วันนี้เราต้องเดินทางไปที่ "โรงงานหิน" เพื่อติดต่องานแบบ "หิน ๆ" ตั้งแต่เช้า

กลับมาก็ใกล้เที่ยง กลับมาปุ๊บก็เจอกับ "พายุ" ที่โหมกระหน่ำปั๊บ
ฟ้าร้องเปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ฟ้าฝนแถบเมืองหลวงนี้แรงเหลือหลาย
ฟ้าร้องหนึ่งครั้งทำให้หัวใจเต้นผิดปกติหนึ่งครั้ง ถึงแม้นบอกตัวเองได้ว่าอย่าตกใจแต่ร่างกายนั้นก็หวั่นไหวและปรวนแปรไปในความเคลื่อนไหวของ "ธรรมชาติ"
ระบบร่างกายที่แปรปรวนทำให้ร่างกายนั้นซวนเซ
ตอนบ่ายก็ต้องสู้กับ "หิน" ถึงแม้นว่าเป็น "เศษหิน" ก็ "หิน" น่าดู

เศษหินที่ถูกตัดทิ้งไว้นั้นถ้าคิดให้ดี นำมาตัด มาต่อ มาประยุกต์ใช้ให้ดีก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเอนก อนันต์
ถึงเวลาเย็นเมื่อเลิกงานทางกายก็ต้องมาเจอกับงานหนักทางใจ เพราะวันนี้เราต้องตัดสินใจกับความเป็นไปแห่ง "อนาคต"
บทความเรื่อง เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์วิทยาลัยชุมชน ทำให้เราตัดสินใจได้ว่าอนาคตเรานี้ควรจะเดินไปทางไหน...?
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราพยายามค้นหา "อุดมการณ์ทางการศึกษา" ในเมืองไทย
วชช. คือ คำตอบ
วชช. นั้นย่อมาจาก "วิทยาลัยชุมชน"
อุดมการณ์ของเราตรงกับอุดมการณ์ของวิทยาลัยชุมชน
วิทยาลัยชุมชนคือเรา เราคือ "วิทยาลัยชุมชน..."
ครั้นเมื่อถึงเวลาสองทุ่ม เมื่อรู้สึกเมื่อยหลังจึงเอนกายลงไปพักสักนิด
พักปุ๊บก็ "หลับ" ปั๊บ
เหนื่อยจัง...!
รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีห้าทุ่มกว่า เหนื่อยนะแต่นอนไม่ไหวเพราะ "มึนหัว"
นอนมากมึนหัว ถ้าจะนอนต่อไปจนถึงเช้าก็คงจะมึนหัวมากไปกว่านี้
คนเราไม่ได้เกิดมานอนนะเฟ๊ย...! (ขออภัยที่พูดไม่สุภาพ)
ถ้าเขาจ้างให้เรานอนสักปีคงจะไม่ไหวเน๊อะ
คนเราเกิดมาเพื่อทำงาน งานแห่งความดี งานที่มี "ความเสียสละ"
การนอนนั้นไม่สามารถถ่ายถอนความเหนื่อยแห่งกายนี้ได้
การทำความดีนั้นต่างหากที่จะสามารถปลดเปลื้อง "ความเพลียแห่งจิต"
จิตที่สดชื่นจะทำให้ร่างกายนั้นชื่นมื่นและสดใส
เอ้า...ตื่น ตื่นตื่น ทำงาน ทำงาน ทำงาน
ทำไป ทำไป ทำไป
เพราะไม่ว่าเราหรือใครก็ไม่สามารถรู้ได้ซึ่ง "ความตาย" แม้นในวันพรุ่งนี้...

ให้กำลังใจกับการทำงานที่ไม่ย่อท้อ กับความมุ่งมั่นที่จะทำความดี การเสียสละ สิ่งที่ทำนั้นอาจไม่มีใครรู้ใครเห็นแต่สิ่งที่ได้คือความสุขใจที่เกิดขึ้นในใจเท่านั้นเอง สู้สู้