไร

                                    พี่แดง พยาบาลหอผู้ป่วยอายุรกรรมรวม

      “คาดว่า ที่ประชุมจะให้มาตรฐานสากลไปปฏิบัติเลย เห็นจัดเก้าอี้แบบนี้ ตั้งตัวไม่ทัน แต่พอเข้ากลุ่ม ก็ได้แนวทางปฏิบัติหลายๆอย่าง”      

      “คาดว่าจะมีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงที่จะใช้กับหน่วยงาน มาแล้วก็ได้รับแนวทาง เทคนิก วิธีการหลายๆอย่างที่พี่ๆพูดมา ที่เกิดขึ้นจากการทำงานจริง

      น้องพยาบาลหอผู้ป่วยใน

      “…ได้ความรู้เยอะ ว่ามีหลายปัจจัยที่ต้องแก้ไขร่วมกัน เสร็จแล้วจะไปคุยกับเพื่อนร่วมงาน ประสานกับเภสัชว่า PCU มียา LASA และให้เภสัชช่วยดูแลให้หน่อย...ได้แรงบันดาลใจ

                                    พี่พยาบาลจาก PCUเมืองยศ 

      คำกล่าวข้างต้น  เอ่ยขึ้นก่อนที่การประชุมจะสิ้นสุดลงในอีกราวสิบห้านาทีกว่าๆ หลังจากที่ฉันได้เริ่มต้นบอกเล่าสถานการณ์ของยา LASA ในภาพรวม ซึ่งเข็มนาฬิกาเดินหน้าไม่ลดละ บรรยากาศเริ่มเป็นกันเองและผ่อนคลายมากขึ้นตามระยะเวลาที่ล่วงเลยมา เราได้พูดคุย แลกเปลี่ยน แบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการยาที่มีชื่อพ้อง มองคล้าย (LASA) โดยใช้กระบวนการสุนทรียสนทนา ซึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร.นิภาพร ลครวงศ์ ผู้เป็นวิทยากรกระบวนการ ด้วยกลิ่นอายความเป็นมิตร ไมตรีจิตต่อผู้เข้าร่วมกลุ่มทุกท่าน

      กลุ่มมีความคาดหวังต่อการเสวนาในครั้งนี้ โดยมีจุดร่วมในประเด็นที่ว่า  อยากจะได้แนวทางในการจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับยา  LASA ภายใต้การมีส่วนร่วมในทุกวิชาชีพโดยแท้ เพื่อทำความเข้าใจมุมมองของแต่ละวิชาชีพ ซึ่งมีความคิดเห็นว่าแพทย์เป็นตัวแปรที่สำคัญตัวแปรหนึ่ง อันจะนำไปสู่หนทางของการร่วมมือกันกับวิชาชีพทางการแพทย์อื่นๆเพื่อบริหารจัดการกับปัญหายา LASA ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยป้องกันอันตรายจากความคลาดเคลื่อนทางยาที่จะมีต่อความปลอดภัยในการใช้ยาของผู้ป่วยในที่สุด

      เมื่อแยกเข้ากลุ่มย่อยโดยแบ่งเป็นสองกลุ่มโดยมี ฉัน-จำปี และ คุณหนุ่ย สุภาพร เป็นคุณอำนวยให้เกิดบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อร่วมกันคิดหาแนวทางในการบริหารจัดการกับปัญหายา LASA ซึ่งกลุ่มแรกเริ่มจากการที่สมาชิกเล่าเรื่องประสบการณ์ทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการยา LASA ในแง่มุมที่ดีที่สุด จากเรื่องเล่าประสบการณ์ทำงานจริงของคุณพยาบาล และคุณเภสัชกร ซึ่งกลุ่มสรุปว่า

