เมื่อคนเราโตขึ้นด้วยบทบาทและภาระหน้าที่ของเราก็จะมีมากขึ้นในแบบเฉพาะของแต่ละคนไป แต่ในทางกลับกันกรอบความคิดที่จะเปิดรับรู้สิ่งใหม่ๆก็มีน้อยลง คนส่วนใหญ่กลัวที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ กลัวที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ ปิดกั้นศักยภาพ มองและตั้งเป้าเพียงแต่วัตถุประสงค์ที่อยู่ตรงหน้าให้ผ่านไปวันๆ หาเหตุผลมาสนับสนุนปิดกั้นตนเอง ผมก็เคยเป็นเช่นนั้น เนื่องจากชีวิตเด็กเรียนของผมมักหมกตัวอยู่แต่การเรียนในสิ่งที่จะพาไปสู่เป้าหมายการศึกษาเท่านั้น กรอบความคิดค่อยๆแคบลง จนกระทั้งได้มาดูภาพยนตร์เรื่อง YESMAN ซึ่งสะท้อนแง่คิดที่ดีในการใช้ชีวิตอย่างมากให้กับผม

เรื่องYESMAN เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบหมกตัวเองอยู่งานประจำ ปิดกั้นตัวเองจากคนรอบข้าง ทำให้มีภาวะซึมเศร้าและต้องหาข้ออ้างปลอบใจให้กับชีวิตตนเองตลอดเวลา จนวันหนึ่งที่ได้ไปร่วมโครงการที่สอนให้ตอบตกลงกับเงื่อนไขต่างๆที่เข้ามาในชีวิต

เขาจึงเริ่มที่จะตอบตกลงกับคำขอร้องของคนอื่น ตกลงกับการนัดรวมเพื่อนฝูง ตกลงกับข้อเสนอการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำหรือไม่ได้คิดอยากจะทำ และเปิดกรอบความคิดของตนเองให้กว้างขึ้น



แล้วเรื่องราวที่แปลกใหม่ก็เข้ามาในชีวิตของเขาทั้งด้านความสุขจากการช่วยเหลือผู้อื่น จากการเพิ่มศักยภาพของตนเองส่งผลให้ได้ตำแหน่งงานที่สูงขึ้น และจากความรักอันสดใสครั้งใหม่ ทำให้ชีวิตเขาพบกับความสุขอีกครั้ง



เมื่อดูเรื่อง YESMANจบ ผมก็เริ่มที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ เช่น ฝึกเล่นเทนนิสทั้งๆที่ไม่รู้จะเล่นไปทำไม อาสาช่วยเหลือคนอื่นทั้งๆที่รู้สึกขี้เกียจ ดีใจกับปัญหาต่างๆที่เข้ามาโดยมองว่าผมจะต้องได้ความรู้ใหม่ ลองเรียนรู้เทคโนโลยี หนังสือ และภาษาใหม่ๆที่ไม่มีเหตุผลว่าจะรู้ไปทำไม ขยายกรอบความคิดให้กว้างขึ้นพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงทางความคิด มีความองค์ประกอบและปัจจัยที่จะทำให้เกิดความสุขมากขึ้น บางอย่างที่เคยมองข้ามก็ถูกนำออกมาใช้ ความสดใสของเรื่องราวใหม่ๆก็มาแต่งเติมสีสันให้กับชีวิตของเรา
ข้อคิดที่ได้คือ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราจะสร้างโอกาสมาหยิบยื่นให้เราเสมอ ซึ่งทุกๆโอกาสจะมีข้อดีแฝงอยู่ในนั้น หากเรามองข้ามที่จะทำเราอาจจะพลาดความสุขและประสบการณ์ใหม่ๆที่แสนจะมีค่าไปอย่างน่าเสียดาย เรื่องบางเรื่องที่มองว่าไม่สำคัญในวันนี้ วันหน้ามันอาจจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ให้เราในอนาคตก็ได้ เราต้องฝึกเรียนรู้ให้มากๆ ฝึกสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราเพื่อที่เราจะได้แสวงหาความสุขได้จากหลายๆด้านไม่ปิดกั้นตัวเองอยู่แต่ด้านใดด้านหนึ่งที่คิดว่ามันสำคัญมากที่สุด แล้วชีวิตเราจะมีความสุขง่ายขึ้น
เชิญชมตัวอย่างได้
สื่ออ้างอิง
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=10000tip&month=04-2009&date=21&group=18&gblog=22
ภาคผนวก
รางวัลของเรื่องYESMAN
http://www.imdb.com/title/tt1068680/
เพลงที่นางเอกร้องในเรื่อง
http://www.youtube.com/watch?v=3DbaJgSkDVg
เสียงตอบรับจากผู้ที่ได้ชมเรื่องนี้
http://www.youtube.com/watch?v=-HvMPyCYnfE&feature=related
บันทึกวันที่ 7 สิงหาคม 2552
ปรับปรุงล่าสุด 8 สิงหาคม 2552
ดีมากครับ กล้าออกนอกกรอบ กล้าคิดริเริ่ม
ยิ่งถ้าเราอยู่กับการเรียนในระบบอย่างเดียว มีโอกาสสูงที่เราจะถูกตีกรอบ จนไม่กล้าคิดจะทำอะไรเลย
ดังนั้นลองเปิดใจกว้างๆ สร้างจินตนาการใหม่ แล้วพลังแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ก็จะเกิดครับ
ขอชมว่าดีมากๆนะ...
เราอ่านแล้วทำให้เราคิดได้เลย การปิดกั้นตั้งเองไม่ทำให้เกิดผลดีต่อตัวเอง
และคนรอบข้างเลย หากเราลองเรียนรู้อะไรหลายอย่างที่อยู่รอบตัวเรา
บางทีมันอาจช่วยทำให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากการท่องตำราอย่าง
เคร่งเครียด....เห็นด้วยจริงๆกับความคิดนี้ ดีมากจร้า...
เรื่องนี้สนุกอยู่ กูเคยดู แต่เวย์เยสมั๊กมาก ก็ไม่ดีนะ เอาเป็นว่าต้องรู้จักเยส 55+
เรื่องนี้ดีมากเลย
อาจารย์เคยเปิดให้ดูแบบว่า แค่เราเปลี่ยนทัศนคติเป็นบวก สิ่งดีดีก็จะเข้ามา ถูกต้องแล้ว