เทคนิคการบริการทีมงานสู่ความสำเร็จ
|
เทคนิคการบริการทีมงานสู่ความสำเร็จ
|
|
|
สวัสดีคะเพื่อน ๆ สมาชิก Gotoknow ทุกท่านที่ชอบแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งดี ๆ ที่ให้แก่กัน วันนี้ข้าพเจ้าได้ไปพบบทความดี ๆ ของคุณธีระ วีรธรรมสถิต อีกแล้วคะท่านได้เสนอเทคนิคการบริการทีมงานสู่ความสำเร็จ ไว้ว่าการรวมทีมกันทำงานที่ดีจะต้องคำนึงถึงเป้าหมายของงานเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับความหมายของคำว่า TEAM ที่หมายถึง
Together : T คือ การร่วมมือกัน Everyone : E คือ คนทุกคน Accomplishment: A คือ การบรรลุผลหรือบรรลุเป้าหมาย Mission : M คือ เป้าหมาย
สรุปความโดยรวมของคำว่า "TEAM คือการร่วมมือกันของทุกคน เพื่อมุ่งสู่การบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องอาศัยการมีความคิดเห็นคล้อยตามกันทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ยอมรับในข้อบกพร่องและความแตกต่างซึ่งกันและกัน นำมาผสมให้เกิดความกลมกลืนกันในระหว่างผู้ร่วมทีมงาน"
รูปแบบของทีมงาน คุณธีระได้กล่าวไว้ว่าองค์กรหนึ่งอาจมีการกำหนดทีมงานได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม ซึ่งได้แก่
1.ทีมงานแบบเป็นทางการ ทำงานประจำรับผิดชอบงานประจำ กำหนดผู้รับผิดชอบตามสายงาน มีการกำหนดตำแหน่ง หน้าที่ชัดเจน เช่น หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชนต่างๆ
2. ทีมงานแบบไม่เป็นทางการ เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจ รับผิดชอบงานโครงการเป็นการชั่วคราว ตามระยะเวลาที่กำหนด ลักษณะงานได้แก่ งานโครงการ (project) งานวิจัย กลุ่มปฏิบัติการพิเศษ
การสร้างทีมงานที่ดี พื้นฐานของบุคคลที่มารวมตัวเป็นทีมย่อมมีความแตกต่างกัน ทั้งทางด้านความรู้สึกนึกคิด ความรู้ ประสบการณ์ ค่านิยม สภาพครอบครัวของแต่ละคน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมที่แสดงออกมาแตกต่างกันไป ผู้นำทีมต้องศึกษาทำความเข้าใจโดยเรียนรู้ถึงจุดที่บุคคลมีร่วมกันและจุดที่มีแตกต่างกัน เช่น ความชอบ ความศรัทธา อุปนิสัยของผู้ร่วมทีมทุกคนนำมาแสวงหาจุดร่วมและสงวนจุดต่าง นำมาปรับใช้ในการวางแผนงาน เพื่อกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของงานร่วมกัน ให้เกิดความเห็นพ้องและยอมรับในการปฏิบัติจากสมาชิกทุกคน เช่น การระดมความคิดจากผู้ร่วมทีม ค้นหาวิธีลดความสูญเสียในโรงงานเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตสินค้า เป็นต้น
ความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานเกิดขึ้นได้อย่างไร นำทีมควรใช้เทคนิคการประชุมที่กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์โดยเปิดกว้างในการนำเสนอความคิด และยอมรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายจากผู้ร่วมทีมงานทุกฝ่าย ให้มีการระดมสมองค้นหาแนวทางการแก้ปัญหา โดยต้องให้ความสำคัญต่อความคิดเหล่านั้น มีการบันทึกความคิดทั้งหมดไว้เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในครั้งต่อไป
ความขัดแย้งของทีมงานกับการแก้ไข
|
ลักษณะความขัดแย้งของทีมงาน
|
แนวทางแก้ไข
|
-
วิจารณ์ความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งในเชิงตำหนิในที่ประชุม
|
-
เปลี่ยนเป็นใช้วิธีการอภิปรายให้เห็นเหตุผลเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในที่ประชุม
