ภารกิจของผมวันนี้เป็นภารกิจที่นัดล่วงหน้ามาเกือบๆ เดือนครับ โดย อ.เจ๊ะเหล๊าะ แขกพงศ์ ผอ.สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ แต่หนังสือเชิญเพิ่งส่งมาเมื่อวันซืนครับ ผมเลยยังไม่ได้เห็นว่าให้ผมไปคุยเรื่องอะไร เพียงแต่คุยกันตอนนัดหมายว่ามีประเด็นอะไรบ้าง เมื่อเช้าหลังจากที่เตรียมการเรียบร้อยแล้ว เลยโทรถามที่ทำงานให้แน่ใจว่าเตรียมไว้ถูกหรือเปล่า ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่า "การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่บูรณาหลักคุณธรรมจริยธรรม" ประเด็นที่เตรียมไว้ก็ไม่หนีไปกว่านี้ครับ
ผมออกจากบ้าน 10.30 น. ตั้งใจว่าจะแวะไปชิมข้าวหน้าเป็ดที่หนึ่งซึ่งผมขับรถผ่านในตลาดนราฯ ทีไร รู้สึกว่ามันจะโด่ดเด่นมาก แต่ปรากฏว่า ออกจากยะลาได้นิดเดียวครับ ผอ. ก็โทรมาว่า ให้ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันที่มหาวิทยาลัยครับ ผมรับปาก เพราะคิดว่าน่าจะไปถึงก่อนเวลา แต่แล้วระหว่างทาง (ใกล้ถึงแล้ว) มันง่วงมากครับ เลยตั้งใจว่าขอกาแฟสักแก้วก่อน เลยแวะร้านหนึ่ง แต่ปรากฏร้านมีแต่กาแฟซอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ เลยเปลี่ยนเป็นทานข้าวเที่ยงเสียเลย
ปรากฏ ผอ.ก็โทรเข้ามาบอกว่า รอทานข้าวอยู่ ผมเลยแวะไปร่วมวง ฮิฮิ ตั้งใจว่า กาแฟก็พอแล้ว เพราะข้าวทานไปเรียบร้อยแล้วนี่ครับ แต่พอลงรถก็พบว่า ท่านอาจารย์รอหีม นิยมเดชาอยู่ในกลุ่มด้วย เลยรู้สึกแย่ที่ทานข้าวมาก่อนครับ ผมลืมไปได้งัยว่า อาจารย์ที่เคารพของผมมาสอนอยู่ที่นี่ด้วย คราวนี้เลยอ้างไม่ได้ครับว่า ทานมาแล้ว ต้องทานข้าวเที่ยงเป็นรอบที่สองครับ ใครจะไปปฏิเสธได้ อาจารย์อุตสาห์รอทานข้าวด้วย
กว่าจะได้เริ่มการพูดคุยก็เกือบบ่ายสองครับ จากกำหนดการณ์เดิมคือ บ่ายโมง เพราะเสร็จจากอาหารเที่ยงก็ตามด้วยละหมาด และการจัดเตรียมสถานที่
สถาบันมีอาจารย์สิบกว่าท่านครับ มีนักศึกษาร้อยกว่าคน ตอนนี้สูงสุดก็ปีสามแล้วครับ แน่นอนครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปบรรยาย แต่ผมตั้งใจจะไปชวนคุยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ แต่ก่อนเริ่มการสนทนา ผมก็ขอบอกที่ประชุมก่อนครับว่า ผมเป็นผลผลิตหนึ่งของอาจารย์รอหีมครับ (ด้วยความภูมิใจครับ)
(อ.เจ๊ะเหล๊าะ แขกพงศ์ ผอ.สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา กล่าวเปิด)
ผมเริ่มด้วยเป้าหมายของการสอนในระดับอุดมศึกษา อะไรคือบัณฑิตที่เราอยากได้ ผมถามเป็นรายคนครับ เพื่อให้เกิดความสนิทสนมกันมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้วงสนทนาเห็นเป้าหมายของการสอนที่ชัดเจนขึ้นครับ บางทีของที่รับรู้กันอยู่แล้ว แต่หากไม่ได้หยิบมาพูดให้ได้ยินบ้าง ความสำคัญก็อาจจะลดลงไปก็ได้ครับ (อย่าลืมบอกรักคนข้างๆ บ่อยๆ นะครับ ฮิฮิ)
ผมนำเสนอต่อครับว่า เป้าหมายเหล่านั้น สามารถสร้างได้ด้วยการสอนเพียงแค่การบรรยาย การทำรายงานและการอภิปรายภายในห้องหรือ?
