ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร กรุณาส่งเอกสารนี้มาให้    เข้าใจว่าเป็นแนวคิดเริ่มต้นที่นำไปสู่โครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ    จึงนำมารวบรวมไว้ในบันทึกชุดนี้

 

เอกสารแนวคิด


มหาวิทยาลัยวิจัยเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศตามภาระกิจ (Relevant Excellence) และความมรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ของระบบอุดมศึกษาไทย

          1.สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้เลือกมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย   มีเป้าหมายที่จะใช้ “ระบบมหาวิทยาลัยวิจัย” เพื่อขับดันมหาวิทยาลัยไทยกลุ่มหนึ่งเข้าสู่การแข่งขัน “ระดับโลก”    บนฐานการจัดลำดับมหาวิทยาลัย (University Rankings)ในโลกและเอเซีย  การตีพิมพ์ทางวิชาการ  การมีอาจารย์ปริญญาเอกในสัดส่วนที่สูง  จุดเข้มแข็งทางวิชาการที่ชัด   มหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกส่วนมากมีผลงานทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science)


          2. การทำงานของมหาวิทยาลัยวิจัยต้องคำนึงว่าสถาบันอุดมศึกษารัฐและเอกชน รวมประมาณ 150 แห่ง ต้องมี 4 ภาระกิจคือ  สอน  วิจัย  บริการวิชาการ  และทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม  อีกทั้งแผนอุดมศึกษาระยะยาวฉบับที่สอง (2551-25565)  กำหนดให้พัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเป็นสี่กลุ่ม   คือ ............

“ 97.ให้พัฒนาเพื่อการจัดสถาบันอุดมศึกษา 4 กลุ่ม (category)  คือ
: กลุ่มวิทยาลัยชุมชน (Community Colleges)
: กลุ่มมหาวิทยาลัยสี่ปี (4-year University) และมหาวิทยาลัยศิลปะศาสตร์ (Liberal Arts University)  
: กลุ่มมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง (Specialized University)   มหาวิทยาลัย Comprehensive
: กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย
(Research University)  และมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา (Graduate  University)

          การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเป็น 4 กลุ่มเป็นไปตามการกำกับนโยบายของมหาวิทยาลัย  ควบคู่ไปกับการประเมินมาตรฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับกลุ่มอุดมศึกษาที่มีพันธกิจต่างกัน   กลไกจัดสรรทรัพยากรจากฝ่ายรัฐอย่างมีทิศทางและเป้าหมาย  และการระดมทรัพยากร ......”

          3. แม้สถาบันอุดมศึกษาทั้งหมดมีภาระกิจร่วมสี่ประการเหมือนกัน  แต่สถาบันในการกำกับของสกอ.ควรแตกต่างและหลากหลายทางอัตลักษณ์ / เอกลักษณ์  และเป้าหมาย   จึงจะตอบความต้องการและพลวัตรเศรษฐกิจ  สังคม  การเมือง  ทั้งระดับการแข่งขันในโลก  ความต้อง การของภูมิภาค  และความต้องการท้องถิ่นได้    การจ้ดสรรทรัพยากร  การทำงาน  การประเมินผลสถาบันอุดมศึกษาจึงควรสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาสี่กลุ่ม 

          4. ทั้งนี้ไม่ว่าสถาบันอุดมศึกษาจะกำหนด(position)ตนเองอยู่ในตำแหน่งใด  จะทำภาระกิจใด    ต้องมีมาตรฐานและมีความเป็นเลิศที่เหมาะสมและความเป็นเลิศที่สอดคล้อง(relevant excellence)ของภาระกิจกลุ่มอุดมศึกษานั้นๆ   ในช่วงเวลา 5-10 ปีที่ผ่านมา  กลไกของรัฐได้ประเมินการทำงานของสถาบันอุดม ศึกษาทั้งมิติประสิทธิภาพการบริหารและมิติคุณภาพการศึกษา    การประเมินดังกล่าวใช้ดัชนีวัดประสิทธิภาพการดำเนินการ (Key Performance Indicators-KPI) สำหรับภาพรวม   ไม่ได้เน้นการให้สถาบันอุดมศึกษาวางตำแหน่งหรือ differentiateตนเอง   สถาบันอุดม ศึกษาจำนวนมากรวมทั้งกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยเน้นการทำงานเพื่อเพิ่ม KPI   โดยเฉพาะ KPI ด้านความสามารถด้านการวิจัย

          5. คำถามเชิงหลักการและการปฎิบัติคือ 
          ก.ควรใช้และสามารถใช้กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยที่เข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติสร้างความเป็นเลิศตามภาระกิจ (Relevant Excellence) ให้อีกกลุ่มอุดมศึกษา  คือกลุ่มมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง  มหาวิทยาลัย Comprehensive, กลุ่มมหา-วิทยาลัยสี่ปี  และมหาวิทยาลัยศิลปะศาสตร์   และกลุ่มวิทยาลัยชุมชน  ได้หรือไม่  อย่างไร
          ข. จะพัฒนามหาวิทยาลัยให้เข้มแข็งทางสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์  รวมทั้งสุนทรียศาสตร์อย่างไร 
          เอกสารนี้เน้นประเด็น(ก)มากกว่าประเด็น(ข)   เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนในวงวิชาการไทยด้านการกำหนดความเข้มแข็งด้านสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์ 

