หนึ่งเดือนมุ่ง รุ่งสู่ดาว เจิดจรัสบนเส้นทางนักร้อง

                                                  

                                                      " ชนใดไม่มีดนตรีกาล       ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

                                             อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ    เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ 

                                             ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก                  มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี 

                                             และดวงใจย่อมดำสกปรก            ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี้ 

                                             ไม่ควรใคร่ไว้ใจในโลกนี้             เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ "

                                                                        บทหนึ่งของพระราชนิพนธ์แปล ในรัชกาลที่ 6 (จากต้นฉบับของ วิลเลี่ยม เช็กเปียร์)

        ข้าพเจ้าเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำพูดดังกล่าว แต่กี่คนจะทราบว่า  แท้จริงแล้ว  ดนตรีมีความสำคัญอย่างไรกับชีวิตของคนเรามากน้อยเพียงไร

         พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายของดนตรีไว้ว่า "เสียงที่ประกอบกันเป็นทำนองเพลง เครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดังทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน  เกิดอารมณ์รัก  โศก  หรือรื่นเริง" จากคำแปลดังกล่าวก็คงพอช่วยให้เราเข้าใจความหมายของดนตรีได้ในระดับหนึ่ง

        ดนตรีเป็นศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน  แสดงให้เห็นว่า  ชีวิตมนุษย์เกี่ยวข้องกับดนตรีอย่าง

แยกออกจากกันมิได้   ไม่ว่าคนๆนั้นจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม  ตลอดเวลาทั้งชีวิตของเขาต้องเกี่ยวข้องกับดนตรีไม่มากก็น้อย บางคนรักและชอบดนตรีมากด้วยเหตุผลว่า  มันให้ความรู้สึกเป็นสุข  สนุกสนาน ผ่อนคลาย แต่บางคนกลับไม่ชอบซักเท่าใด รู้สึกว่าไม่จำเป็นกับชีวิต น่ารำคาญ มองดูเหมือนงานศิลปะอย่างอื่น เช่น งานปั้น จิตรกรรม ภาพเขียน ซึ่งเป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

                                                         ภาพประกอบ

        โดยมากแล้วดนตรีถูกใช้เป็นตัวประกอบในกิจกรรมต่างๆของมนุษย์  ช่วยสร้างความเพลิดเพลิน ในการทำกิจกรรมนั้นๆ  เช่น ทำงานไปเปิดเพลงฟังก็เพลินดีไม่เครียด อ่านหนังสือสอบก็เปิดเพลงเบาๆคลอไปก็ช่วยให้จดจำได้ง่ายขึ้น

มีงานวิจัยออกมาในทำนองนั้นเช่นกัน  และมีการเปรียบเทียบระหว่างต้นไม้ที่ถูกเปิดดนตรีให้ฟังทุกวัน กับต้นไม้ที่ไม่เคยได้ยินเสียงดนตรีเลย  ต้นไม้ที่สัมผัสกับเสียงดนตรีอยู่เป็นประจำกลับมีลักษณะสวยงาม ออกดอกสดใสกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับต้นที่อยู่เงียบๆ!!! แม้แต่ต้นไม้ ยังรับรู้ถึงเสียงดนตรี  นับประสาอะไรกับมนุษย์ที่มีหูถึงสองข้างไว้รับฟังสิ่งต่างๆ

                      ภาพประกอบ 04

 

         ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นคนๆหนึ่งที่รักในเสียงดนตรี  ชอบฟังเพลงในสไตส์ต่างๆ  ทั้งป็อบ  ร็อค  ฮิปฮ็อป  อาร์แอนบี 

