เชื่อกันว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ในไม้กลายเป็นหิน และหากใครได้สัมผัสก็จะทำให้มีอายุยืนยาว

ได้เวลาตะลอนทัวร์อีกแล้วครับ นับว่าเป็นความโชคดีทีเดียวที่ได้อาศัยในดินแดนอารยะธรรม
"โคราชดินแดนมหัศจรรย์" เวลาว่าง อาจจะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ เชิญแวะเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน
ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 ตำบลสุรนารี การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย ) ระยะทาง 19 กิโลเมตร แยกขวาเข้าไปทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( ประตูที่ 2 ) อีก 3 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองสายมิตรภาพ-หนองปลิงจะถึงวัดโกรกเดือนห้า
ในบริเวณนี้มีการขุดพบเศษไม้ ท่อนไม้กลายเป็นหินตั้งแต่ระดับผิวดินถึงระดับความลึก 8 เมตร มีขนาดต่างๆ กัน ตั้งแต่ขนาดกรวดจนถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 50 เซนติเมตร และบางชิ้นมีความยาวมากกว่า 1 เมตร มีสีสันหลากหลาย ทั้งในก้อนเดียวจนถึงต่างก้อนกัน มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 1 ถึง 70 ล้านปี จังหวัดนครราชสีมาจัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของเอเชียเพื่อเป็นการอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์นี้ไว้ให้เป็นมรดกให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
ที่มาที่ไปของพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ เริ่มต้นจากการ วิจัยฟอสซิลของนักวิจัยไทยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นและจีนตั้งแต่ปี 2538 มาจนถึงปัจจุบัน พบว่า พื้นที่ จ.นครราชสีมา มีศักยภาพด้านฟอสซิลอยู่ในระดับโลก

เนื่องจากมีการค้นพบซากไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่จำนวนนับพันท่อนหลากหลายชนิดและอายุ เป็นซากไม้กลายเป็นหินอัญมณีหรือพวกตระกูลปาล์ม รวมทั้งการค้นพบฟอสซิลสัตว์โบราณอย่างช้างดึกดำบรรพ์ในแถบริมแม่น้ำมูล ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งขุดพบมากถึง 8 สกุล จาก 42 สกุลที่พบทั่วโลก เช่น ช้าง 4 งา ช้างงาจอบ ช้างงาเสียม ซึ่งฟอสซิลไม้และสัตว์ดังกล่าวมีอายุอยู่ในช่วง 8 แสนปี-16 ล้านปีก่อน
นอกจากนี้ยังพบกระดูกและฟันไดโนเสาร์นับพันชิ้นที่มีอายุถึง 100 ล้านปีก่อน จำแนกได้ 6 พวกจากจำนวน 16 พวกที่พบในประเทศไทย บางพวกพบเป็นแห่งแรกของประเทศไทย เช่น ไดโนเสาร์ปากเป็ด อิกัวโนดอน ภูเวียงโกซอรัส ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ และไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ยาวถึง 8-10 เมตร จำพวกอัลโลซอรอยด์ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดสนใจของนักประวัติศาสตร์และทรัพยากรธรณีวิทยา จนกระทั่งมีการก่อสร้างพิพิธ ภัณฑ์ขนาดใหญ่เพื่อเก็บรวบรวมซากดึกดำบรรพ์ทั้งหมด

ปัจจุบันภายในพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ประกอบด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ รวม 3 หลัง จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ฟอสซิล 1 ใน 7 แห่งของโลก มีอยู่ในอเมริกาเหนือ 4 แห่ง ยุโรป 1 แห่ง และเอเชีย 2 แห่ง รวมทั้ง ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินอันดับ 1 ของเอเชียที่มีขนาดใหญ่และมีฟอสซิลไม้หลากหลายชนิด
ฟังเรื่องราวแล้วน่าประทับและน่าภูมิใจ เราควรหวงแหนไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชมคะ น้องโบวี่ชอบมากเลยกับสิ่งเหล่านี้ เพราะ จะได้ชมวิดิทัศน์ เรื่องกำเนิดโลก ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้เบื้องต้นก่อนจะชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็ยังจะได้ตื่นเต้นไปกับเทคนิคประกอบเรื่องที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง เช่นเมื่อเกิดภูเขาไฟระเบิดที่นั่งของผู้ชมก็จะสั่นไหวเหมือนกับมีแผ่นดินไหวตามไปด้วย
ภายในพิพิธภัณฑ์นี้ก็ยังมีตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับไม้กลายเป็นหินของประเทศต่างๆ อีกด้วย ตัวอย่างเช่นในประเทศไทย เชื่อกันว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ในไม้กลายเป็นหิน และหากใครได้สัมผัสก็จะทำให้มีอายุยืนยาว แต่ต้องบอกนิดหนึ่งสำหรับคนที่อยากได้ไม้กลายเป็นหินมาไว้ในครอบครองว่า ต้องระวังจะถูกจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ/หรือทั้งจำทั้งปรับอีก 7 แสนบาทด้วย อย่างนี้ยังอยากจะได้อีกหรือเปล่าค่ะเนี่ยะ
ไฮไลท์มาก ๆ คือ การฉายภาพเคลื่อนไหวเป็นเรื่องราวของไดโนเสาร์กินเนื้อจอมโหดปะทะกับอิกัวโนดอนใจเด็ด เป็นวิดีทัศน์ที่สร้างด้วยเทคนิควิดีโอแอนิเมชั่น ฉายรอบทิศทางบนผนังโค้ง 360 องศา เรียกว่าไดโนเสาร์กระโดดจากฝั่งหนึ่งมาอีกฝั่งหนึ่งข้ามหัวผู้ชมกันเลยทีเดียว น่าตื่นตาตื่นใจมากเลยค่ะ
สิ่งหนึ่งที่เด็ก ๆ ชอบ คือ การจับต้องสิ่งของ ห้ามแทบไม่ทัน นับว่าโชคดีที่ได้เข้าชมกับคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎ ได้ฟังบรรยายแบบเต็มสมบูรณ์แบบ
น้องครับ "อันนี้อ่านว่าอะไร" อาจารย์ถาม
" อ๋อ ... ขอบคุณที่ไม่จับ" น้องโบวี่ตอบ
ช่างเป็นอุบายอันแยบยลของอาจารย์จริง ๆ ค่ะ
" ครับทีหลัง ผมจะไม่จับ" น้องโบวี่ตอบ
แต่สุดท้ายก็จับตามเคย ซนจริง ๆ เลย
คราวหน้าจะพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ใกล้บ้านเราเองคะ "โคกสูง"

ขอขอบคุณข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี ค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาขอความรู้ค่ะ
เข้ามาเยี่ยมชมครับ วันหลังผ่านไป จะเข้าไปชมครับ
สวัสดีค่ะ ณัฐรดา และ ท่านอาจารย์ small man
- น่าเที่ยวมากเลยค่ะ อย่าลืมแวะบ้างนะค่ะ