จากหัวข้อข่าวเรื่อง ‘ดันผลิตครูพันธุ์ใหม่เข้า ครม. รับทุน 7 หมื่น/ปี ใช้งบ 6 พันล้าน’
ของหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน วันที่ 21 สิงหาคม 2552 (หน้า 10) ซึ่งเป็นโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าขณะนี้มีการดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยโครงการฯ ดังกล่าว มีระยะเวลาตั้งแต่ปี
2553-2562 จัดทำขึ้นเพื่อผลิตครูมืออาชีพ ที่มีความรู้ทางวิชาการ เชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ดึงดูด คนดี คนเก่ง เข้ามาศึกษาวิชาชีพครู ด้วยหลักสูตรที่เข้มข้น และเมื่อนักศึกษาเข้าร่วมโครงการแล้ว จะได้รับทุนการศึกษาประมาณ 70,000 บาท/ปี ซึ่งนักศึกษาที่รับทุนจะมีเงื่อนไขผูกพัน เมื่อสำเร็จการศึกษาต้องบรรจุเข้ารับราชการครู รวมถึงมีงบดำเนินการให้สำหรับสถาบันฝ่ายผลิตด้วย ส่วนสาขาวิชาที่จะผลิตนั้นประกอบด้วย ครูการศึกษาขั้นพื้นฐานในสาขาวิชาที่ขาดแคลน และครูอาชีวศึกษา ทั้งนี้ จะใช้งบประมาณสำหรับโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 5,800 ล้านบาท
โครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ นี้ นับว่าเป็นโครงการที่ดี และเป็นความหวังให้กับวงการการศึกษาของไทย รวมถึงเป็นความหวังของนักเรียนที่ฝันอยากจะเป็นครูด้วย โดยจะเห็นได้ว่าโครงการฯ ดังกล่าว เป็นการดำเนินการเพื่อสนองตอบนโยบายทางการศึกษา ตามประเด็น ดังนี้
1) ประเด็นทิศทาง และนโยบายของกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) ที่กล่าวถึง การผลิตและพัฒนา “ครู” ที่จะเป็นผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพื้นฐานแล้ว หากครูมีความอ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงวิชาการ ผลผลิตที่ได้ก็จะมีความอ่อนแอลงไปทุกขณะ หากแก้ปัญหาคุณภาพครูไม่ได้ ปัญหานี้ก็จะบั่นทอนขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศอย่างรุนแรง ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีจุดวิกฤตอยู่ คือ การที่ผู้มีความสามารถไม่สนใจที่จะศึกษาเพื่อประกอบวิชาชีพครู ข้อจำกัดในกระบวนการผลิตครูของหน่วยผลิตครูในอุดมศึกษา และความอ่อนแอของครูประจำการในเชิงคุณภาพและการพัฒนาตนเอง ซึ่งต้องเร่งทบทวนกระบวนการผลิตและพัฒนาครูป้อนโรงเรียน และวิทยาลัยอาชีวศึกษา ในมิติใหม่การสร้างตัวคูณ (Multiplier) ตั้งแต่
: การสร้างเงื่อนไขใหม่ให้มีคนเก่งเข้ามาเรียนครู
: การทบทวนการผลิตครู ที่อาจมีเวลาและกระบวนการผลิตครูที่ต่างกัน สร้างการผลิตครูระดับมัธยมศึกษาและครูช่างเทคนิคในระบบ 4 + x ปี นอกเหนือจากระบบครู 5 ปี
2) นโยบายการศึกษา ตามคำแถลงของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2551 โดยกล่าวว่า จะมีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ พัฒนาครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ได้ครูดี ครูเก่ง มีคุณธรรม มีคุณภาพ และมีวิทยฐานะสูงขึ้น ฯลฯ
อย่างไรก็ดี อยากจะขอเสนอเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินการตามโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ดังนี้
1. กระบวนการในการคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาตามโครงการฯ นอกจากเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเก่ง แล้ว ควรดูในเรื่องความถนัดทางวิชาชีพ เจตคติต่อวิชาชีพ รวมถึงความเป็นคนดี มีคุณธรรม ประกอบด้วย
2. หลักสูตรสำหรับผลิตครูตามโครงการฯ ควรมีกระบวนการที่เน้นการปฏิบัติและการฝึกอบรมที่เข้มข้นจริง
3) ระบบในการธำรงรักษาบุคลากรครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งนับว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการผลิตครู เพื่อลดปัญหาการสูญเสีย และคงบุคลากรครูที่มีคุณภาพไว้ในระบบได้ต่อไป
แนวคิด การสร้าง "ครูพันธ์ใหม่" เป็นสิ่งที่ดีและสร้างสรรค์ ในเชิงหลักการ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นเชิงนโยบาย ทางการบริหารการศึกษา ในระดับชาติ ที่จะวาดหวังไว้ว่าจะมี ต้นแบบของ ครูที่ดีพร้อมเกิดขึ้น
แต่มองอีก นัยหนึ่ง ที่อาจต้องทบทวนว่า เอ...แล้ว " ครูพันธ์เก่า" ที่กำลังเป็น "มดงาน"ให้ทั้งประเทศ ในปัจจุบัน นี้ เป็นอย่างไร ?????
