เรียนเรื่องเอดส์กับลูกศิษย์ (อีกหน) กับนายยินดี ปรีดา

        ถ้าจำไม่ผิดเพี้ยนแล้วล่ะก็ เดือนนี้เมื่อปีที่แล้วผมก็มานั่งเขียนเรื่องนี้ เขียนเรื่องการตรวจเลือดหาดูการติดเชื้อเอดส์ เมื่อครั้งที่เถียงกับลูกศิษย์แพทย์ปี 2 เรื่องการตรวจหาเชื้อ แล้วไปจบที่พี่มาริษา ผู้ที่ไขความกระจ่างด้วยการเลคเชอร์ในห้องแล็ปนั่นเอง และครั้งนี้เป็นการมานั่งคุยกันในกลุ่ม PBL ของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้เจอลูกศิษย์กลุ่มตัวเอง

        ม๊ะห์ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้ากลุ่มในครั้งนี้ ซึ่งบอกได้เลยว่า "หิน" เพราะตัวอาจารย์เองเมื่ออ่านประเด็นที่โจทย์ตั้งมานั้น รู้สึกได้เลยว่ามันค่อนข้างยาก ประเด็นการเรียนรู้กว้างอย่างมาก ไม่รู้จะเริ่มที่เอดส์ดี หรือว่าจะเริ่มที่การติดเชื้อวัณโรคดี เลยทำให้ท่านหัวหน้ากลุ่มเองซึ่งแต่เดิมเงียบอยู่แล้ว คราวนี้เลยหาประเด็นกระตุ้นเพื่อนๆยากขึ้นไปอีก แต่กลุ่มก็ยังคงดำเนินการอภิปรายไปได้เรื่อยๆ หลายๆครั้งเพื่อนในกลุ่มจะดำเนินการพูดคุยไปได้เอง โดยมีม๊ะห์ยืนกำกับว่า จะเริ่มอภิปรายประเด็นใดบ้าง บอกตรงๆ ว่า "ฟา" แบบผมยังอึ้งเลยในบางประเด็น กระตุ้นเด็กไม่ออก อีกทั้งเมื่อเริ่มเรียนกันสักพัก ซัน ก็เกิดอาการเหมือนจะเป็นลม อยากอ๊วกขึ้นมา เลยให้ไปเอาออกในห้องน้ำในภาควิชา โดยมีตั้มตามไปดูแลเพื่อน

        เรื่องมันมีอยู่ว่า ชายคนหนึ่ง มีชื่อเสียงเรียงนามว่า นายยินดี ปรีดา ช่างกระดี๊กระด๊าเหลือหลาย เขาเป็นนักดนตรี มาด้วยอาการไข้ตอนกลางคืน ไอแห้งๆ ไปตรวจพบว่าติดเชื้อ TB มีการตรวจย้อมเชื้อ TB และ x-ray ปอด จากนั้นเมื่อซักประวัติย้อนกลับไปก็พบว่าเขาเคยมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นก่อนแต่งงาน จึงได้ตรวจเลือดและพบว่าติดเชื้อ HIV จากนั้นแพทย์ก็ให้ยารักษาวัณโรคไปกิน

        ประเด็นในการตั้งคำถามเลยเริ่มรวนจริงๆครับ ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไปก่อนดี เริ่มที่วัณโรคหรือเอดส์ กลายเป็นว่าในช่วงแรกๆ เด็กๆก็มานั่งสงสัยกันว่า ไข้กลางคืนคืออะไร ทำไมผู้ป่วยมาตรวจแล้วพบว่ามีไข้ ทั้งๆที่เขาน่าจะมาตรวจตอนกลางวัน นั่นแสดงว่าอาการไข้กลางคืนเชื่อถือไม่ได้ใช่ไหม หรือเขาเป็นไข้ทั้งวัน แต่กลางคืนไม่มีงานทำจึงรู้สึกไข้ เอ๊ะ..คนไข้เป็นนักดนตรีนี่นา เขาก็น่าจะทำงานกลางคืนสิ เอาล่ะสิ คราวนี้อาจารย์เองก็เริ่มตั้งหลักไม่ติด ไม่รู้จะเรียกเด็กๆกลับมาได้อย่างไร ว่านั่นอาจจะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ในวัตถุประสงค์เลย ฉับพลับทันใด ซันก็เปรยขึ้นมาว่า "น่าจะไข้กลางคืนได้จริงๆนะ เพราะว่าตอนกลางคืนเขามีกิจกรรมน้อย ดังนั้นร่างกายก็น่าจะใช้พลังงานในการกำจัดเชื้อได้มากกว่าการทำอย่างอื่น ไข้จึงขึ้นจนรู้สึกได้อย่างไรล่ะ" ประเด็นนี้ถูกใจเพื่อนๆมากจนชิวอิดต้องเรียกเสียงปรบมือจากเพื่อนๆ นี่ก็ยังไม่ได้สรุปนะครับว่าเขาคิดถูกหรือไม่ ผมสังเกตเห็นว่า การถูกยอมรับจากสมาชิกในกลุ่มคราวนี้ ทำให้ซันเริ่มกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นมากขึ้นอย่างชัดเจน สงสัยว่าได้ไปอ๊วกเอาผีเงียบออกไปได้แล้ว