หรือคลาสสิค  ซึ่งเมื่อข้าพเจ้าได้ฟังเพลงเหล่านี้  ข้าพเจ้าจะรู้สึกผ่อนคลาย  สบายใจ  และสนุกสนานไปกับท่วงทำนองของมัน  บางครั้งข้าพเจ้าก็สามารถนั่งหรือยืนฟังเพลงเฉยๆโดยไม่คิดจะลุกไปทำอย่างอื่นได้เป็นชั่วโมงๆ   แต่ในหัวกลับนึกถึงบทเพลง  สร้างจินตนาการไปตามเพลงไปพร้อมๆกับท่วงทำนองของมัน  ถึงแม้บางทีมันจะเป็นเพียงเพลงบรรเลงแต่ข้าพเจ้ากลับมีความรู้สึกร่วมไปกับอารมณ์ของบทเพลง   สิ่งเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่าคนอื่นๆก็คงจะมีความรู้สึกเดียวกันกับข้าพเจ้าเมื่อได้ฟังเพลง  ข้าพเจ้าจึงมีความรู้สึกที่อยากจะเป็นผู้ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลงบ้าง  ไม่ใช่เพียงการค่อยเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว  แต่การจะเป็นผู้ถ่ายทอดบทเพลงที่ดีให้แก่ผู้ฟังได้  ก็จำเป็นที่จะต้องมีทักษะการร้องเพลงที่ดี  ร้องเพลงได้ถูกจังหวะ  ถูกทำนอง รู้จักการใช้เสียงและถ่ายทอดอารมณ์ไปพร้อมบทเพลงให้แก่ผู้ฟังทั้งหลายได้รับรู้   ข้าพเจ้าจึงทำพันธะสัญญาว่าในระยะหนึ่งเดือนนี้ข้าพเจ้าจะพยายามฝึกฝนร้องเพลงให้ไพเราะและเป็นที่ยอมรับของทุกคนสักที 

ะยะเวลา :   1  เดือน

ประเมินตนเอง :  ึกร้องเพลงตามโจทย์เพลงที่เพื่อนกำหนดให้  โดยจะต้องร้องให้ถูกทำนอง  จังหวะ  และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลงได้อย่างถูกต้อง

        ภาพประกอบ 06            ภาพประกอบ 05

เป้าหมายในชีวิต : เข้าร่วมประกวดแข่งขันร้องเพลงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ : 1.เพื่อพัฒนาทักษะการร้องเพลงให้ดีขึ้น  ซึ่งสามารถร้องเพลงได้หลายแนว  โดยจะต้องมี

                                                         ความไพเราะ  ถูกทำนองและจังหวะ  และถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลงไปยังผู้ฟังได้

                                                     2.เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ  และพัฒนาจนกลายเป็นความสามารถพิเศษได้

                                                     3.รู้จักการวางแผนเพื่อเป็นแนวทางในการปฎิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด

                                                     4.รู้จักการบังคับตนเองให้ปฎิบัติตามแผนที่วางไว้เพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด

                                                     5.รู้จักการยอมรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำของผู้อื่นแล้วสามารถนำมาปรับใช้ได้

หล่งการเรียนรู้ : 1.ศึกษาจากสื่อต่างๆ  เช่น

                                    - อินเทอร์เน็ต   ตามเว็บไซต์ที่มีการให้ข้อมูลการฝึกร้องเพลงอย่างถูกต้อง

                                       ตัวอย่างเว็บไซต์ : www.geocities.com/bmaband/singer.htm

                                    - โทรทัศน์-วิทยุ  ฝึกร้องเพลงตามรายการที่มีการสอนร้องเพลง

                                       ตัวอย่างรายการ : รายการ Academy Fantasia  ที่มีการถ่ายทอดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  ทำให้สามารถร่วมฝึก

                                       ร้องเพลงไปพร้อมๆกับผู้เข้าร่วมแข่งขันได้

                                    - เครื่องเล่นเพลง  ฟังเพลงที่ต้องฝึกบ่อยๆเพื่อให้จำทำนองและจังหวะให้ได้

                                 2.ศึกษาจากผู้รู้ทั้งคุณครูสอนร้องเพลงและเพื่อนที่ร้องเพลงไพเราะ

แนวทางการพิสูจน์ว่าเกิดการเรียนรู้แล้ว : 1.สามารถร้องเพลงได้หลายแนว  โดยมีความไพเราะ  ถูกทำนองและจังหวะ  และ

                                                                               ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลงไปยังผู้ฟังได้

                                                                           2.เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ  และพัฒนาจนกลายเป็นความสามารถพิเศษได้

                                                  ภาพประกอบ 03