ย้อนนึก ทบทวน ความเป็นมาของหัวข้อวิจัย ป.เอก

จำได้ว่า จะต้องส่งหัวข้อในวันที่ 30 มกราคม (ความจริงแล้ว deadline คือ 31 มกราคม)
วันเดียวกันนั้น ช่วยน้องๆ/ทีมงานจัดงานเสวนาในประเด็น "คนไทยถิ่นพลัด" ที่คณะนิติศาสตร์ มธ. ปรากฎว่า ประมาณสามทุ่มของคืนวันที่ 29 มกราคม อาจารย์แหวว ได้มีความคิดเห็นมากมาย กับร่างหัวข้อ Thesis

การปรับจึงเริ่มต้นขึ้นประมาณ สี่ทุ่มเศษ..

ปรับอย่างไม่รีบ ไม่เร่ง เพราะต้องค่อยๆ ลำดับความคิด แต่ละย่อหน้าจึงเป็นไปอย่าง-ค่อยเป็นค่อยไป (บวกง่วง และนึกถึงงานวันรุ่งขึ้น!!)

หัวข้อการพิสูจน์สัญชาติ จึงเปลี่ยนมาเป็น แนวคิดในการพัฒนาสถานะบุคคลและการพิสูจน์สัญชาติ (ยังอุตสาห์ มี "ความตั้งใจเดิม" แปะ-ติดมา)

แน่นอน-เวลามีน้อย การปรับ propoal จึงปรับเท่าที่คิดว่าจะสามารถ

เพิ่มเติมในส่วนของหลักการ การพัฒนาสถานะบุคคล มีมากกว่า การพิสูจน์สัญชาติ
มนุษย์เราแต่ละคน ย่อมต้องเผชิญกับการพัฒนาสถานะบุคคลตั้งแต่เกิด
(อ.แหวว ชี้แนะอย่างยึดโยง/เชื่อมโยงกับประเด็นที่ฉันสนใจว่า การขอรับเอกสารการเกิด ในอีกนัยหนึ่ง ก็เป็นการพิสูจน์สัญชาตินะเธอ!! ..อือหนอ-แสนจะจริง)

และระหว่างทางของการพัฒนาสถานะบุคคลของคนแต่ละคน ..แต่ละคนนั้นเอง ก็อาจเผชิญกับปัญหาที่ว่า--ไม่สามารถพัฒนาสถานะบุคคลของเขาหรือเธอได้

คู่ขนานกันไป ระหว่างทางของการพัฒนาสถานะบุคคลของคนแต่ีละคน ..แต่ละคนนั้นเอง ก็อาจเผชิญกับปัญหาที่ว่า--ไม่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพของเขาหรือเธอได้

โจทย์ที่ถูกนำมานำเสนอ ราวกับเป็นไฮไลท์ของ proposal คือ การพิสูจน์สัญชาติของแรงงานต่างด้าว/ข้ามชาติ 3 สัญชาติ กับประเทศต้นทางคือลาว กัมพูชาและพม่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศทั้ง 3

-------------------------------

ในระหว่างเตรียมสัมภาษณ์ และการสอบสัมภาษณ์
ต้่องสารภาพว่า ฉันยัง "ข้ามไม่พ้น"
เพราะแม้ว่าจะยึดกรอบ "การพัฒนาสถานะบุคคล" แต่ content ก็ยังคงติด(กับดักตัวเอง) อยู่ที่ กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ..พูด/อธิบายเสียมากมาย ยืดยาว กับความพยายามในการพัฒนาความชัดเจนต่อแนวทางการพิสูจน์สัญชาติฯ ภายใต้กรอบกว้างคือ การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ/การจัดการประชากร โดยความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับ 3 ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเสนอในเบื้องต้นว่า ความเป็นไปได้ในการลงรายละเอียด คือ ระหว่างไทยกับประเทศลาว

หลายคำถาม ถูกตอบด้วย "ถ้อยคำ" ที่ไม่ใช่นักกฎหมายสักเท่าไร
(อื้อ.. เรืื่องนี้ อ.แหวว ตอกย้ำอยู่บ่อยๆๆ ว่าฉันเป็น "เอ็นจีโอ" บ่ แม่น "นักกฎหมาย")

รวมถึง หลายประโยคใน proposal ดูไม่เป็น "ข้อเขียนทางวิชาการกฎหมาย"(อืมม..เรื่องนี้ ก็คงต้องยอมรับ ฉันถือว่างานเขียนทุกอย่าง ล้วนเป็น/สามารถ/มีศักยภาพที่จะเป็น "วรรณกรรม" ได้ ไม่-โดยทางตรงก็ทางอ้อม แล้วทำไม proposal นี้ จะต้องถูกยกเ้ว้น!!!)

แต่ผลก็ "สอบผ่าน"

ส่วนหนึ่ง ฉันเห็นว่าน่าจะเป็นเพราะ ประเด็นการพิสูจน์สัญชาติของฉัน ที่แม้ฉันจะสื่อถึง "แนวคิดในการพัฒนสถานะบุคคล" ได้ไม่ชัดเท่าที่มันควรจะเป็น  ..แต่ด้วยความที่มันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เป็นคำถามร่วมของทั้งประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ..ไม่อยากใช้คำว่า social need เลย-เขิน ..ความน่าสนใจและความสำคัญของมันจึงปรากฎในระดับหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่ง อาจพูดได้ว่า คณะกรรมการสอบ พอเข้าใจและเล็งเห็นถึงเป้าหมาย หรือ output ของ proposal ที่ฉันพยายาม (แล้ว ที่จะ) สื่อสาร--เป็นไปได้อย่างแน่แท้ว่า หากท่านคณะกรรมการเล่าเอง น่าจะเล่าได้ดีกว่าฉัน เสียอีก

------------------------------------
วันนั้นอยากรีบกลับบ้าน เพราะคืนก่อน แน่นหน้าอกอย่างรุนแรง นอนราบไม่ได้ (เข้ารพ.พญาไท ตอนห้าทุ่ม-ตอนแรกนึกว่า เป็นโรคหัวใจซะแล้นน!!) ปรากฎว่ามันเป็นอาการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อที่เรื้อรังมาในช่วงหลายเดือนก่อนหน้า--