• หัวใจของ KM คือความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของทุกคนในทีมงาน หรือในองค์กร
• หัวใจของความริเริ่มสร้างสรรค์ คือความไม่เป็นทางการ
• ความเป็นทางการ มีรูปแบบขั้นตอน ลำดับขั้น การบังคับบัญชา ชัดเจน แน่นอน ตายตัว มีข้อดีสำหรับการทำงานตามแบบแผน แต่มีข้อจำกัด ทำให้ความริเริ่มสร้างสรรค์เกิดได้ยาก
• ความไม่เป็นทางการ เปิดอิสระให้คิดแหวกแนว พูดแหวกแนว ทำแหวกแนว มีโอกาสเกิดสิ่งใหม่ๆ เกิดนวัตกรรม ได้ง่ายกว่า
• KM ช่วยให้ภายในหน่วยงาน/องค์กร มีพลังคู่ขนาน คือพลังของความเป็นทางการ กับพลังของความไม่เป็นทางการ คู่ขนานและ synergy กัน
• องค์กรที่ใช้ KM ในแนวที่เป็นทางการจัด KM จะมีพลังน้อย
• การที่องค์กรมีทั้งสายปฏิสัมพันธ์แบบเป็นทางการ และแบบไม่เป็นทางการอยู้ด้วยกัน และเสริมกัน เป็นศาสตร์และศิลป์ชั้นสูง ไม่มีสูตรตายตัว แต่สามารถ ลปรร. จากกันและกันได้
โอโห อาจารย์ครับผมเห็นด้วยสุดๆครับ เพราะในปัจจุบันมีหลายหน่วยหรือผู้บริหารยังมองKMเป็นกิจกรรมที่ทำให้มีครบการประเมิน หรือเขาบอกให้ทำ ทำแล้วดูเท่ห์ แปลกมากที่มองเช่นนั้น คำถามที่จะย้อนถามคือ ทำไปทำไมถ้าจะมองเเค่นั้น...ขอบคุณครับ อาจารย์เห็นอย่างไรครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ...
เจอศาสตร์อย่างเดียว...กะปุ๋มก็ขยาดค่ะ
เจอศิลป์อย่างเดียว ... ก็ไม่ไหวค่ะ ลอยลมเกิน
หากแต่ได้หลอมรวมทั้งศาสตร์และศิลป์นี่ คือ ความงดงามของการดำรงอยู่และก้าวเดินในกิจต่างๆ เป็นอย่างยิ่งค่ะ
คือ ความสมดุลนะคะ...
(^___^)
ขอบพระคุณค่ะ
Together we can ...เรารวมพลังกันทำ.ความสำเร็จจึงเกิดได้
ความไม่เป็นทางการ เปิดอิสระให้คิดแหวกแนว พูดแหวกแนว ทำแหวกแนว มีโอกาสเกิดสิ่งใหม่ๆ เกิดนวัตกรรม ได้ง่ายกว่า
ประโยคนี้โดนใจสุด ๆ ค่ะ
เรียน อาจารย์หมอ เรียนถามหน่อยครับ วิธีขจัดความกลัว ความไม่เป็นทางการ คนที่เป็น KM Facilittor บางครั้ง ยังกลัวความคิดของตัวเอง ว่าทำแล้วไม่ถูกใจ นาย ไมถูกใจเพื่อน ช่วยแนะนำหน่อยครับ
จากการได้มารู้จักการจัดการความรู้ ทำให้ทราบว่า การที่จะบริหารองค์กรให้เกิดผลสำเร็จนั้นต้องอาศัยขบวนการการจัดการความรู้และต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ใน KM.