|
-
สมาชิกมีการชิงดีชิงเด่นกันในเรื่องผลงาน
|
-
ให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาผลงาน ไม่เปรียบเทียบผลงานของอีกฝ่ายหนึ่ง
|
-
ทำงานไม่ประสานกันในแต่ละฝ่าย
|
-
เรียกตัวแทนของทุกฝ่ายประชุมเพื่อขอความร่วมมือ และพูดคุยปัญหาที่ต้องแก้ไข
|
-
มีความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัว
|
-
ให้มีการเผชิญหน้าพูดคุยและสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
|
-
มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันในทีมหรือระหว่างทีม
|
-
ตอกย้ำถึงเป้าหมายที่ต้องทำร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
|
-
ขาดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาดมีการกล่าวโทษซึ่งกันและกัน
|
-
พิจารณาการกระจายงานที่เหมาะสมอีกครั้งและวิเคราะห์ต้นเหตุของสิ่งที่ผิดพลาด
|
-
ผู้ร่วมทีมมีความมั่นใจในตนเองสูง ไม่รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น
|
-
ชี้แจงถึงผลกระทบที่เสียหาย หากไม่ได้รับความร่วมมือ และฝึกการยอมรับฟังคำวิจารณ์ของผู้อื่นโดยการแลกเปลี่ยนกัน
|
การป้องกันและขจัดความขัดแย้ง การทำงานเป็นทีมร่วมกัน มักจะหลีกเลี่ยงการขัดแย้งทางความคิดได้ยาก ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ร่วมทีมงานขึ้นได้บ่อย ๆ ผู้นำทีมต้องสามารถคาดเดาสถานการณ์เป็น รู้จักแก้ปัญหาให้ฉับไวในสถานการณ์นั้น ๆ โดยนำสิ่งที่เป็นประเด็นปัญหามาเรียนรู้ร่วมกัน และขอความคิดเห็นเพื่อหาทางออกจากทุกฝ่าย
การประเมินผลทีมงาน ในการดำเนินงานตลอดทั้งปีขององค์กร จำเป็นต้องมีการประเมินผลทีมงานเป็นรายครึ่งปีหรือกำหนดปีละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาหาจุดแข็งและจุดด้อยของทีมงาน ว่ามีจุดใดที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือต้องมีการวัดความพึงพอใจในการทำงานของผู้ปฏิบัติในทีม ซึ่งควรพิจารณาถึงความพึงพอใจต่อการตัดสินใจในงาน ความพึงพอใจต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ความพึงพอใจต่อการจัดระเบียบงาน และความพึงพอใจต่อวิธีการที่ใช้ปฏิบัติงานอยู่เป็นประจำ
คุณธีระ ได้กล่าวไว้ว่า สิ่งที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผู้ร่วมทีมมีความพึงพอใจในงาน อาจสังเกตได้จากการขาดงานน้อยลง การให้ความร่วมมือที่ดีขึ้น การมีความสามัคคีในทีมสูง ผู้ปฏิบัติมีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา และมีแรงจูงใจในการทำงานสูง ซึ่งมีผลต่อการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดในอัตราที่สูงขึ้น
การสร้างความสมดุลในทีมงาน ความสมดุลในทีมงาน หมายถึง การประสานประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้ร่วมทีมให้เกิดความเหมาะสม ผู้นำทีมต้องสามารถค้นหาสิ่งที่มีในตัวสมาชิก เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหา ความชำนาญในวิชาชีพ ความสามารถในการประสานงานระหว่างบุคคล เมื่อทีมมีการพัฒนาขึ้น ผู้นำทีมต้องรู้จักประเมินศักยภาพของทีมว่าจำเป็นต้องสับเปลี่ยนหรือย้ายสมาชิกคนใดที่ด้อยความสามารถออกจากทีม หรือต้องเพิ่มบุคคลที่มีความรู้ความสามารถสูงในระดับใดบ้าง ให้เข้ามาช่วยพัฒนาทีมงานได้
