หลังจากวันที่ 31 พฤษภาคม 2552 เป็นต้นมา ผมต้องมีหน้าที่หนึ่งเพิ่มขึ้น ที่หนักหนาสากันพอสมควร กับการเป็น “ผู้ดำเนินรายการ ผู้ดำเนินกิจกรรม คุณอำนวย หรือผู้ทำหน้าที่แทนประธาน หรืออะไรที่เทียบเท่าประมาณนี้” แบบจำเป็น เพราะถ้ารอ และ รอ ใครซักคนมาทำให้ งานคงไม่ออกแน่ ก็ทำถูๆไถ่ แต่แบบเต็มที่ แบบเต็มใจ เตรียมการพอสมควร มีคนว่าบ้าง มีคนให้กำลังใจบ้าง ก็ย๋วนๆ แต่ขอให้งานมันเดินต่อไป ไม่หยุดเกียร์ว่าง

 

     ตอนแรกๆก็คิดไปต่างๆนานาว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนั้นบางครั้งมีแต่ระดับผู้บริหาร ไฉนเด็กอย่างผมระดับปฏิบัติการจะกล้าทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ สั่งการบ้าง แต่ความจริงที่ออกมา คือ เมื่ออยู่ในห้อง ในเวทีเดียวกันแล้ว อายุ ตำแหน่ง คุณวุฒิ ก็ไม่ใช่อุปสรรค แถมยังเป็นกำลังใจให้ผมทำหน้าที่นี้ต่อไป

 

     สำคัญที่ผมได้ขอคิด คือ ทำบรรยากาศให้สบายๆ ไม่พิธีการมากนัก ทำเวทีประชุมให้เป็นเวทีหารือ แจกเอกสารเท่าที่จำเป็นสั้นๆอ่านเข้าใจเลย ทำให้ผู้เข้าร่วมได้พูดเยอะที่สุด จะทำให้ผู้เข้าร่วมเริ่มลืมหมวกที่ใส่มาก่อนเปิดเข้าประตูห้องประชุม ลืมว่าไผเป็นไผ” ซึ่งดีเสียอีกในทางตรงกันข้ามถ้าประธานเป็นผู้ทรง เป็นผู้มีอำนาจสั่งการ ก็จะทำให้ผู้เข้าร่วมไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่อยากแสดง ต้องจำใจ "เห็นชอบ ทั้งๆที่อาจไม่เห็นชอบ" แต่มิติใหม่ที่มีคนดำเนินการประชุมหารือ เป็นเด็กๆ ทำให้ทุกคนได้กล้าพูดความจริงจากใจ ในสิ่งที่ต้องการจริง นี้แหล่ะคือการร่วมกันพัฒนา แบบBottom Up อย่างแท้จริง

 

     หลายงานใหญ่ที่ต้องทำหน้าที่จำเป็นนี้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

     -ประชุมยืนยันข้อมูลพื้นฐานของ 20 คณะ

     -ประชุมเตรียมความพร้อมรับประเมินระดับสถาบัน

     -บรรยายต้อนรับคณะศึกษาดูงาน นบอ.

     -ประชุมกรรมการดำเนินงานประกัน ครั้งที่ 1/52

     -ประชุมพิจารณาตัวบ่งชี้และเกณฑ์สำหรับหน่วยงานสนับสนุนฯ

     -เปิดเวทีนำเสนอผลสำเร็จจากระบบประกันคุณภาพฯ51

    

     ตอนนี้ก็น่าจะดีขึ้นเพราะมีผู้บริหารตัวจริงที่จะเข้ามาดูแลกิจการของศูนย์ฯครับ แต่วิกฤตแห่งเวลาการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นจากที่มีคนให้โอกาสพัฒนาอยู่แล้ว พัฒนาความคิด รู้จักใช้คำพูด รู้จักรู้ความคิดคน...ขอบคุณและขอบคุณอย่างสูง คิดถึงและคิดถึง คนร่วมงานก่อน31พค52 ร่วมกู่สร้างสรรค์พัฒนา