Love and Trust SAKSI ทำด้วยความล่ะมุ่นละม่อม

       การจัดการความรู้ในประเทศไทยปัจจุบันเป็นที่นิยมทำกันในหลากหลายองค์กรทั้งในภาครัฐ และเอกชนซึ่งมีหลายที่ประสบผลสำเร็จแต่ในหลายแห่งก็พบว่าขาดความยั่งยืน และต่อเนื่อง และมีผลงานออกมาแต่ขาดการนำไปประยุกต์ใช้ต่อ มีการรวบรวบไว้มากมายพอสมควร   แต่ขาดการจัดระบบทำให้สืบค้นออกมาใช้ไม่สะดวก   หรือใช้อย่างขาดความเข้าใจไม่เหมาะกับบริบท เป็นต้น  ดังนั้นจึงควรมีขั้นตอนในการทำที่สำคัญ 5  ขั้นตอน  ดังนี้

1.      การรวบรวมข้อมูล  การดึงImplicit Knowledge มาเป็น Explicit Knowledge

2.      การวิเคราะห์ตรวจสอบความถูกต้อง

3.      จัดโครงสร้าง กลุ่มของความรู้ เช่นเรื่องพัฒนาระบบงาน พัฒนาบริการ พัฒนาบุคคล ฯลฯ

4.      เก็บข้อมูลให้เป็นระบบ ซึ่งควรใช้ระบบ IT มาช่วย  เพื่อความสะดวกในการเก็บ และดึงออกมาใช้

5.      ส่งเสริมการสืบค้น นำมาใช้ประโยชน์  และต่อยอดความรู้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ

1.      เห็นประโยชน์ และมีเจตคติในการทำที่ถูกต้อง เช่นไม่ทำโชว์ แต่ทำเพื่อใช้ แก้ปัญหาที่มีอยู่

2.      การสนับสนุนของผู้บริหาร

3.      มีผู้รับผิดชอบดูแลที่ชัดเจน  ไม่ใช่งานฝาก และไม่ใช่แค่โครงการ ต้องมีโครงสร้างชัดเจน และทีมงานที่ดี

4.      วัฒนธรรมองค์กร เช่น เน้นการเรียนรู้  การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง 

5.      ระบบ IT ที่เอื้ออำนวย

นอกจากนี้การจัดการความรู้ ต้องมีผู้รับผิดชอบดูแลที่ชัดเจน ยังต้องทำอย่างเหมาะสมตามบริบท  ถูกจังหวะเวลา จริตขององค์กร เช่นไม่ไปเร่งทำในช่วงวิกฤตของหน่วยงาน  ทำตอนมีเรื่องขัดแย้งสูง  มีSoft touch  ทำด้วยความรัก และเชื่อมั่น (Love and Trust) จัดการความรักในองค์กรจึงจะจัดการความรู้ได้ดี  หรือเปรียบเทียบได้กับการจับไก่ หรือทฤษฏีกบต้ม ควรทำด้วยความล่ะมุ่นละม่อม ค่อยเป็นค่อยไป ในระยะแรกอาจเป็นระดับนโยบาย (Top Down)  แต่ในระยะต่อมาควรมาจากการริเริ่มของพนักงาน (Bottom Up)  และไม่ติดกับดักการทำเพื่อโชว์  ทำตามกระแส เพื่อให้มีผลงานส่งเท่านั้น แต่ไม่ได้สนใจนำมาทบทวน ทดลองใช้ นำมาแก้ปัญหาในการทำงาน  เพราะควรสนใจการค้นหา รวบรวม และการนำความรู้มาใช้ เปรียบเหมือนเรียนรู้วิธีการหาปลา  แต่ไม่เน้นที่ปลาที่หามาได้ แต่สนใจวิธีหาปลาที่ยากขึ้น มากขึ้น และพร้อมที่ที่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นโดยไม่หวงวิชา  หรืออาจกล่าวได้ว่าการทำ KM ต้องใช้การทำแบบ 3 H (Hand Head Heart)  ซึ่งการจัดการความรู้เป็นหนึ่งองค์ประกอบของการบริหารองค์กรที่ยั่งยืน ทีมีตัวย่อว่า SAKSI  ดังนี้

S = Social Support   การแสวงหาร่วมมือ และรวมทำงานกับชุมชนอย่างใกล้ชิด

A = Agility  มีความคล่องในการปรับตัวต่อปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างทันการณ์

K = Knowledge Management ;KM

S = Sufficiency  หลักการทำงานที่พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุ้มกัน หรือการจัดการความเสี่ยง

I = Integrity  มีคุณธรรม จริยธรรม

ซึ่งหน่วยงาน  องค์กร ประเทศชาติจะพัฒนาต้องมี ศักดิ์ศรี  จึงจะยั่งยืนอยู่ได้