หน้ากากอนามัยแฟชั่น
หน้ากากอนามัยแฟนซี
กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย ในยุคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 กลายเป็นคำขวัญติดตัวสำหรับทุกคนไปแล้ว ( คำขวัญวันเด็กแห่งชาติปีนี้อาจจะไปมีส่วนร่วมด้วย ) ในระยะเวลาก่อนหน้านี้ประมาณ 3 ถึง 4 อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ประชาชนมีความตื่นตัวกับโรคนี้มาก ที่โรงพยาบาลสองก็เช่นเดียวกันกับพื้นที่อื่นๆ
เจ้าหน้าที่ทุกคนจะสวมหน้ากากอนามัยสีเขียวซึ่งแต่เดิมเราจะใช้บริการหน้ากากก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นแต่ละบุคคลไปเป็นเรื่องๆ ต่อมาก็เข้าสู่ประชาชนในตอนแรกวางแผนแจกให้กับผู้ป่วยที่มีอาการแสดงว่าเป็นหวัด เจ็บคอ ไอ จาม มีน้ำมูก ไข้ เท่านั้น แต่เหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นเนื่องจากประชาชนได้ทราบข้อมูลการปฏิบัติตัวจากโทรทัศน์กันถ้วนทั่ว เมื่อมาโรงพยาบาลจะขอหน้ากากอนามัยใส่ขณะรอตรวจแทบทุกคน ( แต่แอบเห็นบางคนไม่เคยใส่มาก่อนคงรู้สึกอึดอัดเลยถอดเข้าถอดออกเป็นพัก ๆ )
ถ้าลองไปยืนดูบริเวณหน้าตึกผู้ป่วยนอกช่วงเวลานั้นจะเห็นใบหน้าคนมีสองส่วนคือส่วนที่เป็น ผม ลูกตาครึ่งหนึ่งและส่วนหน้ากากอนามัยอีกครึ่งหนึ่ง นั่งเรียงกันเป็นแถวถ้าญาติจะมาตามหากันไม่รู้สีเสื้อคงเจอกันลำบากพอสมควร เมื่อผ่านระยะเวลาหนึ่งหน้ากากอนามัยเริ่มจะหมด มีการนับถอยหลังจำนวนหน้ากากอนามัยที่มีใช้ในโรงพยาบาลและในที่สุด หมดแล้วจ้า แล้ววิกฤตก็เกิดโอกาส เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งในโรงพยาบาลมีความสามารถในการในการประดิดประดอย ได้ผลิตหน้ากากอนามัยที่มีสีสัน ลวดลายสวยงามขึ้น และผู้อำนวยการให้แจกกับเจ้าหน้าที่ทุกคนคนละ 2 ผืน ( ซักได้ )
หญิงสาวมักจะคู่กับของสวยงามในเมื่อหน้ากากอนามัยต้องมาปิดบังใบหน้าที่สวยงามพร้อมสีลิปสติก แฟชั่นหน้ากากอนามัยจึงระบาดอย่างรวดเร็วครบวัน ครบสีและมีหลายลายตามอารมณ์แต่ละวันเกิดเป็นแฟชั่น ทำให้เกิดความสุขในการใส่หน้ากากมาทำงานทุกวัน เวลามองดูแล้วไม่หน้ากลัวเหมือนก่อน ประชาชนที่มารับบริการพลอยมีความสุขจากการมองดูเจ้าหน้าที่และใช้บริการหน้ากากอนามัยแฟนซีด้วย ถ้ากลับไปยื่นมองที่ตึกผู้ป่วยนอกอีกครั้ง บรรยากาศเปลี่ยนไปจริงๆ จากหน้ากากอนามัยสีเขียวเรียงกันเป็นแถวกลับกลายเป็นสีสันลวดลายชวนมองลดความตึงเครียดจากการหวาดระแวงไข้หวัดใหญ่ .................ไปมากโขที่เดียว
สุวรรณี พยาบาล OPD
กรทำงานแล้วมีความสุขวันละเล็กละน้อยช่วยให้เรามีความสุขขึ้นจริงๆค่ะ /พัชรินทร์
หน้ากกาอนามัยน่ารักดีคะ
คนสวมยิ่งน่ารักคะ
หน้ากากอนามัย สวยจังค่ะ
เหมาะสมกับยุคสมัยจริง ๆ เนาะ.....ดูแล้วมีสีสันดีนะ ชอบจังเลย / LR
อยากจะบอกว่า.. แฟชั่นหน้ากากนอกจาก ป้องกันไข้หวัด 2009 แล้ว ยังประหยัดลิปสติกอีกด้วย..confirm..ก้อไม่ต้องทาลิปไง ไม่มีใครรู้หรอก ถ้าไม่ถอดหน้ากากน่ะ คริ..คริ/ juey ER
ประหยัดทั้งเวลาประหยัดทั้งเงิน เพราะบางคนใช้วลาแต่งหน้านาน ประหยัดเพราะถ้าแต่งก็แต่งเฉพาะช่วงบน /ลุงหมอ
หน้ากากน่ารักแบบนี้มาจากเมื่อปีที่แล้ว (ปี50)พวกเราชาวรพ.สองประมาณ18 คนโดยมีลุงหมอกับป้าไพนำทีมพากันไปเที่ยวเวียดนามเห็นคนฮานอยเขาใส่กันก็เลยซื้อมาฝากคนที่ไม่ได้ไปไม่คิดว่าจะได้ใช้ ปรากฎว่าวันนี้เกิดมีไข้หวัดใหญ่2009ทำให้นำมาใช้และนำเป็นตัวอย่างให้หมอเนาเย็บขายจนแพร่หลายไปทั่วอำเภอสองและอำเภอใกล้เคียง จนทำให้หมอร่ำรวยเพราะไข้หวัด2009นี่แหละ /ป้าไพ
ป้าอ้วนก็ใส่เพราะต้องรับผิดชอบต่อสังคมแม้จะอึดอัดบ้าง แต่ก็ทนได้ /ป้าอ้วน วัลลีย์
หน้ากากสวย คนใส่น่ารัก
วันนี้ผมมีหนังสือแนะนำทุกท่าน อ่านพลังเนรมิตร ของอาจารย์ วิศิษฐ์ ศรีพิบูลย์ เล่มละ 59 บาท รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
ใส่ทำไหมหรออ่ะพวกป้าๆพวกแม่ๆๆๆ
ก้น่ารักดีอ่ะ
อิอิอิอิ