วันที่ ๑๕ ก.ค. ๕๒ เตรียม ppt. ไปพูดเรื่อง “การประเมินโครงการแนว KM และคุณค่าของชุมชนนักประเมิน” ให้แก่ สสส. ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าผมสอนตัวเองตลอดมา ให้ดำรงชีวิตแบบ add value หรือในภาคภาษาไทยว่า ไปอยู่ที่ไหนก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ หรือมีคุณค่า แก่ที่นั่น อย่าทำตัวให้เป็นตัวปัญหา
ผมพยายามเรียนรู้เรื่องการทำประโยชน์ในระยะยาวให้แก่หน่วยงานที่ผมไปอยู่ พยายาม add value ที่ยังไม่มีใครนึกถึง การมีเป้าหมายเช่นนี้มันบังคับไปในตัวให้เป็นคนช่างสังเกต หัดมองอะไรๆ อย่างลึกซึ้ง มองหาแง่มุมที่ซ่อนอยู่ ที่หากมีการลงมือทำแล้วจะเกิด value (คุณค่า) เป็นอันมาก ซึ่งก็คือฝึกเป็นนักเรียนรู้นั่นเอง
ก็สามารถทำอะไรๆ ได้พอสมควร ตามขีดความสามารถที่มีจำกัด
ชีวิตของคนที่มีจุดยืนชัดเจน และมีเป้าหมายชัดเจน แบบผม ย่อมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงตำแหน่ง แย่งชิงอำนาจอยู่ด้วย ผม add value ให้แก่หน่วยงานด้วยการไม่เข้าไปแย่งชิงหรือแข่งขัน ไม่หาเสียง ไม่หาพวก จึงมีคนบอกว่าคนแบบผมจะไม่ได้เป็นตำแหน่งสูงสุดในมหาวิทยาลัย เพราะไม่หาเสียงหาพวก ซึ่งผมก็ยินดีให้เป็นเช่นนั้น เพราะผมไม่ต้องการ add power ให้แก่ตนเอง
ผมเป็นนักเรียน ที่ชอบเรียนวิชา add value ให้แก่หน่วยงาน และแก่สังคม
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.ค. ๕๒
ชื่นชมอาจารย์ค่ะ
อาจารย์ ครับ ผมชอบเข้ามาอ่านBlog ของอาจารย์ นอกจากได้แนวคิด แล้วยังสามารถทำตัวเองให้มีประโยชน์ ต่อองค์กร
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
กระผมได้อ่านบันทึกนี้แล้วก็ประทับใจ ในความมีหัวใจเมตตาและการเปิดใจฟังของท่านอาจารย์หมอ กระผมรู้สึกได้ถึงการมีภาวะจิตวิญญาณที่บรรจุความเมตตาและฟังเสียงหัวใจมนุษย์อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งท่านอาจารย์หมอได้ผ่านสภาวะจิตแบบธรรมดาไปแล้ว คนที่มองเห็นประโยชน์ส่วนรวม ที่ปกครองตามบทบาทของหน้าที่โดยธรรมจะนำพาสังคมให้ก้าวหน้าครับผม
เรียนแสดงความเห็นด้วยความเคารพครับผม
นิสิต
อยากเดินตามรอย แต่ไม่ทราบจะทำได้แค่ไหน
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