          6. มหาวิทยาลัยวิจัยมีทุนทางวิชาการ(academic and technical capitals)สะสมมากกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไป  ทุนทางวิชาการนี้ถูกใช้เพื่อการทำภาระกิจทั้งสี่โดยเน้นภาระกิจการวิจัย  จากทุนวิชาการที่สะสม   ประกอบกับการสนับสนุนเพิ่มเติมเป็นพิเศษจากโครงการมหาวิทยาลัยวิจัย  มหาวิทยาลัยวิจัยจึงต้องทำงานให้ดีขึ้นทั้งในส่วนตน   และเพื่อให้มหาวิทยาลัยส่วนอื่นดีขึ้นด้วย
การทำให้มหาวิทยาลัยส่วนอื่นดีขึ้นนั้น  มีได้หลายมิติ  ที่สำคัญอาจเป็น
          ก.การพัฒนาอาจารย์และนักวิชาการให้มีคุณวุฒิ  ทักษะและสมรรถนะวิชาการรวมทั้งการสร้างระบบพัฒนาอาจารย์และนักวิชาการ  ทั้งนี้การสร้างคนและการสร้างระบบต้องควบคู่กันจึงจะเกิดความยั่งยืน   อาจารย์และนักวิชาการต้องดีขึ้นทั้งความรู้(คุณวุฒิ)   เก่งขึ้นทางเทคนิค(ทักษะและ สมรรถนะ) ตามการวางตำแหน่งของแต่ละมหาวิทยาลัย      

          ข. การพัฒนาระบบการวิจัย   การบริการเทคนิค  การถ่ายทอดความรู้และการทำงานร่วมกับชุมชน  จากความรู้เชิงหนังสือ (explicit knowledge) 
          ทั้งนี้  อาจทำงานร่วมกันในระบบเครือข่ายอุดมศึกษา 9 เครือข่าย หรือทำงานร่วมกันโดยเน้นความสามารถทางวิชาการของมหาวิทยาลัยวิจัยที่มหาวิทยาลัยอื่นต้องการ  โดยไม่จำกัดว่าอยู่เครือข่ายเดียวกัน 

          7. ผลจากการสร้างความเข้มแข็ง :  เพื่อความกระชับ  ขอเรียกมหาวิทยาลัยวิจัยว่ามหาวิทยาลัยวงที่หนึ่ง  มหาวิทยาลัยส่วนอื่นเป็นวงที่สอง  วงที่สาม  ตามลำดับ  วงของมหาวิทยาลัยมีความหมายหลายมิติ   ผลจากการสร้างความเข้มแข็ง  อาจเกิดสิ่งต่อไปนี้  ยกตัวอย่างเช่น 
          : มหาวิทยาลัยวงที่หนึ่งมีความเป็นเลิศทางวิชาการที่วัดคุณภาพผลงานวิชาการที่
ตีพิมพ์(ตามหลัก Scientometrics, impact factors ฯ) 
          : มหาวิทยาลัยวงที่สองประเภทแรก  เรียก “เชิงเทคนิค”  จะใช้ความรู้ทางวิชาการเพื่อภาคการผลิตจริงและภาคสังคม   เปลี่ยนความรู้เชิงหนังสือ( explicit knowledge) แบบหนึ่งไปเป็นความรู้ที่ใช้งานได้  เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจสังคมในปริบทต่างๆ   หรือบูรณาการ /ถักทอความรู้เชิงหนังสือที่เป็นศาสตร์เดี่ยว (single discipline)  ไปเป็นหลากศาสตร์และพหุศาสตร์  ทั้งนี้วัดคุณภาพงานมหาวิทยาลัยวงที่สองเชิงเทคนิค   จากผลผลิตและผลกระทบต่อภาคการผลิตจริงและภาคสังคม 
          ในขณะที่ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องความเข้มแข็งด้านสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์   ควรสร้างมหาวิทยาลัยวงสองเชิงเทคนิคให้เชื่อมวิทยาศาตร์ธรรมชาติกับสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์สุนทรียศาสตร์  ที่เหมาะกับปริบทไทย  เกิดหลากศาสตร์และพหุศาสตร์เช่น  กฏหมายกับ
เทคโนโลยีเฉพาะทาง  เทคโนโลยีกับจริยธรรม   เทคโนโลยีกับโบราณคดี  ไอทีกับพฤติกรรมการเรียนรู้  เป็นต้น 
          : มหาวิทยาลัยวงที่สองประเภทสอง  เรียก “เชิงวิจัย”  จะสร้างความสามารถทางวิชาการในแนวมหาวิทยาลัยประเภทหนึ่ง  แต่วางตำแหน่งของตนในระดับพื้นที่  อนุภูมิภาค  ประเทศ  ภูมิภาค   หรือขึ้นกับวุฒิภาวะของการพัฒนา  เป็นต้น
          : มหาวิทยาลัยวงที่สาม  อาจมีลักษณะร่วมของมหาวิทยาลัยวงที่สองที่ใช้ความรู้เชิงหนังสือกับการสัมผัสสังคมและชุมชนให้ใกล้ชิดขึ้น  อาจเน้นการมี out reach activities    การพัฒนาเด็กและเยาวชนหรือครู  การสนับสนุนกลุ่มชายขอบ (marginalized)

          8. ควรกำหนดการใช้งบประมาณของกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย (9,000 พันล้านบาท) ส่วนหนึ่งเพื่อการสร้างมหาวิทยาลัยกลุ่มสอง, กลุ่มสาม  เช่นเป็นทุนการศึกษาบัณฑิตศึกษาให้มหาวิทยาลัยกลุ่มอื่น   และเพื่อบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม   รวมทั้งงบประมาณส่วน 3,000 ล้านบาทด้วย