บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณของคุณลุงพิทักษ์ ไชยศล  ผู้เปรียบท่านเป็น "พ่อ" ของผมอีกคน ซึ่งกำหนดการฌาปนกิจคือวัน พุธที่ 5 สิงหาคม 2552 นี้  ท่านจากไปอย่างสงบด้วยอาการโรคหัวใจเฉียบพลัน

 

จะว่าไปแล้ว คุณลุงพิทักษ์ ก็เปรียบเสมือนเป็นพ่อของพ่อผมเลยก็ว่าได้ครับ แต่ท่านไม่ได้เคยเลี้ยงแค่ผมเท่านั้น  คุณลุงท่านยังเคยเลี้ยงและดูแลพ่อของผมอีกด้วยครับ

 

คุณลุงฯ ท่านเป็นคนดีและตรง ถึงตรงมาก ท่านได้เลี้ยงดู ช่วยเหลือดูแลลูกหลาน ญาติพี่น้องทั้งหมดมาโดยตลอด  ท่านได้สร้างคนให้เป็นคนดีและประสบความสำเร็จมามากมาย  คุณลุงไม่ได้เป็นครูหรอกครับ  ท่านเป็นเพียงนักการภารโรงของธนาคารออมสินจน ๆ คนหนึ่ง ที่มีความทรหด  ความดี และความทรนงอยู่ในสายเลือดซึ่งส่งผลต่อ ๆ มายังลูกหลานในตระกูลทุกคนล้วนเป็นคนตรง ๆ เหมือนกับท่าน

 

ในวัยเด็กวันนั้น  ผมยังจำได้ว่า  ผมต้องตื่นเช้าเพื่อไปเก็บกวาด ทำความสะอาดภายในบริเวณธนาคาร และบริเวณรอบ ๆ อาคาร  จดจำในสิ่งที่ท่านได้พยายามสอนทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิต  แนวคิด หลักคิดต่าง ๆ ที่ท่านพยายามปล่อยให้ผมได้ซึมซับมาทีละน้อย ๆ ในวัยนั้น  จนถึงวันนี้เมื่อผมดูจากหลาย ๆ องค์ประกอบแล้ว  ผมได้เห็นว่า  คุณลุงของผม คุณพ่ออีกคนที่ผมรักและเคารพท่าน   ท่านได้สร้างสะสมคุณความดีมากมายจนลูกหลานประสบความสำเร็จในชีวิตและการงานมากมายหลายคน

 

ในวัยที่ผมกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่  หากผมมีเวลากลับบ้าน  ทุกครั้งผมจะต้องไปกราบคารวะท่าน พูดคุย ไต่ถามสารทุกข์ต่าง ๆ นวดแข้งนวดขาให้จนมืดค่ำ  ท่านก็จะให้แนวคิดดี ๆ ให้กับผมโดยตลอด  แต่สิ่งที่ผมยังจำได้ขึ้นใจมาโดยตลอดคือคำสอนคำนึงที่ท่านได้สอนพ่อของผม  และถูกถ่ายทอดส่งต่อมาถึงผม 

 

คุณลุงจะเอาชอร์ก เขียนไว้ที่ข้างฝาบ้านเป็นตัวโต ๆ ใหญ่ ๆ ไว้ ให้ลูกหลาน ญาติพี่น้องได้อ่านกันจนจำขึ้นใจ ว่า... 

 

ิ่งที่ควรทำคือ  ความดี
สิ่งที่ควรมีคือ   คุณธรรม
สิ่งที่ควรจดจำคือ  บุญคุณ

สิ่งที่ควรเทิดทูลคือ  ความกตัญญู

 

ณ วันนี้  คุณลุงของผมคงจะภูมิใจมาก  เพราะลูกหลานที่คุณลุงได้ดูแลเลี้ยงดูมาเกือบทั้งหมดได้ดิบได้ดีประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน  รักและสามัคคีกันกลมเกลียวและเหนียวแน่น  ซึ่งผมคิดว่าทุก ๆ คนไม่ลืมคำสอนของคุณลุงที่เขียนไว้ข้างฝาบ้านในวันนั้นแน่นอนครับ

 


ขอให้คุณลุงไปอยู่ ณ สรวงสวรรค์
เคารพ  รัก และศรัทธา
บักเหลิมของลุง

..........................