ส่งงานเก็บคะแนน

ผู้นำเสนอ   นางทองมาก  รินเสนา

นักศึกษาปริญญาโท วิชาเอก การบริหารการศึกษา

รุ่นที่  11

ชื่อผู้วิจัย          นางสาวสุขุมาล   สายสีสด

เรื่องที่  1

        ชื่อเรื่อง   การศึกษาเปรียบเทียบความพร้อมทางการเรียนภาษาไทยของเด็กปฐมวัย  ระหว่างวิธีสอนแบบมุ่งประสบการณ์ทางภาษาและวิธีสอนตามแผนการจัดประสบการณ์

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 

        เพื่อเปรียบเทียบความพร้อมทางการเรียนภาษาไทยของเด็กปฐมวัย  ที่เรียนด้วยวิธีสอนแบบมุ่งประสบการณ์ทางภาษา  กับวิธีสอนตามแผนการจัดประสบการณ์

สมมุติฐานของการวิจัย

        นักเรียนที่ได้รับการสอนด้วยวิธีสอนแบบมุ่งประสบการณ์  ทางภาษามีความพร้อมทางการเรียนภาษาไทยสูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยวิธีสอนตามแผนการจัดประสบการณ์

แบบแผนของการวิจัย

        นักเรียนชั้นอนุบาล  โรงเรียนบ้านกุดเชือกและโรงเรียนบ้านลาน  โดยทำการวิจัย  ในภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2541  สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา  อำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  46  คน

ตัวแปรในการวิจัย 

เป็นตัวแปรตัน  คือ  วิธีสอน  2   วิธี  ได้แก่  การสอนแบบมุ่งประสบการณ์ทางภาษา   และการสอนตามแผนการจัดประสบการณ์

ตัวแปรตาม

ความพร้อมทางการเรียนภาษาไทย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

        ใช้เนื้อหาตามแผนการจัดประสบการณ์

ชั้นอนุบาล  2  คือ

หน่วยมด

หน่วยน้ำ

หน่วยต้นไม้ที่รัก

หน่วยโลกสวยด้วยมือเรา

        โดยใช้ทดลองเวลา  4  สัปดาห์  สัปดาห์ละ  5  ครั้ง  ครั้งละ  40  นาที  โดยใช้เครื่องมือ  ทางการเรียนภาษาไทย  เตรียมความพร้อม  6  ด้าน  คือ 

1.    ความสามารถในการจำแนกภาพ

2.      ความสามารถในการจำแนกเสียง

3.      ความสามารถในการรู้คำศัพท์

4.      ความเข้าใจในการฟัง

5.      ความสามารถในการใช้สายตา  และกล้ามเนื้อมือให้สัมพันธ์กัน

6.   ความสามารถในการหาความสัมพันธ์ระหว่างภาพกับสัญลักษณ์

แผนการสอนจัดประสบการณ์  ที่ใช้คือ  มีจุดประสงค์เนื้อหา  กิจกรรม  สื่อ  การประเมินผลที่สร้างขึ้นตามแนวทางการจัดประสบการณ์  ชั้นอนุบาล  2

สรุปผลการวิจัย

        นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยวิธีมุ่งประสบการณ์  ทางภาษามีความพร้อม  ทางงการเรียนภาษาไทยสูงกว่านนักเรียนที่ได้รับการสอนตามแผนการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01

 เรื่องที่  2 

        ชื่อผู้วิจัย  คุณจุไรพร  รอดเชื้อ  พ.ศ.  2547

ชื่อเรื่อง  การเรียนรู้โดยการเล่นที่มีต่อพัฒนาการทางทักษะคณิตศาสตร์  ด้านจำนวนของการปฐมวัย

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.   เพื่อศึกษาการเรียนรู้โดยการเล่นที่มีต่อพัฒนาการทางทักษะคณิตศาสตร์  ด้านจำนวนของการปฐมวัย

2.   เพื่อศึกษาความแตกต่างของคะแนนคณิตศาสตร์  ของงเด็กปฐมวัย  ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 

สมมุติฐานในการวิจัย

1.   เด็กกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดย  การเล่นมีคะแนนคณิตศาสตร์หลังทดลอง  (Posttest)  แตกต่างจากเด็กกลุ่มที่ไม่ได้รับการ

     จัดประสบการณ์  การเรียนรู้โดยการเล่น   

2.   เด็กกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยการเล่น  มีคะแนนคณิตศาสตร์ หลังการทดลอง  (Posttest)  แตกต่างจาก ก่อนการทดลอง  (Pretest)

แบบแผนของการวิจัย

        เด็กปฐมวัยทั้งเด็กหญิงและเด็กชายที่กำลังเรียนชั้นอนุบาลปีที่  2  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2545  ที่มีอายุระหว่าง  3   ปีครึ่ง  ถึง 4 ปี ครึ่ง  ของโรงเรียนอนุบาล คหกรรมศาสตร์เกษตร  ภาควิชา คหกรรมศาสตร์  คณะเกษตร  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การด้านการดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3  ระยะ

1.    ระยะก่อนการทดลอง  จะทดสอบครั้งแรกด้วยแบบทดสอบพัฒนาการทักษะ  คณิตศาสตร์  ด้านจำนวนของเด็กปฐมวัย  แล้วนำไปตรวจให้คะแนน

2.    ระยะทำการทดลอง  คือ  การนำกลุ่มตัวอย่างมาทำการทดสอบครั้งแรก  ด้วยแบบทดสอบพัฒนาการทางทักษะคณิตศาสตร์  ด้านจำนวนของเด็กปฐมวัย  แล้วนำไปตรวจให้คะแนน

3.    ระยะทำการทดลอง  คือ  นำเด็กกลุ่มทดลองให้ได้รับการจัดประสบการณ์  การเรียนรู้  โดยการเล่น  โดยใช้เวลาในการทดลอง  6  สัปดาห์  ดำเนินการทดลองเฉพาะวันจันทร์  วันอังคาร  วันพุธ  วันศุกร์  สัปดาห์ละ 4 วัน  วันละ 45 นาที  รวม 8 กิจกรรม 

  นำผลการทดลอง  นำกลุ่มตัวอย่างมาทำการทดสอบ

พัฒนาการทางทักษะคณิตศาสตร์  ด้านจำนวนของเด็กปฐมวัย  เหมือนครั้งแรกแล้วนำไปตรวจให้คะแนน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1.   แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยการเล่น  จำนวน  8  แผน

2.   แบบทดสอบพัฒนาการทักษะคณิตศาสตร์ด้าน  จำนวนของเด็กปฐมวัย

 สรุปผลการวิจัย

1.   เด็กกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์  การเรียนรู้  โดยการเล่น  มีคะแนนคณิตศาสตร์หลังการทดลอง  (Posttest)  แตกต่างกัน  โดยมีคะแนนสูงกว่าเด็กกลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้  โดยการเล่นอย่างมีนัยสำคัญ  ทางสถิติที่ระดับ  .05

2.   เด็กกลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้  โดยการเล่น  มีคะแนนคณิตศาสตร์หลังการทดลอง  (Posttest)  แตกต่างจาก  (Prsttest)  โดยมีคะแนน  หลังการทดลองสูงกว่าคะแนนก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05