เหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนที่มอบให้กับผู้เข้าร่วมประชุม และหากผู้เข้าร่วมได้นำไปสู่การปฏิบัติได้วัตถุประสงค์ของงานนี้คงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ครอบครัวสีขาว...ได้อะไร และวันนั้นเราเห็นอะไร....

 

ผลที่ได้เกิดการยอมรับมากขึ้นในตัวของผู้เข้าร่วม นั่นคือ พ่อ แม่ และลูก เกิดการยอมรับ ด้วยในการประชุมได้สร้างโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้เปิดใจคุยกันในเรื่องที่ไม่เคยคุย อาทิ บอกรัก การกอด การชื่นชม  ซึ่งในกลุ่มของพ่อ แม่ ลูกที่เข้าร่วมบอกว่าไม่เคยทำอย่างนี้มานานมากแล้ว มากจนจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ภาพที่เกิดในวันนั้นสามารถบอกได้ว่า หากกลุ่มผู้เข้าร่วมนำไปปฏิบัติได้จริงเมื่อกลับถึงบ้านถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์

 

            ผลที่ได้คือกลุ่มผู้เสพได้มีโอกาสในการยืนพูด นำเสนอภาพวาด ความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ตัวเองได้ทำตามกระบวนการที่วิทยากรดำเนินงาน ในขณะเดียวกัน ทำให้เขารู้สึกว่า เขาเป็นบุคคลสำคัญของงาน ด้วยกระบวนการที่วิทยากรใส่ไปนั้นทำให้เกิดภาพที่เขาไม่เคยได้รับจากที่บ้าน หรือจากคนในครอบครัวยามเมื่ออยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการกอด การได้พูดคุย จ้องตา แล้วส่งผ่านความรู้สึกที่มีอยู่ในตัวเขา ว่าเขาคิด และอยากบอกกับพ่อ แม่ และพ่อแม่อยากบอกกับลูก เหล่านี้ทำให้เกิดภาพของพ่อแม่ลูกที่ลืมไปว่าสิ่งนี่คือสิ่งที่เขาอยากได้ อยากทำ มันไม่ใช่เงินหรือสิ่งของที่วางไว้ให้ลูกก่อนออกไปทำงาน กรีดยาง ไปโรงเรียน

 

ผลที่ได้คือ ผู้เข้าร่วมได้รับรู้ถึงการสื่อสาร การให้คำปรึกษา ที่เมื่อยามที่ลูกได้เข้าสู่วงจรยาเสพติดแล้วอยากเลิก แต่ไม่รู้จะปรึกษาใคร หันหน้าไปหาใคร เพื่อนจึงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในการปรึกษา ด้วยเขาไม่กล้าบอกพ่อ แม่ คนในครอบครัว ทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้น ในบทเรียนนี้วิทยากรได้ให้ความรู้ของหลักการพูด การตั้งคำถามหากพบว่าลูกผิดสังเกต ให้ตั้งคำถามปลายเปิด หรือแม้แต่บทเรียนจากกิจกรรมตุ๊กตาล้มลุกที่ด้รับรู้ถึงการดำเนินชีวิตหรือการทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องสร้างความไว้ใจ ความเชื่อมั่น เชื่อใจ ให้เกิดก่อนถึงจะทำให้งานนั้นหรือคนที่อยู่ร่วม ทำร่วมด้วยความสุข และสำเร็จลงได้กิจกรรมปิดตาที่สะท้อนให้เห็นว่า การพูดคุยกันจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันมากกว่าการเงียบ ซึ่งในการใช้ชีวิตครอบครัวโดยทั่วไปมักไม่มีการพูดคุยกัน กับคำว่า ลืม คำเดียวที่มักพบบ่อยในการใช้ชีวิตประจำวัน ลืมไปว่า ถามเขาว่าอยากได้อะไร ลืมบอกไปว่าเรากำลังทำอะไร ลืมบอกไปว่าเรารักเขา เราถึงทำอย่างนี้ ลืมบอกอีกหลาย  ๆ อย่าง  ทำให้เกิดปัญหาที่ว่า ไม่รู้จะพึ่งใคร จึงต้องหันไปหาเพื่อนเพื่อปรึกษาหารือ ในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ไม่ยอมรับฟังความเห็นของลูก ลูกไม่ยอมก็ไม่พูดคุยเพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย มักจะใช้วิธีการเงียบ เมื่อนานเข้าก็ทำให้เกิดภาวะความห่างเหินรู้อีกทีลูกมีปัญหาติดยาเสพติดเสียแล้ว