        ประเด็นคำถามยังคงสะเปะสะปะไปบ้าง แต่การคอยตะล่อมๆของฟาก็พอจะทำให้สามารถเก็บประเด็นจนเกือบครบ จากนั้นก็มาถึงการตั้งสมมติฐานของเรื่องราวต่างๆ คราวนี้ก็ถึงกับเงียบ เงียบกว่า 2 ครั้งที่ได้เจอกัน ผมจึงต้องถามเมื่อจบกลุ่มว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กๆก็บอกว่า "discuss ไม่ออก เพราะว่ายังไม่ได้เรียนเรื่องเอดส์เลย" อ้าว แล้วกัน เกิดอะไรขึ้น จริงๆแล้ว PBL เขามีขึ้นมาเพื่อให้คุยๆๆ ถามๆๆ ไม่ใช่เหรอ ยิ่งถ้าเรารู้เรื่องมาก่อนมันก็ยิ่งไม่น่าสนุกเสียอีก แต่นี่ก็เป็นมุมมองของผมสินะ ไม่ใช่ของลูกศิษย์ ผมก็เลยขออนุญาตเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ปรัชญาของ PBL นั้นเริ่มจากความไม่รู้ ไม่ใช่เริ่มจากความกังวลเรื่องการให้คะแนน ความสนุกของการเรียนอยู่ที่ความรู้สึกเริ่มต้นว่าโง่ต่างหาก ดังนั้น ครั้งต่อไปควรสลัดความฉลาดออกไปจากหัวให้มากๆ

 

        แล้วก็มาถึงวันที่นำเสนอ ผมจำเป็นต้องขอเลื่อนออกจากวันพฤหัสมาเป็นวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป ทั้งนี้เป็นเพราะว่าทุกวันพฤหัสบดีสีแสดนั้นผมติดผ่าตัดทุกสัปดาห์ เลยขอโทษลูกศิษย์ เนื่องจากเขาบ่นกันว่า "จืด" จืดในที่นี้หมายความว่า ขาดความสด ระยะเวลาความห่างมันนานเกินไปนิดหนึ่ง เลยถามไปว่า ถ้าอย่างนั้นเราน่าจะร่นการนำเสนอให้สั้นเข้ามา เด็กๆก็บอกว่า แล้วแต่ช่วงเวลา เพราะว่าบางครั้งหากใกล้สอบแล้วจะยุ่งเหยิง คราวนี้เลยได้โอกาสถามไปอีกว่า "การสอบทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม" คำตอบคือ "มากกกกกกกกก......(ไม่ใช่ มา กก กก กก กก นะครับ)" "ทำไม" อาจารย์จึงถามต่อเนื่องไปอีก "ก็เพราะว่าต้องอ่านหนังสือหนัก" "อ่านไม่ทัน" "สับสน" ผมเลยได้โอกาสสั่งสอนไปอีกยก

        การสอบไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเรามากจนเกินไป นี่เป็นการสอบแบบปกติ หนังสือก็ควรอ่านตามปกติ ชีวิตต้องดำเนินไปตามปกติ เหมือนกับที่เราต้องหาข้าวกิน เริ่มต้นก็แค่คิดว่าอยากกินอะไร จากนั้นก็ไปหากินตามที่อยาก และเมื่อได้ของกินมาแล้วก็กิน เราน่าจะคิดให้ได้ว่า "มันก็คือการใช้ชีวิตนั่นเอง" การสอบที่จะเปลี่ยนชีวิตของเรามีไม่กี่อย่าง เท่าที่พอจะนึกออกก็คือ entrance สอบ national test (NT) สอบบอร์ด เป็นต้น อย่างนั้นค่อยสมศักดิ์ศรีของความเครียดหน่อย แต่เรื่องการสอบประเมินผลธรรมดาๆนั้น ควรคิดเสียว่า เป็นชีวิตปกติ ชีวิตปกติที่เราต้องอ่านหนังสือทุกวัน ใช้เวลาใน PBL ให้คุ้มค่า นั่นก็คือตั้งใจ ฝักใฝ่ ให้มันเกิดตลอดเวลา แล้วเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเกินไปเมื่อต้องสอบขึ้นมา ฮ่า ฮ่า ไม่รู้ว่าจะเข้าใจกันสักกี่คนนะครับ

