ลักษณะของพันธุ์ปลาบึกแบะขั้นตอนการเลี้ยงปลาบึก

สวัสดีค่ะ พวกเรานักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะศิลปศาสตร์  สาขานิเทศศาสตร์บูรณาการ

วันนี้พวกเรานำเสนอ  เรื่องราวของปลาบึก  จากการไปศึกษาจากคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ

 โดยไปศึกษาจากสถานที่จริง คือ อ่างเลี้ยงปลาของคณะ

การเรียนรู้เรื่องปลาบึกเริ่มขึ้น เมื่อพวกเราเดินทางไปยังคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ ของมหาวิทยาลัย

        แม่โจ้  และได้เข้าไปพบกับรองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เม่งอำพัน เพื่อรับการเรียนรู้และหาข้อมูลเกี่ยวกับปลาบึก

                                                                                การเรียนรู้ก็เริ่มขึ้นเมื่อ รองศาสตราจารย์ดร.เกียงศักดิ์ เม่งอำพัน ได้พูดข้อแตกต่างระหว่างปลาบึก ปลาลูกผสม

ปลาสวายให้กลุ่มพวกเราฟัง  ท่านบอกว่า ลักษณะปลาบึก ปลาสวาย และปลาบิ๊กหวาย หรือปลาลูกผสมระหว่างปลาบึก

 ตัวพ่อกับปลาสวายตัวแม่ เช่น น้ำหนักของปลาอายุ 2-5ปี เลี้ยงในฟาร์ม พบว่า  น้ำหนักปลาบึกมีค่ามากที่สุด 8 กิโลกรัม

                    ปลาบิ๊กหวาย 3.5กิโลกรัม ปลาสวาย 2กิโลกรัม ปลาบึกมีเนื้อ 52-53 %ปลาบิ๊กหวาย 49%ปลาสวาย 47%

            ส่วนเปอร์เซ็นต์โปรตีนและความชื้นไม่มีความแตกต่างกัน แต่ปริมาณไขมันในเนื้อ มีความแตกต่าง ปลาบึกมี 3%

                    บิ๊กหวาย 0.6% ปลาสวาย 0.3% จุดน้ำหมึกหรือจุดดำตามลำตัวจะพบได้เฉพาะปลาบึก ที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 กิโลกรัม

                   เท่านั้น ซึ่งสามารถที่จะใช้เป็นดัชนีความแตกต่างระหว่างปลาบึก ลูกผสมปลาบึกและปลาสวายขนาด 200 กรัม ขึ้นไป                 

                   พวกเราก็ดูไป แต่ก็ดูไม่ออก

                   ท่านก็บอกต่ออีกว่าจากการดูลักษณะฟันที่ปลาบึกไม่มีฟัน ปลาลูกผสมจะมีฟันล่างตรงกลางเล็กน้อย

                  ส่วนด้านบนไม่มีฟัน ส่วนปลาสวายมีทั้งฟันบนและฟันล่างหัวปลาบึกกว้างและตัวกว้างมากกว่าลูกผสมและปลาสวาย

                 หนวดที่ขากรรไกรบนจะสั้นกว่าปลาสวายประมาณ 1.5 เท่า ครีบหางปลาบึกจะเว้ากว้างกว่าปลาสวาย ปลายครีบหางปลาบึก

                 จะโค้งเว้าลงมากกว่า จากนั้นท่านก็ให้พวกเราสังเกตดูว่า ปลาบึก ปลาสวาย  และปลาบิ๊กหวาย เป็นเหมือนที่ท่านบอก

                 หรือไม่ จากนั้นท่านก็บอกว่าถ้าเราอยากเลี้ยงปลาบึกให้มีลักษณะที่สมบูรณ์เราต้องมรู้วิธีการเลี้ยงพ่อ แม่พันธุ์ปลาบึกที่ดี  

                 อันดับแรกเราต้องคำนึงถึง คือ บ่อเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์ ปลาบึกที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้ต้องมีอายุกว่า 5-10 ปี มีน้ำหนักกว่า

                 25-200 กก โดยปกติจะปล่อยปลา 100-200 ตัว/ไร่ บ่อที่เลี้ยงควรมีขนาดใหญ่ละมีความลึกกว่าบ่อเลี้ยงปลาเนื้อธรรมดา

                  อย่างน้อยควรมีขนาด 5-20 ไร่ ความลึก 2-3 เมตร มีระบบท่อส่งน้ำและระบายน้ำเพื่อช่วยเจริญเติบโตและเจริญพันธุ์

                 ท่านจึงชี้บ่อให้ดู ซึ่งพี่ๆกำลังเปลี่ยนน้ำ และนำปลาบึกออก

การให้อาหารโปรตีน 30% ให้อัตรา 2%  น้ำหนักต่อวัน อาหารที่นิยมใช้จะมีส่วนประกอบของ ปลายข้าวต้ม 22%

            กากถั่ว 18% รำ 33% แลวิตามินหรือสาหร่ายสไปรูลิน่า 5% และคุณสมบัติของน้ำเหมาะสมโดยเฉพาะค่า ออกซิเจน

            ความเป็นกรด น้ำที่มีออกซิเจนต่ำและมีความเป็นกรดสูง  จะมีผลต่อความอุดมสมบูรณ์ตลอดจนปริมาณ ของไข่และอสุจิใน

            การพัฒนาของไข่และอสุจิ บ่อปลาควรอยู่กลางแจ้ง อุณหภูมิที่เหมาะสมควรมีค่า 30-35 องศาเซลเซียส มีการถ่ายเทน้ำ   

            สม่ำเสมอ ปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญของไข่และอสุจิ ปลาที่ได้รับอาหารน้อยเกินไปมีผลทำให้ความดกไข่และ

            ขนาดของไข่   ลดลและยังส่งผลถึงอัตราการปฏิสนธิของไข่ลดลงด้วย อาหารที่ให้พ่อแม่พันธุ์ควรมีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30%

แ          และละมีส่วนประกอบของสารอาหารจากพืชสด เช่น สาหร่าย 3-10%