เพราะทุกคนล้วนเกี่ยวพันอยู่ในการเดินทาง ที่เรียกว่า “ชีวิต” เช่นกัน

หนูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านของชาวนาอย่างมีความสุข  เพราะในบ้านมีอาหารมากมายสำหรับมัน...  แต่วันหนึ่งเมื่อชาวนาเจ้าของบ้านพร้อมภรรยาได้กลับมาจากตลาด   พร้อมของบางอย่างอยู่                ในกล่อง    ด้วยความสงสัยว่ากล่องนั้นมันเป็นอะไรกันแน่  เจ้าหนูจึงแอบมองจากรูของมัน  จะเป็นอาหารอะไรหนอ  เจ้าหนูคิด   แต่มันกลับแทบล้มทั้งยืน  เมื่อสิ่งที่มันเห็นคือ   กับดักหนู!     มันจึงอยู่นิ่งต่อไปอีกไม่ได้    มันวิ่งไปที่ทุ่งนาเพื่อเตือนภัยแก่เพื่อน ๆ ของมัน    โดยวิ่งไปร้องไปว่า  มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน ๆ

 

                                เพื่อนตัวแรกที่พบคือ  แม่ไก่   เจ้าหนูร้องเตือนเรื่องกับดักหนู   แม่ไก่ผงกหัวขึ้นแล้วตอบว่า  หนูเอ๋ย...นี่คงเป็นเรื่องเศร้าสำหรับเธอ  แต่มันไมมีผลอะไรกับฉันเลยนะ   อย่ามากวนใจกันเลย  เสียเวลาเปล่า ๆ

                                เจ้าหนูจึงวิ่งไปหาเพื่อนหมู   เมื่อได้ฟังเจ้าหมูก็แสดงความเห็นอกเห็นใจ   และก็ได้แต่ตอบด้วยท่าทีสุภาพว่า  หมูต้องขอโทษจริง ๆ นะ  หมูช่วยอะไรไม่ได้    หมูจะสวดมนต์   ทำบุญเผื่อแล้วกัน

                                หมูจึงวิ่งไปหาวัวโดยหวังจะพึ่งพาได้  แต่สิ่งที่ได้รับคำตอบคือ  โธ่คุณหนู...ฉันเสียใจด้วย  แต่มันไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฉันเลยนี่  มันเป็นเรื่องของหนูเอง  ดังนั้นหนูคงต้องหาทางแก้ไขเองแล้วละ

 

 

                                เมื่อเป็นดังนั้น    เจ้าหนูกลับบ้านด้วยความสิ้นหวังและเศร้าใจที่ต้องเผชิญกับ   กับดักหนู  เพียงลำพัง   คืนนี้มันจึงไม่ยอมออกไปหาอาหารเหมือนอย่างคืนก่อน ๆ     ในคืนนั้นเอง  เสียง ๆ หนึ่งได้ดังขึ้น  กับดักหนูได้ทำงานและจับเหยื่อแล้ว...   ภรรยาของชาวนาจึงรุดไปดู   แต่ด้วยความมืดจึงทำให้ภรรยาของชาวนาไม่เห็นว่าสิ่งที่กับดักหนูหนีบไว้ไม่ใช่หนู    แต่เป็นงูพิษที่หางถูกหนีบไว้   งูพิษจึงกัดภรรยาของชาวนา  เธอถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา   แต่เมื่อกลับมาบ้านกลับมีไข้ขึ้นสูงอีก

 

                                ใคร ๆ ก็รู้ว่าคนป่วยนั้นสูญเสียพลังงานไปมาก  และอาหารที่ให้พลังงานได้ดีก็คือซุปไก่   ชาวนาจึงถือมีดออกไปที่ทุ่งนา   ผลก็คือแม่ไก่กลายเป็นซุปไก่    เมื่อทานซุปไก่แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น   แต่หนักกว่าเดิม    เพื่อนฝูงต่างพากันมาเยี่ยม   บางคนเดินทางมาไกลจึงต้องค้างที่บ้านของชาวนา   ชาวนาจึงต้องทำอาหารเลี้ยงดูแขก   เขาจึงฆ่าหมูเพื่อเลี้ยงแขกเหล่านั้น    ต่อมาภรรยาของชาวนาก็ทรุดหนักและเสียชีวิต   ผู้คนมาร่วมงานมากมายในงานศพ   ชาวนาจึงต้องฆ่าวัวเพื่อเลี้ยงแขกที่มาในงาน

 

                                เจ้าหนูรู้สึกเสียใจและเสียดายที่เพื่อน ๆ ต้องมาจากไป  เพราะไม่สนใจกับเสียงเตือนของมัน

 

หากเรารู้ว่ามีเพื่อนเของเราหรือหน่วยงานของเรา  กำลังเผชิญกับปัญหาอยู่   แล้วเราคิดว่าไม่เห็นเกี่ยวกับเราสักหน่อย   โปรดจำไว้ว่า   เมื่อองค์กรหรือเพื่อนของเราคนหนึ่งคนใดกำลังมีอันตราย  เราก็กำลัง ตกอยู่ในอันตราย  หรือภัยเช่นนั้นเช่นกัน   เพราะทุกคนล้วนเกี่ยวพันอยู่ในการเดินทาง  ที่เรียกว่า ชีวิต  เช่นกัน   และโปรดจำไว้ว่า  พวกเราแต่ละคนก็คือด้ายเส้นสำคัญที่ทออยู่บนพรม  ที่รวมกันเป็น  องค์กร  และต่างก็เป็นพรมของกันและกัน    นั้นเป็นเหตุผลที่ชีวิตของเราถูกถักทอเข้าไว้ด้วยกันกับคนอื่น ๆ ครับ...หรือท่านว่าไม่จริง