งานสอนและวิจัยสนุกคนละแบบ

พูดถึงงานสอนแล้ว อาจารย์ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสถาบันการศึกษาระดับใดก็ตามได้สัมผัสการการสอนและต้องเจอกับลูกศิทย์ทั้งที่ตั้งใจและบางคนต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนการสอนในระดับอุดมศึกษา หลังจากที่ทางคณะได้คุยเรื่องการกรอก LU ของคณาจารณ์แล้ว บางคนก็เงียบ ไม่รู้มีการติดตามถึงไหนแล้ว จากการพูดคุยในวันดังกล่าว มีอาจารย์บางท่านสนใจหรืออยากเลือกการปฏิบัติงานที่เน้นวิจัยมากกว่า เพราะจะได้ลงพื้นที่จริง(กับสังคม) แต่ไม่ทราบว่าความหวังดังกล่าวจะถึงเส้นชัยกี่เปอร์เซ็นต์ 

พูดถึงงานวิจัยและงานสอนก็มีอะไรท้าทายมากๆ ห้องสี่เหลี่ยมที่เราอยู่ร่วมกับลูกศิทย์ (ก้อได้ประสบการณ์อีกแบบ) แต่พอลงพื้นที่ทำวิจัยก็มีอะไรใหม่ ยิ่งได้ทำวิจัยที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ทั้งเหนื่อยทั้งท้าทาย วันก่อนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลที่รัฐกลันตัน อีกสามวันข้างหน้าก็ต้องไปรัฐเปรัค และตามด้วยรัฐเปอร์ลิซและเคดาห์

ทำวิจัยต่างประเทศลำบากกว่าหาข้อมูลที่บ้านเรานะ เที่ยวก่อนลงพื้นที่แต่หนังสืออนุญาตจากหน่วยงานทางการยังไม่ออกให้ (ออกให้แต่ยังไม่เสร็จ/ไม่มีคนเซ็นต์) ก็ทำอะไรไม่ได้ หน่วยงานหรือบริษัทที่เราอยากได้ข้อมูลเขาไม่กล้าให้ทั้งๆ ที่มีหนังสือทางการจากสถานกงสุลไทยแล้ว เค้าว่านั่นเป็นหนังสือจากตัวแทนประเทศเรา แต่เขาอยากได้หนังสืออนุญาตที่ออกให้โดยสถาบัน/หน่วยงานของประเทศเขา

หวังว่านักวิจัยรุ่นใหม่ที่ต้องลงพื้นที่ที่รัฐกลันตัน ต้องเตรียมพร้อมหนังสืออนุญาตทางการให้ดีนะ ถ้าเป็นไปได้ไปขอหนังสือจากทาง State secretary ที่โกตาบารูนะ (ได้ข่าวว่าวันที่ 7/8/52) ทีมวิจัยรุ่นที่ 2 จะไปนำเสนอเค้าโครงที่ได้เสนอให้ สกว ต่อไป หวังว่าอีกไม่นานคณาจารย์ของเราก็จะเป็นนักวิจัยที่เยี่ยมด้วยความรู้และทุนภาษามลายูที่เป็นมรดกตกถอดของเราต่อไป นำชื่อเสียงให้สถาบันเราให้มากๆ ผลักดันสู่วิสัยทัศน์ขององค์กรให้ได้ อุทยานแห่งการเรียนรู้ที่โกอินเตอร์และเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการทั้งในและต่างประเทศให้ได้

ขออัลลอฮทรงโปรดประทานดังดุอาที่พวกเราทุกคนขอมา..............อามีน