เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา1

1.              คำกล่าวของซาราสัน (Sarason, 1977) “เป็นการผิดพลาดอย่างมากที่จะคิดว่าสามารถทำให้

ครูลืมทักษะที่เคยยึดถือมาแต่เดิม และยอมรับทักษะและความเชื่อใหม่ๆ ได้ในเวลาจำกัดและในการทำให้ยอมรับนั้น ส่วนมากไม่ค่อยได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของครูเท่าที่ควร” ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด

                เห็นด้วย เพราะ ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในทุกๆด้าน ไม่เว้นแม้แต่ในด้านการเรียนการสอน จึงทำให้ความสำคัญของครูลดน้อยลง ผู้เรียนมักจะให้ความสนใจแต่เรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการที่จะทำให้ครูยอมรับสิ่งใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการเรียนการสอนในเวลาที่จำกัดเป็นเรื่องยากอย่างมาก การนำทักษะหรือนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาใช้ควรคำนึงถึงการให้ความสำคัญกับผลกระทบของนวัตกรรมที่มีต่อบุคคล และชุมชนภายหลังที่นำ นวัตกรรมไปใช้แล้ว โดยเฉพาะครูต้องรับผิดชอบและต้องรู้จักบทบาทใหม่ของตนเอง ซึ่งก็คือ บทบาทใหม่ของผู้ใช้นวัตกรรม บทบาทในฐานะผู้มีส่วนร่วมใน การพิจารณาตัดสินใจยอมรับ หรือไม่ยอมรับนวัตกรรม สามารถเรียนรู้ทักษะการตัดสินใจร่วมกัน มองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สามารถเลือกวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อนำสังคมไปสู่สังคมที่ต้องการ นอกจากนั้นบทบาทของนักเรียนก็เปลี่ยนไปจากผู้ถูกกระทำจากนวัตกรรม เป็นผู้กระทำ ดังนั้น นักเรียนต้องเรียนรู้บทบาทของตนในการใช้นวัตกรรม เข้าใจวัตถุประสงค์และการดำเนินงานของนวัตกรรมด้วยการเปลี่ยนแปลงบทบาทของครูและนักเรียน เพื่อให้การใช้นวัตกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                แต่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในด้านการเรียนการสอน มักคำนึงถึงเฉพาะการควบคุมให้เครื่องทำงาน เน้นเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ มากกว่าจะคำนึงถึงจิตวิทยาการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลและการเลือกสื่อให้ตรงกับเนื้อหาวิชา  ในด้านของผู้ใช้นวัตกรรม ซึ่งได้แก่ครูผู้สอนนั้นกลับมีความรู้สึกว่าตนถูกบังคับให้กลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง เพราะต้องเรียนรู้วิธีการ แนวคิดใหม่ ๆ อันมีลักษณะตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตนเองเคยเรียนรู้ ยึดมั่น สั่งสมและปฏิบัติจนกลายเป็นความเคยชิน และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตปัจจุบัน ดังนั้นการเผยแพร่ การนำนวัตกรรมมาใช้ ควรพิจารณาทั้งการสร้าง การจัดอบรม ลักษณะธรรมชาติของการมองการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้ด้วย

 

2.              จงวิเคราะห์ข้อดี/ข้อจำกัดของการใช้งาน Web Blog

Web Blog  คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหา นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่างๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง

จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ เป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้นๆผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง

ข้อดีของการใช้งาน Web Blog  ก็คือ

1. มีอิสระที่จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่เราให้ความสนใจ

2. เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้โดยอิสระ

3. สามารถสร้างเครือข่าย ชุมชนสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของ Web Blog ที่มีความคิด ความสนใจ ความรู้สึก ร่วมกันได้

4. เปิดโอกาสให้เจ้าของ Web Blog ทำธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่หารายได้จากการจำหน่ายสินค้า บริการ หรือ หารายได้จากการเป็นสมาชิก การลงโฆษณา ก็ตาม

5. ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือ สิ่งเก่าๆ ที่ยังไม่รู้ ให้รู้มากขึ้น จากการนำมาแลกเปลี่ยน

กันและกัน

6. ได้มิตรภาพใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนในชุมชน Web Blog 

7. เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกได้แสดงออกถึงความสามารถ ความคิดเห็นได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

8. เปิดโอกาสให้ประชาชนคนธรรมดา กลายเป็น ผู้สื่อข่าวได้ เพียงแค่นำเรื่องใกล้ตัวที่น่าสนใจ น่าตระหนัก มาเสนอในช่วงเวลาที่เหมาะสม

9. เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ ให้บุคคลอื่นเข้ามาค้นคว้า ศึกษาได้ในปัจจุบันและอนาคต

10. เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ร่วมในชุมชนเดียวกัน เพิ่มโอกาสให้มีการปรับแนวทางความคิด ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และอาจจะนำไปสู่ความรู้รักสามัคคี

11. ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่นกรณีองการนำเสนอข่าวอย่างฉับไว เจาะลึก มีพร้อมทั้งภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆหลายรูปแบบ

12.  ใช้เป็นศูนย์รวมการให้ความรู้ การศึกษาวิชาการ วิชาชีพ ศิลปะ การให้การบ้าน การส่งการบ้าน ของครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป 

ข้อเสียของการใช้ Web Blog ได้แก่

1. มีอิสระในการนำเสนอ โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบจากใครก่อน อาจนำเสนอเรื่องที่ไม่เหมาะสม เรื่องที่หมิ่นเหม่ หรือ เข้าข่ายผิดกฎหมาย ผิดประเพณีและศีลธรรมอันดีได้

2. ผู้ให้บริการ Web Blog ไม่สามารถกลั่นกรองเนื้อหาได้ 100% เว้นแต่จะสร้างระบบกรองคำหยาบ คำต้องห้ามไว้เพื่อให้มีการตรวจทานก่อนเผยแพร่ อาจมีความเสี่ยงเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายไปด้วยหากเจ้าของ Web Blog โพสข้อความ รูปภาพ ไม่เหมาะสมแล้วมีการฟ้องร้องขึ้นมา

3.  เนื้อหาที่อยู่ใน Web Blog หากไม่ใช่ผลงานวิจัย หรือ วิทยานิพนธ์ ที่ทำตามหลักวิชาการ หรือ ตัวบทกฎหมาย ก็อาจมีความน่าเชื่อถือน้อยถึงน้อยมาก

4.ความน่าเชื่อถือของข้อมูลขึ้นกับความน่าเชื่อถือของเจ้าของ Web Blog มากกว่าตัวข้อมูลเอง หากเกิดความผิดพลาดใดๆ ผู้ที่นำข้อมูลไปใช้อ้างอิง อาจประสบปัญหาได้

5. เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ร่วมในชุมชนเดียวกัน เพิ่มโอกาสให้มีการแสดงออกถึงการขัดแย้งอย่างไม่มีเหตุผล สร้างความไม่สามัคคี ทะเลาะกันได้ หากไม่ใช้การวางจิตเป็นกลาง ไม่นำเหตุและผลมาโต้แย้งกันโดยสันติ

6. เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ กระจายข่าวปั้นแต่ง ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวยั่วยุ

7. การที่มี Web Blog และเรื่องใหม่ๆมากมายในแต่ละวัน การนำเสนอเรื่องเดิมซ้ำๆกันอาจเกิดขึ้นได้ เช่นการนำ ข้อความจากฟอร์เวิร์ดเมล์ มาโพส เป็นต้น

                                                                                                              

3.              จงยกตัวอย่างนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา  ที่ท่านเห็นว่าควรได้รับ

การเผยแพร่ โดยอธิบายให้เข้าใจว่านวัตกรรมคืออะไร  มีหลักการอย่างไร มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร

“นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา หรือ  “การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม” แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฎิบัติให้เกิดผลได้จริงอีกด้วย

เทคโนโลยีการศึกษา(Educational Technology) เป็นศาสตร์ที่ประยุกต์เอาวิชาการต่างๆมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตามวัตุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งเกิดจากการออกแบบการสอนตามหลักการออกแบบการเรียนการสอน โดยคำนึงถึงคุณลักษณะของผู้เรียน ความเหมาะสมของสื่อที่สอดคล้องกับลักษณะเนื้อหาและความสนใจของผู้เรียน ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่า                นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ที่ควรได้รับการเผยแพร่ ได้แก่

การศึกษาทางไกล เพราะการศึกษาทางไกลเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ใฝ่รู้และใฝ่เรียนที่ไม่สามารถสละเวลาไปรับการศึกษาจากระบบการศึกษาปกติได้เนื่องจากภาระทางหน้าที่การงานหรือทางครอบครัว และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนหรือปรับปรุงความรู้ที่มีอยู่ให้ทันสมัยเพื่อประโยชน์ในการทำงานความหมายของการศึกษาทางไกล (Distance Education)

                การศึกษาทางไกล (Distance Education) หมายถึง ระบบการศึกษาที่ผู้เรียนและผู้สอนอยู่ไกลกัน แต่สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้โดยอาศัยสื่อการสอนในลักษณะของสื่อประสม กล่าวคือการใช้สื่อต่างๆ ร่วมกัน เช่น ตำราเรียน เทปเสียง แผนภูมิ คอมพิวเตอร์ หรือโดยการใช้อุปกรณ์ทาง โทรคมนาคม และสื่อมวลชนประเภทวิทยุและโทรทัศน์เข้ามาช่วยในการแพร่กระจาย การศึกษาไปยังผู้ที่ปรารถนาจะเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวางทั่วทุกท้องถิ่น การศึกษานี้มีทั้งในระดับต้นจนถึงระดับสูงขั้นปริญญา (กิดานันท์ มลิทอง, 2543 : 173)

            การศึกษาทางไกลเป็นการศึกษาวิธีหนึ่งในการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน ที่อาศัยสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเลคทรอนิกส์ และสื่อบุคคล รวมทั้งระบบโทรคมนาคมในรูปแบบต่างๆ เป็นหลักการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากสื่อเหล่านั้น และอาจมีการสอนเสริมควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ผู้เรียนซักถามปัญหาจากผู้สอนหรือผู้สอนเสริม โดยการศึกษานี้อาจจะอยู่ในรูปแบบของการศึกษาอิสระ การศึกษารายบุคคล หรือรูปแบบของมหาวิทยาลัยเปิดก็ได้

            ข้อดีของการศึกษาทางไกล

            1) ผู้เรียนได้เรียนกับผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในเนื้อหานั้น ๆ
             2) สามารถบันทึกคำบรรยายหรือการสอนส่งผ่านคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ไปยังผู้เรียนได้โดยสะดวก
             3) ผู้เรียนที่อยู่ในการศึกษานอกระบบ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังสถานศึกษาเหมือนปกติ และยังสามารถทำงานในสถานประกอบของตนเองได้
             4) ตอบสนองความต้องการในการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาคน และพัฒนางานในวิชาชีพของบุคคลได้ โดยไม่ต้องเข้ารับการศึกษาในสถานศึกษาในระบบปกติ

           

ข้อจำกัดของการศึกษาทางไกล

            1) ผู้เรียนแทบจะไม่มีโอกาสเจอหน้ากันอาจทำให้ขาดทักษะในการอยู่ร่วมกับคนอื่น

            2)ผู้เรียนไม่มีโอกาสเห็นภาพ บรรยากาศการเรียนการสอนในห้องเรียน

            3)ผู้เรียนต้องมีความพยายามกว่าการเรียนการสอนแบบปรกติเนื่องจากต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง

 

มีต่อตอนที่ 2.......