บันทึกฉบับนี้จะละเว้นไม่เล่าเรื่องนี้คงไม่ได้  เป็นเรื่องที่ฉันไม่สามารถให้คำตอบแก่ใคร ๆได้นอกจากตัวเอง  บ่ายวันนี้ฉันได้รับโทรศัพท์จากคุณครูท่านหนึ่ง  ตอนแรกดูเหมือนปรึกษาแต่เราก็คุยกันนานมาก  ในที่สุดฉันก็เป็นฝ่ายรับฟัง  เมื่อจบแล้วฉันจึงบอกเขาไปแกมเย้าแหย่ว่า "ขอขอบคุณที่ทำให้มีมีเรื่องไปเล่าในบล็อก" 

คุณครู  :  สวัสดีครับพี่คิม  เมื่อคืนผมนอนตี ๔ ครับ  นอนที่โรงเรียนหลายคืน

               แล้วครับ

ครูคิม   :  ทำอะไรกันละ  เล่าให้ฟังบ้าง

คุณครู  :  พี่คิมครับ  เมื่อไรเขาจะเลิกประกวดครูดีเด่นครับ

ครูคิม   :  เมื่อเราตั้งโรงเรียนเองมั้งน้องชาย

คุณครู  :  ผมเบื่อมาก  ไม่ได้เป็นอันเรียนอันสอน  ต้องทำตามเกณฑ์ที่เขาให้มา

              ทำให้ครบเกณฑ์ทุกข้อ  ครูผู้หญิงอีกคนก็อยู่คนละอาคารกับผม 

              น่าสงสารเขามาก  มีลูกชายเล็ก ๆพาลูกมานอนที่ห้องเรียนและทำงาน

              ไปด้วย  ตี ๓ เขาโทรมาหาผมว่า...ยังทำงานอยู่...ฯลฯ...

ครูคิม   :  พี่คิม...คิดได้แล้ว..ต้องมีครูผู้หญิงถูกฆ่า ข่มขืน  เขาอาจจะเลิก

              ประกวดครูดีเด่นไปพักหนึ่งก็ได้นะน้อง

คุณครู  :  กลางวันก็แย่งเครื่องคอมพิวเตอร์กัน  บางคนที่บ้านไม่มีพริ้นเตอร์

               ก็ต้องมานอนโรงเรียน  ไม่ต้องเปลืองกระดาษส่วนตัว  ของมันแพง

               เอาเงินไว้ให้ลูกไปโรงเรียน

ครูคิม   :   ทำไม  เมื่อมีการประกวดครูดีเด่นแล้ว  ไม่สอนเด็กละน้อง

คุณครู  :   ก็เพราะเราสอนอย่างเดียว  เรามีงานไม่ครบตามเกณฑ์  และตาม

               ตัวบ่งชี้ที่เขาระบุมาให้  งานวิจัยผมก็ยังไม่มี  พี่คิมมีไหม  .. และไม่มี

               ใครสอนหรอกพี่  นั่งอยู่หน้าคอม ฯ หรือไม่ก็ตอกตาปูกันโครมคราม

ครูคิม   :   ก็ทำเท่าที่มี  แต่ผลจากตัวเด็กเป็นเชิงประจักษ์อยู่แล้ว ไม่มีใครรู้แต่เรา

                รู้เองว่าเรากำลังทำอะไร

คุณครู  :   เขาไม่เชื่อ ไม่ดูเด็กหรอกพี่  เขาดูห้องเรียน ดูเอกสาร งานวิจัยเอามา

               จากไหนก็ได้  ลบชื่อออกไป เขียนชื่อเราแปะก็ผ่านแล้วครับ...

ครูคิม   :   ทำไงดีละน้อง  พี่คิมจะช่วยน้องได้อย่างไร

คุณครู  :   ขอขอบคุณครับพี่  แต่อยากรู้ว่าเมื่อไรเขาจะเลิกประกวดเสียที

ครูคิม   :   ก็บอกแล้วไงว่าลาออก...ไปตั้งโรงเรียนเอง  .... ก็ได้ชื่อว่าเป็นครู

               เหมือนกันนิ  ให้ครูดี ๆ เด่น ๆ เขาสอนกันไปเถอะนะ

คุณครู  :   ............... ฯลฯ

ครูคิม   :   ............... ฯลฯ 

            ครูดีเด่นเต็มบ้านเต็มประเทศไทย  แต่เด็กก็มีปัญหาเต็มบ้านเต็มเมือง เด็กบางคนเรียนจนจบชั้นมัธยมต้น  แต่อ่านหนังสือไทยตะกุกตะกัก  เขียนสะกดยังไม่ถูก ความประพฤติ ค่านิยม ไม่สมกับได้ผ่านสถาบันโรงเรียนมาอย่างน้อยคนละ ๙ ปี ภาคบังคับ ไม่นับก่อนประถมอีก ๒ ปี  ฉันจึงตอบคำถามของใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้  นอกจากตัวฉันเอง  รอไว้เมื่อฉันลาออกจากราชการครูมาเป็นประชาชนธรรมดาคงจะให้คำตอบคนอื่น ๆ ได้  และบันทึกฉบับนี้ก็ไม่ทราบจะให้ชื่อเรื่องว่าอย่างไร 

           คุณครูท่านนี้  ไม่ใช่คุณครูไม่ดีไม่เด่น  แต่คุณครูยังไม่พร้อมที่จะประกวด  เพราะเพิ่งเป็นครูใหม่ไม่ถึงปี แต่โรงเรียนบังคับให้ทุกคนต้องประกวด เท่าที่รู้จักคุณครูเขามีความมุ่งมั่นและไปศรัทธาแรงกล้ามาก และที่สำคัญเป็นคน "คิดนอกกรอบ" เป็นผู้มีจิตวิญญาณในความจริง ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่าน

........................