      “มองยา LASA เป็นความเสี่ยง ที่ทำอันตรายต่อผู้ป่วยได้ และแยกแนวทางในการหาแนวทางการบริหารจัดการยา LASA เป็นสองประเด็น ที่ประกอบด้วย การคิดจากเหตุไปหาผล โดยการตระหนักถึงสาเหตุที่อาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนทางยาจากยา LASA แล้วทำการคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้า เป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดความผิดพลั้ง อีกประเด็นคือการคิดจากผลมาหาเหตุ โดยคิดว่าถ้าเกิดความผิดพลั้งจากยา LASA แล้วจะดำเนินการแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร ซึ่งกลุ่มยังพบว่าสาเหตุของความผิดพลั้งที่เกิดขึ้นกับยา LASA นั้นส่วนมากเป็นเพราะความเคยชินและภาระงานที่ค่อนข้างหนักของคนหน้างาน ทำให้ละเลยที่จะนั่งคิดพิจารณาเพื่อให้เห็นความแตกต่างของยาที่มีลักษณะหรือชื่อที่คล้ายกัน ดังนั้นกลุ่มจึงสรุปว่า แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากยา LASA บุคลากรทุกระดับควรจะเพิ่มความตระหนักถึงความสำคัญของยา LASA ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การคุย ถามอาการของคนไข้ก่อนการบริหารยา การร่วมมือเพื่อค้นหาสาเหตุและหาแนวทางป้องกัน การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของการประสานงานโดยลดความขัดแย้งระหว่างวิชาชีพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาของยา LASA ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้ยาของผู้ป่วยได้ 

      “จุดสำคัญ คือการประสานงาน ให้ถามกัน พี่สงสัยว่าไอ้ยาตัวนี้ มันเม็ดแบบนี้มั้ย พี่ก็เลยโทรหาเภสัช ถาม คุย...อีกอย่างพี่จะคุย ถามคนไข้ก่อนที่จะฉีดยาตลอดว่าเขาเป็นอะไร...ต้องใจเย็น...”          พี่ป้อม พยาบาลห้องฉีดยาแผนกผู้ป่วยนอก

      “เวลามียาใหม่ๆเข้ามา ก็อยากให้เภสัช ช่วยเน้นว่ามียาตัวใหม่เข้ามา เริ่มมาแล้วนะ…”

                                          พี่แดง  พยาบาลหอผู้ป่วยอายุรกรรมรวม

      “อันดับแรก เราจะดูตัวงานเราก่อน ยาอะไรที่เราใช้ แล้วทำยังงัยจึงจะไม่หยิบผิด เราก็จะตระหนัก ถ้าแพทย์สั่งไม่ชัด ก็ consult แพทย์ไป ...มองออกไปนอกงานในการประสานงานกัน...ถ้าห้องยาได้ยาที่คล้ายกันมา เอ๊ะ ทำไม Chloram กับ Ampi เหมือนกันจัง มาเห็นตอนที่ยาออกจากห้องยาไปแล้ว พยาบาลหอผู้ป่วยจะช่วยได้ในการ feedback กลับมาที่ห้องยา

                                          น้องอ้อม  เภสัชกรห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน

      “แต่ของคนไข้ OPD ได้รับยาแล้วกลับบ้านเลย กว่าจะรู้อีกทีก็กลับมาด้วยอาการ...คนไข้ได้ยาไปแล้วผิด มันเป็นภาพของทั้งองค์กร เหมือนกับว่าทุกขั้นตอนต้อง safe อ่านซ้ำทุกอัน ประสานงาน เชื่อมโยง...

                                          พี่ป้อม พยาบาลห้องฉีดยาแผนกผู้ป่วยนอก

      “เหมือนที่พี่พูดน่ะ ถูกเลย ต้องตระหนัก ต้องประสานอย่างไรที่จะไม่ประสานงา ความรีบเร่งก็เป็นปัญหา LASAเป็นปัญหาความเคยชิน บางทียังไม่เคยเกิด error ที่รุนแรง ก็เลยทำให้เราไม่ได้อ่านชื่อเต็มของมัน…”      น้องอ้อม เภสัชกรห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน

      “บางคนก็เขียนฉลาก expired ไม่ชัดเจน ก็เลยนั่งคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี

                                          พยาบาลห้อง ICU MED

      สำหรับกลุ่มที่สองได้ระดมสมอง ด้วยกระบวนการรับฟังทุกความคิดเห็น โดยมุ่งเน้นการค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหายา LASA โดยแยกเป็นสองมุมมอง ที่ประกอบด้วย มุมมองการแก้ไขปัญหาภายใน และมุมมองการแก้ปัญหาภายนอก