ผมมีจุดย้ำประการแรกคือ การสอนในเรื่องศาสนาในรายวิชาต่างๆ ไม่ใช่หมายถึงเราบูรณาการคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในการสอนแล้วนะครับ เพราะบรรยากาศแบบนั้นเป็นการมองเนื้อหาดังกล่าวเป็นเพียงความรู้ๆ หนึ่งเท่านั้นเอง แต่การซึมซาบลงไปในใจของนักศึกษาเป็นอีกกรณีหนึ่ง ผู้รู้เรื่องศาสนาไม่ได้หมายถึงเขาจะมีจริยวัตรที่สวยงามตามแบบอิสลามเสมอไป
แล้วผมก็นำเสนอแนวคิดของอิสลามเกี่ยวกับการศึกษาครับ แต่ผมไม่ได้เน้นมาก เพราะคิดว่า ทุกท่านน่าจะรับรู้กันอยู่แล้ว จากนั้นก็ชวนคุยโดยการตั้งเป็นประเด็นๆ ไว้ รอบนี้อาจารย์คุยกันค่อยข้างสนุกครับ
จากประสบการณ์ของอาจารย์รอหีมครับ ทำให้เกิดประเด็นการคุยที่น่าสนใจมากครับ ท่านนำเสนอความเห็นว่า มอย.กับ มนร.สภาพห้องเรียนน่าจะมีปัญหาคล้ายๆ กันคือ เรามีนักเรียนที่มีฐานคิด มีกรอบคิดเหมือนๆ กัน การจะสร้างประเด็นเพื่อให้เกิดการคิดนอกครับ หรือคิดในอีกด้านหนึ่ง (critical thinking) สร้างได้ยาก ท่านยกตัวอย่างตอนที่ท่านสอน มอ. โดยเฉพาะในบางวิชา ถึงแม้จะเป็นเรื่องอิสลาม แต่จะมีนักศึกษาต่างศาสนาลงทะเบียนเรียนมากกว่า ซึ่งทำให้เกิดคำถามใหม่ๆ ขึ้น
คำตอบในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากครับ เพราะจุดสำคัญคือ อาจารย์จะต้องเป็นผู้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักศึกษาครับ การสร้างประเด็นให้เกิดการคิดบางครั้งต้องเริ่มจากอาจารย์ครับ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกับการสอนในปัจจุบันคือ นอกจากนักศึกษาจะรู้ในสาขาที่เรียนแล้ว มีคุณธรรมแล้ว จะต้องมีทักษะทางเทคโนโลยี ทักษะการสื่อสาร และทักษะของการทำงานเป็นทีมด้วย คำถามคือ เป้าประสงค์พวกนี้ทำอย่างไรให้สามารถบูรณาการในการสอนได้เลย ซึ่งผมยกเอาประสบการณ์ของผมเองมาเล่าสู่กันฟังครับ แล้วก็เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน
ผมปิดท้ายด้วยสิ่งที่อาจารย์ควรทำหลังจากที่อาจารย์เปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนในชั้นเรียนแล้ว ซึ่งบรรยากาศกำลังสนุกครับ พิธีกรก็ขยับตัว ซึ่งท่านก็เตือนว่า กลัวผมจะกลับบ้านดึก ฮิฮิ เป็นอันว่าจบการสนทนาครับ และคงต้องมีการคุยกันอีกหลายครั้งครับ (อินชาอัลลอฮ์)
มาเชียร์อาจาย์โอโห เดินทางน่าดู การสอนให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ได้น่าสนใจนะครับ คิดถึงเตาฟิกครับๆๆๆ
น่าสนใจมากเลยครับ ..
วันก่อนทางคณะเชิญผมเป็นวิทยากรคนหนึ่งพูดเรื่องบูรณาการ
จริงแล้ว..ผมเองไม่เคยสนใจเรื่องบูรณาการเลย อาจจะกล่าวได้ว่าบูรณาการคืออะไร แต่ถ้าหมายถึงสิ่งที่ผมกำลังสอนอยู่นั้นคือบูรณาการ ก็พอพูดได้
ผมยกตัวอย่างคำสอนของอิมามอัลฆอซาลี .. ท่านว่า ครูคือพ่อแม่ และพ่อแม่หาปัจจัยยังชีพแก่ลูกๆ แต่ครูไม่ใช่มีเท่านั้น ครูมีหน้าท่หาปัจจัยยังชีพในวันอาเครัตด้วย ..
ตอนท้ายของการเสวนาในวันนั้น อ.ฟุอาด(เสียงเล็กๆ) ก็ย้ำอีกว่าเราไม่จำเป็นต้องบูรณาการเพราะเราสมบูรณ์อยู่แล้ว
ก่อนปิด ท่านคณบดีบอกว่า ท่านก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับหัวข้อในวันนี้ แต่เพื่อเอาใจรองเลยยอม..
ที่แรกผมคิดว่าผมคนเดียวที่คิดไม่เหมือนชาวบ้าน .. แต่ที่ไหนได้ระดับบิกๆทั้งนั้นที่มีความเห็นเหมือนกับผม
ขอบคุณครับ อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง
ชีพจรลงเท้าจริงๆ ครับ วันนี้ต้องไปปัตตานีอีกครั้งหนึ่ง
ขอบคุณครับอาจารย์Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
อยู่ที่การนิยามความหมายของคำว่า บูรณาการครับ ว่ามันหมายถึงอะไร และจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใด