
-
การปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องง่ายหรือยาก เราอาจจะได้ยินมาหลากหลาย บางท่านว่าการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องง่าย โดยยกตัวอย่างว่า การทำดีนั้นเป็นเรื่องง่ายกว่าการทำไม่ดี และยกตัวอย่างว่าคนดี จะทำความดีได้ง่าย เลยสงสัยว่าเราคงเป็นคนอีกประเภทแน่เลย คือ คนไม่ดีเลยทำความดีได้ยาก ทำให้รู้สึกว่าการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องยาก
-
หากจะมองเรื่องนี้ ลองดูว่าผู้บรรลุมรรคผลแล้ว คงเห็นเรื่องการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับเราท่านที่ยังเป็นปุถุชน การจะปฏิบัติดียังเป็นเรื่องยากอยู่ เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากว่าเราได้มีการสะสมกิเลส หรือความเคยชินในทางลบ หรือทางไม่ดีไว้ เมื่อได้รับผัสสะกระตุ้น เราพร้อมที่จะตอบสนองตามความเคยชินทันที เช่น เวลาที่เราโมโห หรือโกรธ เมื่อมีเหตุการณ์ที่เราไม่พอใจเกิดขึ้น ตามความเคยชินของเรา เราก็จะโกรธเลยทันที หากจะให้ไม่โกรธ คงจะยาก เพราะว่าไม่เคยฝึกมา ดังนั้นการห้ามไม่ให้โกรธ จึงเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อไหร่ที่เราได้ฝึกเปลี่ยนแปลงจิตใจเรา เราจะพบว่าจิตใจเราเริ่มเปลี่ยนแปลง ค่อยๆ ลดความโกรธลง จากที่โกรธนาน ก็หายเร็วขึ้น จากที่โกรธง่าย ก็โกรธยากขึ้น เมื่อเราพากเพียรปฏิบัติไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเราก็จะพบว่า การที่จะให้เราโกรธนั้น กลับเป็นเรื่องยากซะแล้ว และการไม่โกรธเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า

-
ดังนั้นหากมองเรื่องการปฏิบัติธรรมคือขั้นตอนการฝึกฝนเปลี่ยนแปลงจิตใจ คงต้องมองเป็นกระบวนการ ที่ต้องใช้เวลา ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อแก้ไขความเคยชินของจิตใจเรา ตรงนี้เป็นเรื่องของกระบวนการ ต้องอาศัยความพากเพียร สม่ำเสมอ และในช่วงแรกๆ มักจะยาก เพราะยังไม่ค่อยเห็นผล แต่เมื่อใดได้ปฏิบัติ จนเกิดมรรคผลแล้ว เราจะเข้าใจ และมีกำลังใจที่จะพากเพียรทำต่อไป

-
การปฏิบัติธรรมจะยากหรือง่าย คงไม่ใช่การตอบแบบกำปั้นทุบดิน เหมือนกับว่าหากคนอ้วน อยากจะผอมก็อย่ากินมากเกินไปสิ ซึ่งถามว่าถูกไหม ต้องตอบว่าถูกแน่ แต่ทำไมจึงมีคนอ้วนอยู่มากมายละ และคนอ้วนทุกคนไม่รู้หรือว่ากินน้อยจะทำให้ผอม แต่การที่เขาอ้วน ก็เพราะว่าไม่สามารถควบคุมวินัยในตัวเองได้นั้นเอง ดังนั้นจะถามว่าการลดความอ้วนยากหรือง่าย สำหรับคนอ้วนแล้วย่อมเป็นเรื่องยากแน่นอน และการที่จะลดความอ้วน ย่อมต้องเป็นคนอ้วนแน่นอน คงไม่อ้วนย่อมไม่ต้องลด เช่น เดียวกับคนที่บรรลุธรรมแล้ว ไม่จำเป็นต้องพยายามปฏิบัติธรรมอีก เพราะว่าได้บรรลุแล้ว แต่คนที่ยังไม่บรรลุต่างหากที่ต้องปฏิบัติ ความยากจึงเป็นของผู้ที่ยังต้องปฏิบัติอยู่นั้นเอง

