เป็นโครงการ ที่จะช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่มีภาวะแทรซ้่อนรุนแรง
ระบบโรงพยาบาลทั่วไปไม่เข้มข้นพจะดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ได้
การเพียงแค่จ่ายยาและให้สมุดนัด ไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้
ได้แก่ ผู้ป่วยไตวาย หัวใจล้มเหลว ตับแข็ง มะเร็งที่รับเคมีบำบัด ผู้ที่เปลี่ยนลิ้นหัวใจ
ผู้ป่วยเอดส์ที่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยโรคหนังแข็งระยะรุกลาม เป็นต้น
การทำงานบริบาลผู้ป่วยเหล่านี้ จะเน้นงานจิตอาสาเป็นหลัก
จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า มีกิจกรรมมากมายที่ส่งผลดี ต่อผู้ป่วย
1 การทบทวนแผนการรักษา และการใช้ยา
2 การส่งเสริมความร่วมมืในการใช้ยา
3 การเฝ้าระวังาการไม่พึงประสงค์ด้านยา
4 การโทรศัพท์ติดตาม
5 การให้สุขศึกษา และการให้ข้อมูลเพื่อย้ำเตืนผู้ป่วย
6 การเสริมพลังใจ
7 การรวมกลุ่มผู้ป่วย
8 จิตอาสาในชุมชน
9 การเยี่ยมบ้านผู้ป่วย
10 การจัดประชุมเพื่อทำกลุ่มบำบัด
11 เทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยใช้แนวคิด disease management and case management
ยอดผู้ป่วยปัจจุบันคือ 372 คน 13 กลุ่มโรค
ทำคนเดียว อยากได้พันธมิตร แต่เหมือน ไม่มีใครว่างเลย ในโรงพยาบาล
มี เจ้าหน้าที่อนามัย 1 คน อยากมาช่วย จาก สอ.ห้วยยาง (ปรบมือ)
ดีจังเลยค่ะ...แม้มีหนึ่งท่านร่วมเป็นจิตอาสา...
แต่นั่นน่ะก็เทียบได้กับพลังที่ยิ่งใหญ่...ร่วมปรบมือให้เช่นกันค่ะ
ในโรงพยาบาลน่าจะตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยที่บ้านนะคะ (รู้สึกว่ามาตรฐาน HA ต้องมี) และทีมทำงานก็ประกอบกันหลาย ๆกลุ่มงาน(ทีมสหสาขาวิชา)
แบบว่า ใน รพ. มีพยาบาล และ วิชาชีพื่น รับผิดชอบหมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน
ส่วนขาดก็ คือ หลายคนไม่รู้วิธี ไม่มีทักษะ การบริบาลผู้ป่วย ในบริบท นอก โรงพยาบาล
ยกตัวเช่น
ในบ้าน มีคนไข้เบาหวาน ที่มี ไตวาย 1 ราย จนท. โรงพยาบาลส่วนใหญ่
จะขาดทักษะการบริบาลผู้ป่วย ทั้งด้านความรู้ทั่วไป
และความรู้แฝงเร้น
นอกจากนี้ อุดมการณ์ และความมุ่งมั่น ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
การที่คนป่วยกลุ่มนี้ ไม่มีระบบดูแลเป็นพิเศษ ทำให้
คนไข้เสียโอกาส ทางการรักษา
ยกตัวอย่าง ผู้ป่วย 1 ราย เป็นโรคหัวใจล้มเหลว ถึงแม้ จบ ป.เอก
จาก มหาลัย top 10 ของโลก
ก็ไม่มีความรู้ในการดูแลตนเองน่ะครับ (มีคนไข้จริง)
สวัสดีคะ
แนวคิดดูแลคนไข้แบบ disease management นี่ทำให้เราได้ดูแล และได้รู้จักคน จริงๆคะ
งานโรงพยาบาลชุมชน ต้องการพลังที่ยิ่งใหญ่เสมอ
จึงขอเป็นกำลังใจมาณ. โอกาสนี้นะคะ