และการจะเข้าถึงกลุ่มผู้เสพหรือลูกได้ต้องเป็นเพื่อนกันก่อนจากบทเรียน ลูกเป็ดสีขาว เลือก กบ เพราะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเหมือนกัน อยู่ใกล้ชิดกันเป็นสัตว์ประจำถิ่น โอกาสที่จะได้เจอกันบ่อย เพราะ นั่นคือคนที่จะต้องเป็นเพื่อนได้ซึ่งเปรียบเสมือนกับการที่เด็กเลือกที่จะพูดคุยกับใครหรือเลือกใครเป็นเพื่อน  จะเห็นได้จากกิจกรรมตัวนี้คนเราทั่วไปมักจะเลือกคบหรือต้องการคบค้าสมาคมกับคนที่เหมือน  ๆ กัน และพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง พบเจอกันบ่อยเมื่อยามมีปัญหา ยามที่เรามีทุกข์ก็สามารถยืนอยู่กับเราได้ตลอด

 

          ผลที่ได้ พบว่า เหตุผลหลาย ๆ ตัวที่ทำให้เขาต้องหันไปพึ่งยาเสพติด คือ ความเครียด จากการฟังผู้เป็นพ่อ แม่ พูด สอน ตักเตือน ในมุมของพวกเขามองว่าคือ การบ่น ด่า  มันเหมือนเป็นแรงผลักให้เขาออกห่างจากพ่อ แม่ ครอบครัว มากขึ้น หันไปหาเพื่อนสู่พฤติกรรมติดเพื่อน หากเพื่อนดีก็ดีตาม หากเพื่อนไม่ดีก็ตามกันไปในที่สุด ซึ่งจากการพูดคุยพบว่ากลุ่มเพื่อนก็อาการเดียวกัน ทำให้เด็กกลุ่มนี้ชวนกันไปลองยาเสพติด เพื่อให้รู้สึกเบา เขาบอกว่า มันทำให้เขาเหาะได้ เมื่อยามที่เสพมันเข้าไป พอข้อถามถึงว่ารู้มั๊ยว่ามันมีโทษ และพิษภัยอย่างไร เขาพร้อมใจกันตอบว่า รู้แต่เขาเลือกที่จะอยู่กับมันมากกว่าครอบครัว ซึ่งเหล่านี้หากมองในมุมของคนนอกคือ การไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกนั่นเอง ซึ่งหากมีการปรับพฤติกรรมทั้งพ่อ แม่ ลูก ตามกระบวนการ หรือบทเรียนที่ได้จากการประชุมน่าจะเป็นสิ่งเก่าที่นำมาใช้ใหม่ สู่พฤติกรรมใหม่ที่ห่างไกลยาเสพติดได้

 