        หลังจากได้นำเสนอเนื้อหาความรู้กันจบแล้ว ผมจึงขอเลียนแบบอาจารย์เปิ้ล ที่ให้เพื่อนๆสมาชิกในกลุ่มได้มีโอกาสประเมินเพื่อนๆในเชิงบวกดูบ้าง ผลได้มาดังนี้ครับ

        ชิวอิด สรุปประเด็นเก่ง ความรู้แน่น ไม่น่าเชื่อว่านายจะมีความรู้แน่นขนาดนี้ ทำให้ PBL ไม่เครียด มีคลิ๊ปเจ๋งๆ อ้อล้อว่ะ มึงเป็นเพื่อนที่ดีมากๆเลย เจ้าตัวประเมินตัวเองว่า "เนื่องจาก animation ที่หามาสัมพันธ์กับจ๊ะเอ๋ โดยให้จ๊ะเอ๋พูด ผมเป็นคนหา ทำให้ผมไม่ค่อยได้พูดมากนัก มีการตื่นเต้นเล็กน้อย ทำให้พูดไม่เคลียร์ (อันนี้สงสัยเป็นเพราะถูกอาจารย์แซว: ผู้เขียน) ข้อมูลที่หาได้มีความน่าเชื่อถือ มีการอ้างอิง

        จ๊ะเอ๋  อธิบายเนื้อหาชัดเจน มีวิดีโอประกอบ เข้าใจง่าย เสียงน่าฟัง เนื้อหาชัวร์ เนื้อหาแน่น จ๊ะเอ๋น่ารัก ใจดี ช่วยเหลือเพื่อนมาก ขอบคุณมากครับ เจ้าตัวประเมินตัวเองว่าเนื้อหาอาจจะยังไม่ครบถ้วน พยายามที่จะอธิบายให้เพื่อนได้เข้าใจ (อาจารย์เสริมหน่อยหนึ่งว่า จ๊ะเอ๋เก่งครับ)

        แดน  หาเนื้อหาได้ละเอียดสุดๆ อธิบายได้เข้าใจง่ายจัง การพูดมีพัฒนาที่ดีขึ้น ข้อมูลมากมาย ที่เธอหามาเยอะจัง แดนช่วยเหลือเพื่อนดี เป็นศูนย์กลางของ PBL ที่ดีมากด้วย แม่นเนื้อหา เป็นหัวหน้ากลุ่มที่ประสานงานได้ดี (อาจารย์เสริมว่า แดนสามารถบริหารจัดการกลุ่มได้อย่างดี นัดหมายระหว่างฟากับลูกศิษย์ไม่ติดขัดเลย) ส่วนแดนก็ประเมินตัวเองว่า ลืมเนื้อหาที่เตรียมมา อธิบายไม่ครบ พูดตะกุกตะกัก มั่นใจ (เกินไป) ไม่ได้ช่วยเพื่อนแสดงความคิดเห็นมากนัก

        กอล์ฟ        (ชื่อฝรั่งหน้าไทยสำเนียงบ้านดอน คือนิยามที่อาจารย์ตั้งให้ในใจ) ข้อมูลชัวร์ ความคิดสร้างสรรค์ดีมาก มีปัญหาที่ดูเหมือนง่ายแต่ตอบไม่ได้มาถามตลอด ข้อมูลเยอะ รายละเอียดดี คิดในมุมมองที่คนอื่นไม่ค่อยคิด (ดีค่ะ) ช๊อต นายเป็นคนที่มีความคิดแตกต่างดีมาก จำจนตายว่ะ ช่วยเหลือเพื่อนดีมาก สนุกสนาน ทำให้ PBL ไม่เครียด เนื้อหาดี มีความคิดแปลกๆใหม่ๆดี ส่วนเจ้าตัวประเมินตัวเองว่า รู้สึกว่าอยากพูดอะไรแล้วเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก แต่ก็พยายามมากขึ้นครับ

