การหาประสิทธิภาพสื่อ

E1/E2:ว่าด้วยเรื่องของการหาประสิทธิภาพสื่อ

       การสอนวิจัยทางการศึกษาหรือการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้หรือการวิจัยในชั้นเรียน ทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มสอนฉันมักจะให้นักศึกษาเขียนความรู้สึกเริ่มแรกที่ได้รู้ว่าจะเรียนวิชานี้ ทุกคราวดิฉันก็จะได้รับคำตอบไม่แตกต่างกันมากนัก เมื่อรู้ว่าจะเรียนวิชาวิจัยคือ น่าจะยาก เครียดมาก เรื่องของการเก็บข้อมูล การค้นคว้าเอกสาร การคำนวณสถิติ หรือบางรุ่นหนักกว่านั้นหน่อย ก็ ตายแน่ ไม่รู้จะรอดไหม สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือ สถิติ และฉันเองก็เรียนรู้ว่า เมื่อไรที่ฉันเขียนสูตรบนกระดานดำหรือปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระดานขาวแล้ว จะเป็นกระดานดำหรือขาวก็ตาม เมื่อไรที่มีสูตรสถิติปรากฏ ดูเหมือนอุณหภูมิในห้องเรียนจะมีความแปรปรวนสูง

        ฉันเคยอธิบายการหาประสิทธิภาพสื่อหรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า E1/E2 คุณครูที่ต้องทำผลงานคงรู้ซึ้งและเข้าใจดีถึงดีที่สุด ... หากดูจากสูตรแล้วคุณครูหรือนักศึกษาจะรู้สึกปฏิเสธทันที...ทั้งที่จริงแล้ว E1 หรือประสิทธิภาพกระบวนการนั้น ได้มาจากการสอบหลังจากการฝึกคุณจะฝึกกี่ครั้งก็แล้วแต่  ให้เก็บคะแนนหลังฝึกไว้ (คะแนนจะได้มาจากการประเมิน เช่น การให้คะแนนการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ด้วยการร้อยดอกไม้ ร้อยลูกปัด ฯลน หรือคะแนนอาจได้มาจากแบบฝึกย่อยก็ได้ สำคัญที่ว่าขอให้หาวิธีให้คะแนนให้ได้เท่านั้น) จากนั้นนำคะแนนการฝึกทุกครั้งมารวมกันคะแนนเต็มเท่าไรไม่สนใจให้ทำเป็นร้อยละนั่นคือ E1

        ส่วน E2 นั่นคือประสิทธิภาพผลลัพธ์ สอบสุดท้าย Final หลังจากเสร็จกระบวนการฝึก คะแนนเต็มเท่าไรไม่สนใจเช่นกัน ให้ทำเป็นร้อยละอีก นั่นคือ E2

        อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ทำให้คนปฏิเสธสูตรสถิติเกิดการเรียนรู้ได้บ้าง