ผู้นำทีมที่ประสบความสำเร็จ การนำทีมให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ผู้นำทีมควรให้ความสำคัญดังนี้ 1.การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (communication) ใช้เพื่อสื่อสารให้เกิดการผลักดันผลงานไปสู่เป้าหมาย 2.นโยบาย (policy) ต้องสามารถชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน แก่ผู้ร่วมทีมด้านการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3.เครือข่ายสัมพันธ์ (network) ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สนับสนุนทีม ทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กรได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารอาวุโส ผู้ปฏิบัติระหว่างทีมงาน และบุคคลภายนอกผู้มีอิทธิพลผลักดันความสำเร็จของทีมงาน 4.อำนาจและการใช้อำนาจ (authority) ผู้นำทีมต้องรู้จักการใช้อำนาจการตัดสินใจ แก่ผู้ร่วมทีม และให้อิสระในการทำงานที่ไม่ใช่การควบคุม เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติในทีมงาน
ความสำคัญของการสื่อสารในทีมงาน การสื่อสารภายในทีมงานจำเป็นต้องสื่อให้สมาชิกรู้และเข้าใจถึงวิสัยทัศน์เป้าหมายขององค์กร ปรัชญาองค์กร ภารรกิจหลัก ภารกิจรอง นโยบาย แผนงาน กลยุทธ์ ระบบปฏิบัติการ วัฒนธรรมองค์กร เพื่อมุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกัน ความสำคัญการชี้แจงและการรายงานผลงาน ทีมงานจำเป็นต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในองค์กรเกิดความเข้าใจ ผู้นำทีมควรใช้การประชุมให้เกิดประโยชน์ โดยกระตุ้นให้ทีมงานได้แสดงออกถึงสิ่งที่ได้ทำสำเร็จ และสิ่งที่กำลังกระทำอยู่ในห้องประชุม เพื่อฝึกทีมงานให้เป็นนักสื่อสารที่รู้จักการประทะสังสรรค์ หรือแลกเปลี่ยนแง่คิดให้เกิดความยึดหยุ่นต่อการปฏิบัติร่วมกัน รู้จักยอมรับการให้ผู้อื่นวิจารณ์ผลงานเพื่อพัฒนาตนเอง และการกล่าวถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติในที่ประชุม จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ทีมงานมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้กล่าวไว้ เช่น การตั้งเป้าหมายการเพิ่มยอดขาย เพิ่มเป้าหมายด้านผลกำไร การลดค่าใช้จ่ายในหน่วยงาน เป็นต้น
ผู้นำทีมต้องเป็นนักประสานงาน หน้าที่หลักโดยทั่วไปของผู้นำทีมคือ ทำให้ผู้ร่วมทีมทุกคนทำงานดีขึ้น มีความสามารถมากขึ้น มีความสุขที่จะทำงานและพร้อมที่จะทำประโยชน์ให้แก่องค์กร งานบริหารคนในทีมงานหรือระหว่างทีมงานที่เกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่ผู้นำทีมปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา แต่บทบาทการเป็นนักประสานงานถือเป็นหน้าที่หลักของผู้นำทีมที่ต้องประสานคนในทีมงานเข้าด้วยกัน และผลักดันผลงานให้บรรลุเป้าหมายจึง ควรยึดหลักการสำคัญของการเป็นผู้ประสานงานในการจัดการทีมงาน ดังนี้
1.การปรับตัวให้เข้ากับผู้ร่วมทีมงานสร้างความประทับใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง 2.ติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อแจ้งให้ทีมงานทราบ 3.เป็นผู้ฟังที่ดี และกล้าตัดสินใจ 4.รับฟังและให้คำปรึกษาแนะนำแก่ทีมงาน 5.พัฒนาความสามารถของผู้ร่วมทีม แล้วกระจายงานให้ตามความเหมาะสม 6.ปัญหาหลัก ๆ ควรให้สมาชิกในทีมงานร่วมกันแก้ไข 7.กำหนดเป้าหมายร่วมกัน เพื่อผลักดันให้บรรลุผลตามเป้าหมาย 8.วางมาตรการให้ทีมงานทุกคนยอมรับได้ 9.สร้างความศรัทธาเชื่อถือในความสามารถของผู้นำทีมให้เกิดแก่ผู้ร่วมทีม