จะมีโอกาส พัฒนา หรือไม่ ??? มากน้อยเพียงใด ????
การสร้าง "ครูพันธ์ใหม่" น่าจะเกิดควบคู่ไปกับ การพัฒนา "ครูพันธ์เก่า" อาจจะทำให้ เกิดความสมบูรณ์ ...เติมเต็ม ได้มากขึ้น หรือเปล่าค่ะ ....ฝากร่วมกัน คิดต่อไป....
การผลิตครูสำคัญ การพัฒนาครูก็สำคัญ
จะให้ประสบความสำเร็จจริง ครูต้องตระหนักรู้ตัวเองด้วยว่า
"ตัวเองเป็นคนสำคัญ" การจะเป็นแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ของชาติที่ดี
ตน (ในฐานะครู) จะต้องพัฒนาตนอย่างไร
จึงจะเป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง
มีโครงการครูพันธุ์ใหม่ แต่ครูไม่รู้ ไม่เข้าใจ ในการเป็นพันธุ์ใหม่
ก็ยากที่จะสำเร็จ ... ก็ได้แต่หวังว่าครูไทยจะรู้และปรับตัวได้โดยไว
เพราะใครๆ ก็อยากเห็นครูเป็นคนดี คนเก่ง ของสังคม ...
ได้มีโอกาสฟังการถ่ายทอดสดของท่าน รมว.ศธ. เมื่อวานนี้ค่ะ ท่านพูดถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษารอบที่ 2 ที่ ครม.ได้เห็นชอบการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2552 โดยมีวิสัยทัศน์ คือ"คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ" และกรอบแนวทางที่ตรงกัยเรื่องของอาจารย์รัชนีพร คือ การพัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ ที่เป็นผู้เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นวิชาชีพที่มีคุณค่า สามารถดึงดูดคนเก่ง คนดี มีใจรักในวิชาชีพครูมาเป็นครู
และจะดำเนินการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติ เป็นหน่วยงานระดับชาติที่มีการบริหารจัดการอย่างอิสระ คล่องตัว ไม่อยู่ในระบบราชการ ทำหน้าที่พัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ประเมินและให้การรับรองสมรรถนะวิชาชีพตามเกณฑ์มาตรฐานโดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญด้านคุณภาพและโอกาสของกระทรวงศึกษาธิการ คือ การพัฒนาคุณภาพครู เพื่อให้เกิดการพัฒนาผู้เรียนโดยเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาควรตระหนักถึงความสำคัญในการผลิตครูที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษาของไทย ให้มีคุณภาพในทุกด้านต่อไปค่ะ
การที่มีโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ประเด็นหนึ่งคงมองไปที่ปัจจัยนำเข้าที่สำคัญในการผลิตบุคลากรของชาติให้มีคุณภาพ นั่นก็คือ คุณภาพของคุณครู และในประเด็นได้ครูที่ดีและเก่งนั้น รัฐบาลหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องคัดเลือกพันธุ์ ผู้ที่มีใจรักในวิชาชีพครูก่อน รักที่จะสอนเด็ก ดังที่ว่า การทำสิ่งใดก็ตามควรมี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เพื่อที่อีก 5 ปีข้างหน้า ประเทศชาติเราจะได้ครูเพื่อกลับมาพัฒนาเด็กที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป
เห็นด้วยและขอสนับสนุนความเห็นที่ว่า การสร้างครูพันธ์ใหม่ก็สำคัญ ในขณะเดียวกันก็อย่าลืมพัฒนาครูเดิม และคนที่จะก้าวเข้าสู่อาชีพครูนั้น ต้องมีใจรักในอาชีพ รักในการถ่ายทอดความรู้ อยากจะฝากจรรยาบรรณครู พ.ศ.2539 ไว้ ดังนี้ค่ะ
1. ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
2. ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์ อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
3. ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
4. ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
5. ครูต้องไม่แสดดงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ
6. ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิชาการ เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่เสมอ
7. ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู
8. ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์
9. ครูพึงประพฤติ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย
อย่าให้แนวคิดเดิมๆ ที่ว่า "ไม่รู้จะทำอะไร ก็ไปเป็นครู" ได้ยินแล้วปวดใจค่ะ
เห็นชื่อโครงการตอนแรกดูน่ากลัวเหมือนกันนะคะ "ครูพันธุ์ใหม่" แต่พออ่านต่อไปก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจัดโครงการนี้ค่ะ เพราะเราจะได้ครูที่เป็นครูอย่างแท้จริงมาให้ความรู้กับลูกหลานของเรา ดังนั้น ต่อไปนี้เราคงไม่ต้องกังวลแล้วว่าลูกหลานของเราที่จบออกมาจะได้รับความรู้หรือเปล่า เพราะการเป็นครูพันธ์ใหม่ คงจะไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ดังนั้น การที่กระทรวงศึกษาธิการคิดทำโครงการนี้ขึ้นมาก็ถือเป็นการปฏิวัติครูในรูปแบบใหม่ค่ะ