คลังเตรียมชง ครม.ให้บํานาญลูกจ้างประจํา 2 แสนคน เร่งให้มีผลใช้กับผู้เกษียณปีนี้ "พฤฒิชัย" บอกรับได้ภาระการคลังเพิ่มปีละ 6 พันล.นาน 43 ปี รวมเป็นเงินกว่า 2.7 แสนล้านบาท
       นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ยกร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบําเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ ..) พ.ศ... เพื่อกําหนดให้ลูกจ้างประจํามีสิทธิได้รับบําเหน็จรายเดือน (บํานาญปกติที่ลูกจ้างประจําได้รับเป็นรายเดือน) และบําเหน็จพิเศษรายเดือน (บํานาญพิเศษสําหรับลูกจ้างประจํา ที่ได้รับอันตรายเจ็บป่วยหรือถูกประทุษร้ายจากการปฏิบัติงาน) โดยเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกจ้างไม่รวมถึงบุคคลในครอบครัว เนื่องจากเห็นว่าลูกจ้างประจํามีกําหนดเวลาการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับข้าราชการคือเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 60 ปี ปฏิบัติงานอยู่ในระบบราชการและทําคุณประโยชน์ให้กับทางราชการคล้ายคลึงกับข้าราชการมาเป็นเวลานาน "รัฐบาลจึงควรดูแลโดยให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามสมควร จึงได้พิจารณาถึงสวัสดิการต่าง ๆ ที่ได้รับ และควรปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้เพิ่มมากขึ้นเมื่อลูกจ้างประจําออกจากราชการ ซึ่งปัจจุบันเมื่อออกจากราชการจะได้รับเงินบําเหน็จ ในคราวเดียว ทําให้ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีรายได้เป็นรายเดือนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพ จึงได้แก้ไขระเบียบดังกล่าว" นายพฤฒิชัยกล่าว
       นายพฤฒิชัยกล่าวว่า โดยหลักการของระเบียบ คือ ลูกจ้างประจําซึ่งมีเวลาทํางานตั้งแต่ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือมีสิทธิได้รับบําเหน็จพิเศษ สามารถขอรับเป็นบําเหน็จรายเดือนหรือบําเหน็จพิเศษรายเดือนแทนก็ได้ โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเมื่อเลือกขอรับอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว จะได้รับตั้งแต่ออกจากงานจนกระทั่งผู้นั้นถึงแก่ความตายและ ยังกําหนดสิทธิการได้รับบําเหน็จพิเศษรายเดือน ในกรณีที่ได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยเพราะเหตุปฏิบัติงานในหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดอีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันลูกจ้างประจําของทางราชการมีจํานวน 205,478 คน จะออกจากราชการเมื่ออายุ 60 ปี ประมาณปีละ 8,660 คน โดยมีสิทธิได้รับบําเหน็จรายเดือนปีละ 6,260 คน เฉลี่ยเงินบําเหน็จรายเดือนคนละ 9,800 บาทต่อเดือน จะใช้เงินงบประมาณปีละ 6,001 ล้านบาท สําหรับภาระการคลังในระยะยาวซึ่งประเมินจากลูกจ้างประจํากลุ่มสุดท้ายที่จะออกจากราชการในปี 2576 และใช้อายุเฉลี่ยของประชากรไทยที่อายุ 80 ปีแล้ว ภาระงบประมาณรายเดือนต้องจ่ายสําหรับกลุ่มสุดท้ายจะสิ้นสุดประมาณในปี 2595 รวมระยะเวลา 43 ปี ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 275,846 ล้านบาท "ในส่วนของเงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้มีการหารือในประเด็นภาระการคลังแล้ว เป็นการผูกพันงบประมาณในระยะยาว เมื่อพิจารณาถึงภาระทางการคลังที่จะเพิ่มขึ้นปีละ 6 พันล้านบาท ถือว่าเป็นภาระที่พอรับได้ ถือว่ามีความจําเป็นเมื่อเทียบกับประโยชน์ของกลุ่มคนที่ได้รับราชการมาถึง 25 ปี ให้ความเป็นอยู่มีรายได้พอต่อการดํารงชีพภายหลังออกจากราชการ" นายพฤฒิชัยกล่าว
                             ไทยโพสต์ ASTVผู้จัดการรายวัน ข่าวสด สยามรัฐ คม ชัด ลึก แนวหน้า โพสต์ทูเดย์   24  ส.ค.  52