พม่าได้สุมไฟเผาเจดีย์ลอกทองคำหุ้มพระไป

ยามเช้าของวันนี้อากาศแบบสลัว ๆ เย็น ๆ ในเมืองหาดใหญ่อาจจะเป็นเพราะกลิ่นไอฝนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาก็เป็นไปได้ 

...วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร...

 ช่วงนี้มีเรื่องเล่ากรุงเก่าต่อจากตอนที่แล้วหลังจากพวกเราไปชมสิ่งล้ำค่าที่เก็บมาสะสมมาจากวัดในยุคโบราณ โดยนำมารวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ตั้งอยู่กลางเมืองอยุธยาในปัจจุบันนั้นเอง 

 แล้วถึงเวลาที่เราทัวร์ไปในวังเก่ารถที่ยูมินั่งไปนั้นเป็นรถคันหมายเลข 1 คราวที่ขึ้นจากใต้ไปกรุงเทพ ฯ นั้นผมนั่งคันที่ 3 และเมื่อวันไปชมเมืองโบราณที่ จ. สมุทรปราการนั้นผมนั่งรถคันที่ 2  เมื่อรถคันที่นั่งเลี้ยวขึ้นสะพานโค้งข้ามคูคลองของกรุงเก่าเกิดเสียงดังเหมือนท้องรถครูดไปกับพื้นถนนเมื่อเข้าจอดลงไปดู...ตื่นเต้นตกใจกันใหญ่เพราะถังน้ำมันรั่วน้ำมันไหลพุ่งออกมาเป็นทางยาว  พอหายตกใจคนขับรถรีบเข้าไปอุดรูรั่วเป็นการใหญ่ 

 แต่เราต้องเข้าไปชมวังกรุงเก่ามีวัดพระศรีสรรเพชญ์เหมือนวัดพระแก้วมรกตอยู่ในวังเมื่อเข้าไปดูแล้วจะเห็นภาพวังในกรุงเทพ ฯ เพราะลอกเลียนแบบนำมาสร้างไว้  วัดพระศรีสรรเพชญ์ไม่มีพระสงฆ์อยู่อาศัยเป็นวัดอยู่ในวังเพื่อประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เดิมเป็นวังของพระเจ้าอู่ทอง รัชกาลที่ 1 ของกรุงศรีอยุธยา ทรงสร้างขึ้น  ข้างใน

มีเจดีย์ใหญ่ 3 องค์เพื่อบรรจุอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  พระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 

 ต่อมาเมื่อเสียกรุงใน พ.ศ. 2310 พม่าได้สุมไฟเผาเจดีย์ลอกทองคำหุ้มพระไป จนเมื่อปี พ.ศ. 2499 ทางราชการจึงได้บูรณะองค์เจดีย์ทั้ง 3 องค์ขึ้นมาใหม่ดังที่เห็นในปัจจุบันก่อนออกจากวัง ยูมิแวะไปไหว้หลวงพ่อมงคลบพิตรเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของกรุงศรีอยุธยา  ปางชนะมาร สร้างขึ้นในสมัยพระไชยราชาธิราชอยู่ในวิหารอันใหญ่โตนี้ละ