
ท่านมีวิธีการสร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติอย่างไร ?
ในสภาพการปัจจุบันการสร้างความเข้าใจกับพนักงานในเรื่องการร่วมกันฝ่าฟันสภาพวิกกฤติเศรษกิจที่เป็นอยู่นี้นั้น ไม่สามารถทำได้โดยการพูดหรือรณณรงค์ แต่แก่นแท้ของความร่วมมือกันในองค์กรคือ การ “OPEN”
Open หรือ เปิด คือการถ่ายทอดเจตนารมณ์แท้จริงขององค์การในการให้พนักงานได้รับรู้ว่า องค์กร ต้องการอย่างไร โดยผู้บริหารสูงสุดจะเป็นผู้บอกกับพนักงงานเองในโอกาสที่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานได้รับรู้โดยตรง
อีกทั้งเปิดโอกาสให้พนักงงานถามในสิ่งที่ต้องการอยากรู้จากผู้บริหารสูงสุด บ่อยครั้งเมื่อเราได้ยินพนักงานในองค์กรอื่นๆต่างสนทนากันถึงเรื่องความมั่นคงในองค์กรตัวเองในการเผชิญสภาพวิกกฤติเศรษกิจที่เป็นอยู่นี้
เราจะพบว่าต่างคนต่างรับรู้สภาพปัญหาขององค์กรที่แตกต่างกันทั้งที่ต้องเผชิญสภาพวิกกฤติเศรษกิจเหมือนกัน
นั่นหมายถึงการสื่อสารภายในองค์กรไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อพนักงานไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง
พนักงานก็คิดไปต่างๆนาๆ คิดบวกกับบริษัทบ้าง คิดลบก็มาก เมื่อคิดลบนั่นหมายถึงก็จะไม่มีความสุขในองค์กร
ไม่มีความสุขในการทำงานแต่ละวัน ไม่เต็มที่กับงานเหมือนเดิม ผลผลิตหรือคุณภาพของงานก็ด้อยลง สวนทางกับบริษัทที่ต้องการให้พนักงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อเอาชนะวิกกฤติเศรษกิจ
ดังนั้นการร่วมมือกันฝ่าฟันวิกกฤติเศรษกิจที่เป็นอยู่นี้กลุ่มบริษัทโซนี่เห็นความสำคัญในการรับรู้และการสร้างขวัญและกำลังใจต่อพนักงงานโดยการแจ้งให้ทราบถึงความมั่นคงของบริษัท การแจ้งพนักงานให้รับทราบข้อเท็จจริงในเรื่อง “ไม่ปลด, ไม่ลด, แต่ขอให้ร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งทางด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ”เมื่อทำได้พนักงานก็มีความสุขไม่ต้องกังวลกับภาวะการที่เปลี่ยนแปลง และมีกำลังใจมากขึ้นโดยไม่ต้องไปทำอะไรมาก และเมื่อมีความสุขที่ได้ร่วมมือกันฝ่าฟันก็เหมือนการได้รับวัคซีนราคาแพงที่จะสร้างภูมต้านทานให้พนักงานและองค์กรในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตต่อไป
ท่านมีข้อเสนอในการขยายผล “การสร้างสุขในองค์กร”ให้เกิดขึ้นในองค์กรอื่นอย่างไร ?
เนื่องจากโครงการสร้างสุขในองค์กร เป็นโครงการที่น่าสนใจมากตั้งแต่ชื่อโครงการอยู่แล้ว แต่มีไม่มากนักที่องค์กรโดยทั่วไปจะทราบที่มาและขั้นตอนการดำเนินการ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์มีความสำคัญมากในการดึงให้องค์กรอื่นๆเข้ามาสนใจ เมื่อมีคนสนใจมากขึ้นการเติบโตของโครงการ งบประมาณก็จะตามมา แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องประชาสัมพันธ์ให้มาก ยกตัวอย่างโครงการคนไทยไร้พุง ซึ่งมีสปอร์ตทางวิทยุ จนติดหู และน่าสนใจ
เป็นอย่างมาก