ช่วงนี้ ที่ทำงานผมย้ายชั่วคราวครับ จาก ม.อิสลามยะลา ไปอยู่ที่ อ.เมืองปัตตานี โฟกัสได้ว่าอยู่ระหว่างโรงแรมซีเอส กับโรงแรมเซานเทิร์นวิว ครับ สองวันที่ผ่านมาคือวันศุกร์เช้า ไปเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนความรู้กับครูสอนอิสลามศึกษาในสังกัด สช.ปัตตานีครับ จากนั้นบ่ายวันศุกร์จนถึงเย็นวันเสาร์ก็ร่วมประชุมนำเสนองานวิจัยชุดมาเลเซียนัยสำคัญต่อไทย

เดิมตั้งใจจะแว๊บบ้าง แต่ปรากฏว่าท่านอาจารย์อับดุรรอห์มาน แจ้งว่าท่านติดภารกิจเข้าร่วมไม่ได้ ดังนั้นการให้ข้อเสนอแนะที่ท่านรับผิดชอบทั้งหมดขอมอบต่อให้ผม ทีแรกก็ตึกว่าไม่เยอะ ที่ไหนได้หกโครงการ ก็เลยนั่งอ่านไป คอมเม้นต์ไป ซึ่งคิดว่า การเป็นคอมเม้นท์ที่อาจจะไม่ค่อยมีคุณค่าเท่าไรครับ ปัญหาอย่างหนึ่งคือตอนนี้แบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊คมันใช้ได้แค่ครั้งละครึ่งชั่วโมงแล้ว ดังนั้นลำบากกับการหาปลั๊กเสียบจริงๆ

(อ.นัจมีย์ หมัดหมาน จาก มอ.ปัตตานี นำเสนอเป็นคนแรกครับ)

ปีที่สองของโครงการชุดนี้ของสกว. ผ่านการคัดเลือกรอบแรกมา 22 โครงการครับ ปรากฏว่าเป็นของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา 12 โครงการ ถือว่าเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมของงานวิจัยของมหาวิทยาลัยครับ (อัลฮัมดุลิลลาห์) ส่วนที่เหลือก็มาจาก ม.ทักษิณ มอ. และ มวล. ครับ

แต่ถ้าเปรียบเทียบแล้วจะพบว่า ของ มอย. และ มอ. มีนักวิจัยหน้าใหม่ในปีนี้ ส่วน ม.ทักษิณและ มวล. จะเป็นนักวิจัยเดิมจากปีที่แล้วเสนอโครงการต่อในปีนี้

(อ.อาหมัด อัลฟารีตีย์ หัวหน้าสาขาวิชาชารีอะห์ เป็นหัวหน้าวิจัยในปีนี้ด้วยในหัวข้อการบังคับใช้กฏหมายอิสลาม)

ก่อนเริ่มการนำเสนอ มีการประเมินงานในปีที่ผ่านมาด้วยครับ อันนี้ผมไม่ได้เข้าฟัง อันเนื่องจากติดบรรยายอยู่ พอมาช่วงบ่ายก็ทราบว่า งานของผมที่ร่วมทำกับท่านอ. อับดุรรอห์มาน ได้รับคำชมมากที่สุด แต่อันนี้ก็ยังไม่ได้อ่านรายงานครับ

(อ.ซอลีฮะห์ นำทีมนักวิจัยมานำเสนอครั้งนี้ครับ)

บรรยากาศวันแรก ผมเป็นผู้ฟังที่ดี (ครึ่งหนึ่ง) ครับ คือ ฟังแต่คิดอะไรไม่ออกครับ รู้สึกเหนื่อยมากกว่า และในช่วงเย็นก็ได้คอมเม้นต์งานวิจัยสองเรื่อง จากนั้นก็นั่งเงียบต่อ แต่คนที่ออกจากคอมเม้นต์ในทุกโครงการเลย ก็คงต้องยกให้ อ.ซอลีฮะห์ครับ ดูเหมือนว่าท่านจะอ่านมาทุกโครงการเลย

(อ.บะห์รุดีน บินยูโซ๊ะ นำเสนอโครงการวิจัย การจัดการทรัพย์สินวากัฟของประเทศมาเลเซีย)

เสร็จวันแรกก็สามทุ่มครับ เป็นการประชุมที่ยาวนานมากจริงๆ และก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ที่ปรึกษาก็มอบข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการวิจัยที่รุ่นแรกนำเสนอครับ ฮือ ผมอ่านข้อคอมเม้นต์แล้ว ก็เลยปรับแก้ไขงานนำเสนอเลย เพื่อจะได้คุยไปพร้อมๆ กันว่าผมคิดจะทำอะไรและผู้ทรงคุณวุฒิเสนอว่ากระไร แต่อ่านไปจนถึงการวิพากษ์กรอบวิจัย ก็สะดุ้งครับ โครงการวิจัยของผมไม่มีกรอบวิจัย ซึ่งก็จริง เพราะผมทำไม่ทัน เลยส่งไปเท่าที่ได้ ดังนั้นเมื่อโครงการผมโดนคอมเม้นท์ มันเลยได้ข้อสรุปง่ายๆ คือ ไม่ผ่าน

โดยหลักการผู้คอมเม้นท์บอกว่า เป็นโครงการที่ควรสนับสนุน แต่ต้องทำกรอบให้ชัดดังที่แนะนำไว้ แต่ผมเองตั้งแต่อ่านข้อคอมเม้นต์แล้ว ลังเลใจว่าจะทำต่อหรือเปล่า ประเด็นสำคัญคือ มันขาดแรงจูงใจที่จะไปที่วิจัยที่มาเลเซียแล้วครับ จำได้ว่า แรงจูงใจที่จะทำวิจัยต่อในระยะที่สองนี้ ผมตัดสินใจว่าจะไม่ทำไปตั้งนานแล้ว แต่พอคืนสุดท้ายก็เปลี่ยนใจเขียนโครงการส่งภายในคืนเดียว พอต้องมานั่งแก้ไขโครงการเลยรู้สึกว่า จะทำต่อดีหรือเปล่าเนี๊ยะ

(อ.เภาซาน เจ๊ะแว มาปีนี้พูดภาษาไทยชัดขึ้น ดีขึ้นเยอะเลยครับ)

ข้อดีของการทำวิจัยนี้คือ มีที่ปรึกษาดีครับ (อ.ชัยวัฒน์ สถาอนันต์ กับ อ.สายพิณ จากม.ธรรมศาสตร์) คือพูดได้ว่า ทำไปพร้อมกับการได้เพิ่มพูนความรู้ครับ เลยมีคุณค่ามากกว่าการทำงานวิจัยธรรมดาๆ ชิ้นหนึ่ง แต่ปัญหาว่า การไปเก็บข้อมูลมาเลเซียค่อนข้างจะต้องใช้เวลา โดยเฉพาะโครงการที่เสนอใหม่ ผมคิดว่าเวลาที่ใช้จะต้องมากกว่าโครงการแรก ที่สำคัญ หากไม่ทำโครงการนี้ ก็อาจจะทำให้มีเวลาในการทำวิทยานิพนธ์เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหนึ่งด้วย ฮือ เลยเลือกไม่ถูกครับ เดินต่อหรือหยุดไว้ก่อน

 

(มองออกไปจากห้องประชุมชั้น 8 ของ รร.ซีเอ็สก็จะเห็นบรรยากาศภายนอกที่ไกลตาออกไปคือทะเล)