การสร้างเครือข่ายสายสัมพันธ์ ทีมงานจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยมุ่งแต่ผลงานเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะเครือข่ายการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างทีมงาน ระหว่างองค์กรต่อองค์กร หรือระหว่างผู้สนับสนุนที่มีอิทธิพลภายนอก ทุกส่วนล้วนเป็นผู้สนับสนุนให้ผลงานบรรลุตามเป้าหมายแทบทั้งสิ้น ดังนั้น การค้นหาเครือข่ายสนับสนุนและเข้าให้ถึงเครือข่ายนั้นให้ได้มากที่สุด ย่อมจะเกิดประโยชน์แก่ทีมงาน
ทีมงานต้องแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ ผู้นำทีมอาจกำหนดให้เกิดการแข่งขันในระหว่างทีมงานอย่างสร้างสรรค์ขึ้นในองค์กร โดยกำหนดเป็น 3 ลักษณะ คือ
1.การแข่งขันกับเป้าหมายขององค์กรหรือแข่งขันในทีมงาน มีการกำหนดเป้าหมายให้แต่ละทีมงานรับทราบและมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน เช่น การสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้น 10% 2.การแข่งขันกับความต้องการของลูกค้าและมาตรฐานของสินค้าเช่น แข่งขันด้านรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานที่ตลาดยอมรับ 3.การแข่งขันกับระยะเวลาอันจำกัด เช่น มีการกำหนดระยะเวลาให้งานแล้วเสร็จ ใช้เวลาเป็นเครื่องวัดผลงาน
การพัฒนาทีมงานสู่มืออาชีพ เมื่อผลงานมีความสำเร็จ สมาชิกในทีมงานย่อมมีทักษะในการทำงานพร้อมกับการได้พัฒนาความสามารถไปอีกระดับหนึ่ง ความต้องการตำแหน่งงานที่สูงขึ้นหรือต้องการได้รับความรู้ในวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นเป็นความปรารถนาที่ผู้นำทีมไม่ควรมองข้ามควรให้การส่งเสริมสนับสนุนผู้ร่วมทีม ในจุดที่เขาเหล่านั้นต้องการให้เป็นรางวัลของความสำเร็จเพื่อสามารถรักษาคนที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กรได้นาน ๆ
ความล้มเหลวของทีมงานเกิดขึ้นได้อย่างไร
1.การขาดผู้ประสานงานในทีมงาน 2.ขาดความกล้าตัดสินใจของผู้ปฏิบัติ และหลบเลี่ยงในการเผชิญหน้ากับความจริง 3 การให้ความสำคัญต่อข้อมูลมากกว่าการลงมือปฏิบัติเช่น ข้อมูลการขาดทุน ทำให้ไม่มีการเพิ่มงบการลงทุน 4.มีการประชุมที่ถกเถียงแต่ไม่มีข้อยุติ/สรุปผล 5.ขาดการนำเสนอความคิดเห็น และผู้นำทีมไม่รู้จักใช้วิธีกระตุ้นความคิดของผู้ร่วมทีม
ดังนั้น การนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จได้มาจากการมีทีมงานที่เข้มแข็งและมีพลังร่วมของบุคคลที่มีความหลากหลายทางความคิด ความพอใจ และความสามารถ ทั้งนี้ทีมงานที่ประสบความสำเร็จต้องมีผู้นำทีมที่สามารถบริหารความแตกต่างของทีมงานให้มีความกลมกลืนและความลงตัวในด้านธรรมชาติของแต่ละคน ความลงตัวในด้านเป้าหมายรวมทั้งความลงตัวในการได้รับประโยชน์ร่วมกัน จึงจะสามารถบริหารทีมงานไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีความสุขคะ
ขอขอบคุณ : คุณธีระ วีรธรรมสาธิต ที่ได้มอบบทความดี ๆ ให้กับพวกเราคะ
|
มาเยี่ยมชมผลงานครับ
สวัสดีครับ
ผมเชื่อในเรื่อง ทีม คือ พลัง
มีสุข ร่วมเสพ มีทุกข์ ร่วมต้าน
ถูกต้องที่สุดค่ะน้องโมเมย์ การทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องร่วมมือกันทำสิ่งที่ต้องการให้บรรลุเป้าหมาย
งานเสร็จไว รวดเร็วทันใจ หากภายในมีการประสานงานที่ดี
มาเยี่ยมชมผลงานของน้องเมย์จ้ะ