        ตั้ม    ความรู้พื้นฐานดีมาก ข้อมูลครอบคลุม ลึก น่าสนใจ หาข้อมูลได้ดี apply ได้เยอะ คิดแตกฉาน บูรณาการสุดตรีน (อันนี้แปลว่าอะไร ฟาชักงงงง) นับถือว่ะ กระจายคะแนนให้เพื่อนดีมาก อ่านหนังสือละเอียดมาก เชื่อมโยงเก่ง ควบคุมการแบ่งงานของกลุ่มได้ดี กรี๊ดๆ รู้ทุกเรื่อง ปลื้ม ส่วนตั้มเองคิดว่าตัวเองนั้นยังหาข้อมูลที่ไม่ค่อยใหม่เท่าไหร่ ไม่มีข้อมูลด้านสถิติต่างๆเลย ครั้งนี้นำเสนอข้อมูลได้ไม่ค่อยดี (อาจารย์เสริมหน่อย เก่งแล้วครับ)

        ลูกตาล เวลาพูดแล้วคล่องดี ฟังเพลิน เสียงเพราะ ฟังแล้วตื่นเต้นดี ทำให้กลุ่มดูมีชีวิตชีวามากขึ้น บรรยากาศดี ร่าเริง พยายามอธิบายจนเพื่อนเข้าใจ ข้อมูลดี มีความมั่นใจในตนเอง น่ารัก สดใส ข้อมูลน่าฟัง สื่อดี เป็นนางสาวสดใส (สำหรับฟา ดูคำวิจารณ์ของเพื่อนๆแล้ว นึกว่าลูกตาลมีรูปลักษณ์เป็นอาวุธ แต่จริงๆแล้ว เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำให้ความรู้ของกลุ่มไม่ตกหล่นครับ)

        เตย   (ผู้ที่สามารถทำกับข้าวผ่านทางโทรศัพท์ได้) เนื้อหาเยอะ ข้อมูลแน่น น่าร๊ากกกก... เด็ดเดี่ยวมากค่ะ มีความมั่นใจในการพูด ช่วยเพื่อนดีมากครับ เสียงดังฟังชัด การนำเสนอดี ค้นหาข้อมูลหลากหลาย ได้ประโยชน์ ขยัน หนักแน่นดี ขอบคุณสำหรับเนื้อหาที่แบ่งให้นะ

        แมง   หาข้อมูลมาน่าเชื่อถือ ชอบมีข้อมูลแปลกๆใหม่ๆมาเสมอ (อันนี้ฟาเห็นด้วย ว่าดีครับ) update ตลอด ข้อมูลหลากหลาย ฟ้าใสช่วยเหลือเพื่อนดี เป็นกันเองดีมากครับ ร่าเริง มีข้อมูลมาสนับสนุนเสมอ แนวคิดดีมาก ฟังแล้วสบายๆ ชิวๆ ฟังง่ายเข้าใจง่าย

        ซัน    ทำการนำเสนอให้น่าสนใจโดยการใช้คอมพิวเตอร์ มีภาพประกอบ เรียบเรียบประโยคคำพูดได้ดี (อันนี้ฟา confirm) มีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ สู้ๆ การ์ตูนนายทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้นนะ เรียบเรียงคำพูดดีด้วย เจ้าพ่อ animation จริงๆ มีทุกเรื่อง หาข้อมูลเก่ง ประโยคสวยค่ะ

        ม๊ะห์   พูดน้อยนา สู้ๆ ม๊ะห์ไม่บ่นดี ชอบ ดำเนินการ PBL ได้ดี เร็ว สรุปที่เพื่อนพูดได้ดี เป็นหัวหน้าที่ดี น่ารัก เพื่อนๆฟังเสียงแล้วสบายใจ ขยันมากค่ะ พูดมากขึ้นด้วย ดีใจด้วยนะ ข้อมูลครบถ้วนค่ะ

        ก็เป็นทั้งหมดที่พยายามคัดลอกมาจากกระดาษที่บรรดาเหล่าลูกศิษย์เขียนเอาไว้ นั่นเป็นการฝึกให้พวกเขาได้หัดคิดในมุมบวก มุมที่ทำให้กลุ่มดูดี มีบรรยากาศที่ดี เอื้อกันและกัน ลืมไปอย่างหนึ่งนั่นก็คือการประเมินฟา ฮ่า ฮ่า ฮ่า อันนี้ค่อยให้เขาค่อยๆทยอยรีลีสต์กันเองดีกว่าครับ สวัสดี