นายประวิทย์    อรรถวิเวก

     เกิดวันที่  มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ สัญชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ การศึกษาปริญญาโท (คบ.)

     คู่สมรสชื่อ นางกัลยา อรรถวิเวก มีบุตรธิดา   คน

     ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ บ้านเลขที่ ๓๒ หมู่ที่  ตำบลบางหลวง  อำเภอบางบาล 
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์   ๑๓๒๕๐  

     อาชีพประจำ การเกษตรผสมผสาน ความรู้ความเชี่ยวชาญพิเศษด้านเกษตรกรรม :ด้านพืช – ประมงประสบการณ์ในการทำงานภาคเกษตร   ๓๑   ปี

     เนื้อที่ที่ใช้ในการประกอบเกษตรกรรม  เนื้อที่  ๑๙  ไร่   งาน แบ่งเป็น  ๑.ไม้ผล พื้นที่ ๑๐ ไร่          ๒. แหล่งน้ำบ่อปลา พื้นที่    ไร่  ๓.พืชไร่  พื้นที่    ไร่             

       รายได้โดยประมาณจากการทำการเกษตร    ๑๕๐,๐๐๐   บาท / ปี

     ผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

๑.     การตั้งชมรมครูบัญชีอาสาด้านการเกษตรและมีการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

๒.   การทำอาชีพเกษตรอินทรีย์ที่พึ่งพาตนเองได้

๓.   การรวมกลุ่มการจัดตั้งกลุ่มอาชีพเกษตร  ด้าน พืชไร่ / นา /  ไม้ผล และประมง

๔.   พัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ของตำบลบางหลวง ให้เป็นแหล่งองค์ความรู้เพื่อพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนของชุมชน

   การอบรม สัมมนาหรือเรียนรู้เพิ่มเติมในหลักสูตรอื่นๆ  เพื่อการพัฒนา

        หลักสูตรการทำเกษตรอินทรีย์

      การจัดทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีฟาร์ม

      การทำแผนชุมชนด้านการพัฒนาอาชีพการเกษตร

      การผลิตพืชให้เป็นไปตามมาตรฐานตามระบบการจัดการคุณภาพ  GAP พืช

ผลงานความสำเร็จที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

        มีสมาชิกชมรมครูบัญชีอาสาด้านการเกษตรระดับอำเภอ  ๒๕๐  คน

      ผลิตสารสกัดชีวภาพและฮอร์โมนพืชแจกจ่ายแก่สมาชิกในชุมชน

      สร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนแนวความคิดด้านเกษตรให้แก่ชุมชน

      เป็นจุดสาธิตการเกษตรอินทรีย์และเกษตรชีวภาพเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน

ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับชุมชน / ระดับสังคม / ระดับประเทศ

        ปี  ๒๕๕๐   เกษตรกรดีเด่น  ด้านเกษตรผสมผสานระดับจังหวัด

      ปี  ๒๕๕๐  ผู้นำด้านเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นระดับจังหวัด

      ปี  ๒๕๕๑  ครูบัญชีอาสา   ด้านเกษตรดีเด่นระดับจังหวัด และระดับภาค

      ปี  ๒๕๕๒ เกียรติบัตร  ด้าน “ปราชญ์เกษตร”  ดีเด่นระดับจังหวัด 

     ความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้

        ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่เป็นรูปธรรมที่เน้นเศรษฐกิจพอเพียง

      เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการเกษตรแก่ชุมชน

      ใช้กลวิธีในการเปลี่ยนแนวความคิดดั้งเดิมของเกษตรกรให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่อยู่บนพื้นฐาน

เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง 

     ความสามารถในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้

        จัดอบรม สัมมนาเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและให้ความร่วมมือของประชาชน

      จัดตั้งชมรม และรับสมัครสมาชิกอาสาในระดับต่าง ๆ  ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน และระดับตำบล

      มีการส่งข่าวสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันโดยใช้สื่อต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ , Internet

การสร้างเครือข่ายกับองค์การภาครัฐหรือเอกชน

        เสนอตั้งและเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐด้วยความเต็มใจและเสียสละ

      ยินดีให้ใช้บ้านและสวนเป็นสถานที่ประชุมจัดเวทีประชาคม และจุดสาธิตการเกษตร

      จัดตั้งและเข้าร่วมกับชมรมอาสาภาคประชาสังคมทำกิจกรรมสนับสนุนภาครัฐ

การติดตามและประเมินผลการถ่ายทอดองค์ความรู้

        ลงพื้นที่สัมผัสพูดคุยโดยตรงกับประชาชนร่วมรับรู้และแก้ปัญหา

      จัดประชุมสัมมนาประเมินความสำเร็จ และอุปสรรคเป็นระยะ ๆ

แผนเพื่อการพัฒนางานด้านเกษตรในอนาคต

        พัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่นโดยการจัดเวทีประชาคม ร่วมกันทำแผนชุมชนทั้งระยะสั้น และระยะยาวที่เน้นเกษตรอินทรีย์

      ประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อขอรับการสนับสนุน

      ผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มทางการเกษตรของประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง เช่น กลุ่มทำนา

กลุ่มปลูกพืชไร่ , กลุ่มปลูกไม้ผล ฯลฯ

    

คติประจำใจในการพัฒนาชีวิต

                               อยู่อย่างคนจน         จะไม่มีวันจน

                                อยู่อย่างคนรวย            จะไม่มีวันรวย

                               อยู่อย่างพอเพียง          จะไม่เสี่ยงเป็นหนี้

                                     อยู่อย่างพอดี               จะไม่มีความทุกข์