      มุมมองการแก้ไขปัญหาภายในนั้น  เป็นการแก้ไขที่ตัวเราหรือคนปฏิบัติอยู่หน้างานก่อน  โดยการทำงานด้วยใจ ให้ความสำคัญกับสมาธิ ใจ จดจ่อกับสิ่งที่ทำ เพิ่มการสังเกต การนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ นำประสบการณ์เดิมมาเป็นบทเรียน เวลาจัดยาบนหอผู้ป่วย ให้มีการพูดคุยกัน double check กัน เมื่อมีน้องใหม่มาทำงาน พี่ๆต้องช่วยกันแนะนำและถ่ายทอดความรู้

      ส่วนการแก้ไขปัญหาภายนอกนั้น เป็นการมองไปข้างนอกถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

      การสั่งใช้ยาของแพทย์ ถ้ามีการระบุการวินิจฉัยในใบสั่งยาด้วย จะทำให้เภสัชกร สามารถ confirm order ที่ไม่ชัดเจนจากยา LASA ได้

      การนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสั่งใช้ยา  โดยคำนึงถึงระบบที่สมดุลของการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยโดยไม่ลืมการดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วย และพิจารณาในแง่กฎหมายของการตรวจสอบด้วยว่าถ้าใช้คอมฯมากเกินไปจะมีปัญหาอื่นๆตามมาหรือไม่

      ใช้ระบบ continueous screening ทุกจุดบริการ โดยให้พยาบาลหน้าห้องตรวจหรือพยาบาลที่หอผู้ป่วย screen คำสั่งใช้ยาของแพทย์ทันทีที่ผู้ป่วยได้รับคำสั่งใช้ยา หากคำสั่งใช้ยาไม่ชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณียา LASA ให้พยาบาลช่วยซักถามกับแพทย์เพื่อยืนยันคำสั่งใช้ยา เมื่อ order มาถึงห้องยาเภสัชกรก็ทำการ screen ซ้ำอีกครั้ง เมื่อถึงจุดฉีดยาก็ทำการ screen ต่อเนื่องอีกครั้ง หากมีข้อสงสัยคำสั่งใช้ยาไม่ชัดเจนก็ซักถาม สื่อสาร ประสานงานกับแพทย์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจน และมั่นใจว่าถูกต้องแล้วก่อนที่ยาจะถึงผู้ป่วย

      ท้ายสุดกลุ่มที่สองสรุปว่า หัวใจของการบริการ คือการให้อภัยที่เกิดจากมิตรภาพภายในของแต่ละคนนั่นเอง

      เมื่อการเสวนาสิ้นสุดลง ทั้งสองกลุ่มมีจุดร่วมที่ว่า จะนำเอาสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ การบริหารจัดการยา LASA จากเรื่องเล่าประสบการณ์จริงของพี่ๆ ไปประยุกต์ใช้ที่หน่วยงาน อย่างน้อยที่สุดในเบื้องต้นทุกคนที่เข้าร่วมได้รู้ว่า ยา LASA มีความสำคัญอย่างไร และควรจะตระหนักถึงการบริหารยา LASA ให้มีความปลอดภัยกับผู้ป่วยอย่างไร

      จะเห็นว่า การเสวนาแบบสุนทรียสนทนา (Dialogue) ในครั้งนี้ มาจากความคิดของคนหน้างานโดยแท้ ซึ่งมีคุณค่ามากมายเกินกว่าจะวัดเป็นตัวเลขได้  และ ที่สำคัญที่สุดกลุ่มได้พูดคุยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย แลกเปลี่ยน แบ่งปันประสบการณ์กันและกันโดยไร้เงื่อนไขใดๆ โยงใยที่ซ่อนเร้นระหว่างวิชาชีพเริ่มที่จะเผยเด่นชัดขึ้นมาเรื่อยๆทุกขณะ แทรกซึมทีละน้อยอย่างบางเบา และเรียบเนียน ค่อยๆหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณการบริการให้ชุ่มชื้นโดยไม่รู้ตัว

      เรานัดพบกันในครั้งต่อไปวันที่ 24 กันยายน 2552 เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการยาที่มีชื่อพ้อง มองคล้ายในรูปแบบของ world café

      จำปี  วงศ์นาค

      ผู้บันทึกการเสวนา