ธรรมะที่สำคัญก็เหมือนใบไม้หนึ่งกำมือในป่าใหญ่นะครับ
ขอยกคำของพ่อแม่ครูบาอาจารย์นะครับที่ว่า
"การปฏิบัติธรรมไม่ยาก ยากเฉพาะผู้ไม่ปฏิบัติ"
คอยแต่จะมีทุกข์ ไม่ได้อยู่วัดแล้วไม่ปฏิบัติ
อย่าคิดว่าง่ายอย่าหมายว่ายาก..
ลงมือปฏิบัติ
เพราะคนนั่งอมเกลือกับคนนั่งมองเกลือ
สองคนนี้จะอธิบายรสของความเค็มต่างกันโดยสิ้นเชิง..
ธรรมะสวัสดีขอรับ
ในความรู้สึกผมคิดว่าเห็นด้วย ว่าต้องปฏิบัติ การปฏิบัติเท่านั้น ที่จะทำให้เราได้พบกับธรรม
เหมือนการขับรถเช่นกัน ถามว่ายากหรือไม่? หากไม่ลงมือหัดขับรถ ย่อมจะขับไม่เป็นแน่
แต่เมื่อได้เริ่มขับครั้งแรกนั้น ไหนจะต้องเหยียบ/ปล่อยครัช เหยียบคันเร่ง เลี้ยงพวงมาลัย ค่อยเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็ว ดูแล้ววุ่ยวายมาก แต่เมื่อขับไปเรื่องๆ จะพบว่าสามารถขับได้อย่างเป็นอัตโนมัติ แถมขับไปคุยไปก็ยังได้ด้วย
คิดว่าคงคล้ายกับการปฏิบัติธรรม ในเบื้องต้นดูเหมือนจะยุ่งยาก ต้องพยายามปฏิบัติ แต่เมื่อรู้แนวแล้ว การระลึกรู้ตัว เริ่มเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ รู้ผัสสะมากระทบ รู้ถึงสติที่เริ่มตามทัน แล้วปล่อยวางอารมณ์ (อุเบกขา) ไม่ปรุึงแต่งหรือสังขารต่อ กลับเห็นว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะมีสติแล้วก็ปล่อยวาง รักษาอุเบกขา ง่ายกว่าที่จะปรุงแต่งจริงๆ
คนเราต่างเหตุผล อยู่ที่ว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนั้น ๆ แค่ไหน
สำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติ บางท่าน อย่าถึงกับต้องปฏิบัติเลย แค่จะหยิบหนังสือธรรมะมาอ่านสักเล่มก็รู้สึกไม่อยากแล้ว คิดดูว่ามันยากไหมล่ะ
สำหรับผู้ปฏิบัติ ตื่นมาไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ตั้งแต่ตีห้า ก่อนจะไปทำงาน ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระอะไร เป็นการดำเนินชีวิตตามปกติ ถ้าพอมีเวลาก็ไปปฏิบัติธรรมที่วัดเพื่อพัฒนาปัญญาให้ดีขึ้น
เคยอ่านบทความของ อ.กำพล ทองบุญนุ่ม มีคนถามอาจารย์ทำนองว่า คนเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเวลา ทำให้ไม่สะดวกต่อการปฏิบัติ อาจารย์ตอบว่า ไม่มีเวลา หรือ ไม่ให้เวลา
ถ้าให้ความสำคัญจริง ต้องให้เวลาได้ (อาจเขียนข้อความไม่ถูกต้องนักนะคะ แต่ถาม-ตอบประมาณนี้) ก็เห็นด้วย ถ้าเราให้เวลา ให้ความสำคัญจริง ก็จะนำมาปฏิบัติได้ เริ่มจากทีละเล็ก ทีละน้อยก่อนก็ยังดี แต่ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่ให้เวลาซะอย่าง ต่อให้ง่ายเพียงใด เราก็ไม่สนใจค่ะ
สวัสดีค่ะ พอดีเพิ่งบันทึก สมาธิ วิปัสสนา ตามวิธีธรรมชาติ เห็นว่าคล้อยตามกัน ขออนุญาติส่งลิ้งค์นะคะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกหน้านี้ค่ะ
การให้ความสำคัญกับธรรมเป็นเรื่องจำเป็นครับ
เมื่อให้ความสำคัญการจัดสรรเวลาในการปฏิบัติก็จะตามมา
แต่หากเราให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ สิ่งอื่นๆ ก็จะมาเบียดแย่งเวลาธรรมไป