ผลที่ได้นำสู่การปฏิบัติ คือ การเข้าใจ ความสำคัญของเวลา ความหวัง และกำลังใจ จากบทเรียนให้ขว้างไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด  ทุกคนทำ แต่ละคนก็แสดงกันสุดฤทธิ์เพื่อที่จะให้ของตัวเองไปได้ไกล ซึ่งคนที่ทำให้ไปไกลที่สุดบอกว่าต้องบีบให้แน่นแล้วใช้แรงข้างไปแรงๆ โดยการขว้างต่ำ ๆ อย่าสูง ยิ่งแน่นยิ่งไกล และมีบางคนพับแบบจรวด เมื่อให้เลือกกระดาษ ๒ แบบที่ได้จากการขว้าง คือ แบบบีบแรงๆ และ แบบพับเป็นจรวด ทุกคนบอกว่าเลือกแบบจรวด เพราะไม่ยับยู่ยี่ ส่วนแบบจรวจนั้นบรรจงพับ โดยไม่หวังที่จะให้ไปไกล แต่ค่อยๆไปแล้วจะถึงเองเป็นการเปรียบเทียบกับการที่เราเลี้ยงลูกในสังคมหลาย ๆ รูปแบบเช่นเดียวกับการพับกระดาษแล้วขว้างไปข้างหน้า หลากหลายเทคนิคและวิธีการของแต่ละคนในการที่จะเลี้ยงลูก เพื่อให้ได้ตามความต้องการของตนเอง ต้องการให้ลูกไปได้ไกลที่สุดเลยบีบให้แน่นเพื่อให้มีน้ำหนักไปได้ไกล แต่ในมุมกลับกันร่องรอยที่ตกอยู่กับกระดาษหรือลูกคือความบอบช้ำ ที่เมื่อถามว่าจะเอาแบบที่บีบแรง  ๆ ไหม กลับไม่มีใครเอา เอากระดาษแบบเรียบ ๆ นี่คือการลืมนึกถึงเขา ลูก ว่าเขาต้องการอย่างที่เราต้องการหรือไม่ และเขาจะบอบช้ำแค่ไหนกับการกระทำของเรา

          รวมถึงทักษะการฟังที่ให้จับคู่ระหว่างพ่อ ลูก แม่ ลูก ให้หันหน้าเข้าหากันแล้วก็พูดคุยกัน ให้ทั้งคู่กอดกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ อบอุ่น ผ่านการสัมผัสกอด ซึ่งเยาวชนได้บอกกล่าวว่ารู้สึกดีมาก ๆ เพราะไม่ค่อยได้กอดกับพ่อแม่ ส่วนของพ่อ-แม่....มีความสุขและดีใจที่ได้อยู่กับลูก,รักลูกและเป็นห่วงเสมอ,อบอุ่น และนี่คือความรักที่บริสุทธ์ แต่เราไม่แสดงความรักให้รับรู้ต่อกัน บอกต่อกัน ให้รับรู้ต่อกันเสมอว่าเรารักกัน ซึ่งการสร้างความเข้าใจในครอบครัวยิ่งกลุ่มวัยที่ห่างไกล ต้องตั้งหน้าตั้งตาฟัง หันหน้ามามาเจอกัน ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ค่อยได้พูดคุยหรือฟังกัน ด้วยปัจจัยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ

            และการให้กำลังใจ ซึ่งโดยคนทั่วไปหรือลูกของเราไม่ชอบการเปรียบเทียบ วิธีการให้กำลังใจที่สำคัญคือ การชื่นชม, โดยการหาส่วนดีในตัวเขาให้ได้แล้วพูดชม ไม่แน่ใจว่าเราเคยทำไหม วันนี้ลองทำดู ให้แต่ละครอบครัวจับคู่หันหน้าเข้าหากันแล้วชมต่อกันเป็นอย่างไรบ้าง.... --- ลูกเก่งมากที่กล้ามาอบรมวันนี้ ----พ่อหล่อจังวันนี้---แม่ขยัน---ลูกตั้งใจเรียนมาก

          เหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนที่มอบให้กับผู้เข้าร่วมประชุม และหากผู้เข้าร่วมได้นำไปสู่การปฏิบัติได้วัตถุประสงค์ของงานนี้คงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อย่างไรเสียต้องรอผลที่ได้ระยะสองของโครงการอีกครั้ง แต่วันนั้นรู้สึกดีจริง  ๆ ค่ะ