ประเด็นร้อนๆ ของสาวแก่ อิ อิ

 
       ศรัทธาในความรัก แต่ไม่ศรัทธาในชีวิตคู่ นี่เป็นประเด็นอันเผ็ดร้อนของก๊วนสาวแก่ ที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงทัศนะกันไปต่างๆ นาๆ หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ซักกะที เหอ เหอ....

         แต่ยังงัยเสีย...หน่อยก็ดีใจนะที่ได้ยินพี่แอ้...บอกว่า “ศรัทธาในความรัก” เพราะมันบ่งบอกว่าพี่แอ้ยังต้องการความรักและยังรู้สึกดีกับคำๆ นี้อยู่  ซึ่งหากเราได้ยินคำตอบตรงข้าม คือ  “ไม่ศรัทธาในความรัก” เนี่ย ...ดูอาการท่าจะหนักเอาการทีเดียว อาจต้องรีบหามพี่แอ้ไปบำบัดด่วนเป็นแน่ (ไปมั๊ย จะพาไปบำบัดที่คลินิกหมอเหนก เอาตุ๊กกะโต่นไปด้วยเด้อ 555+++)
         ว่าแล้วก็ได้ถกกันมาหลายตลบ สำหรับเรื่องนี้ เมื่อคืนก็ถกกันมามาดๆ สดๆ ร้อนๆ ซึ่งในทัศนะของเรา......อยากจะบอกว่า เราก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า เมื่อแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใครแล้ว ก็ควรจะหยุดที่คนๆ นั้น และต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ และใส่ใจ ดูแลความรู้สึกของคนๆ นั้นไปตลอดชีวิต เห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ และคิดว่าทุกคนที่ตัดสินใจแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่ ก็คงจะคาดหวังไว้อย่างนั้นเช่นเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงมักจะสวนทางกันเสมอไม่รู้ทำไมเหมือนกัน สิ่งที่หวังก็ไม่ได้เป็นอย่างที่อยากให้เป็น แต่จะทำอย่างไรได้หล่ะ ถ้าชีวิตเลือกได้ มีใครบ้างที่อยากจะเจ็บปวดและล้มเหลว

 

                 ประเด็นที่ว่า “ไม่ศรัทธาในชีวิตคู่” เพราะรับไม่ได้กับความไม่ซื่อสัตย์ ความไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ พันธะผูกพัน และไม่ดูแลความรู้สึกของคู่ครองของตนนั้น อยากบอกเพื่อนๆ ว่า การอยู่ร่วมกับคนที่เรารักไปจนตราบฟ้าดินสลาย คงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ซึ่งไม่ว่าชายหรือหญิง เมื่อได้ตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกับใครแล้ว เราเชื่อว่า ทุกคนก็คงอยากให้ชีวิตคู่มีความสุข สมหวังกันทั้งนั้น และนั่นมันหมายถึงชั่วชีวิตของคนๆ หนึ่ง         

           สำหรับเรา การจะรักใครสักคนไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะอยู่กับใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำไมถึงว่าอย่างงั้น ก็เพราะความรัก....มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมันเป็นเรื่องของความรู้สึก......เราสามารถเลือกที่จะ...แสดงออก บอกให้รู้ หรือพอใจที่เก็บปิดตายไว้ในก้นบึ้งของหัวใจก็ไม่มีใครว่า แถมรักยังมีได้ไม่จำกัด แต่ต้องรักให้เป็น และรักได้โดยไม่ทำร้ายใคร.......ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือคนอื่น คนเราต้องฉลาดที่จะรัก และมีวิธีจัดการกับตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน.....

        และการจะอยู่กับใครสักคนสำหรับเรา ก็เป็นธรรมดาที่จะชั่งตวงวัดหลายตลบ แถมต้องผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างรอบคอบ เหอ เหอ และมีบ้างที่แอบคิดเข้าข้างตัวเองและแอบข้ามแบบคัดกรองบางข้อไป เพราะไม่มีใครดีที่สุด แม้กระทั่งตัวเราเอง ดังนั้น การยอมรับความเป็นตัวตนของกันและกัน ย่อมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตคู่ หากสิ่งนั้นไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก ก็ทำเป็นมองๆ ผ่านมันไปเสีย เพราะมนุษยปุตุชนทั่วไปย่อมมีรัก-โลภ-โกรธ-หลง และสดด.ซึ่งไม่ได้เผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นภายในวันเดียว (ดูมันยุ่งยาก ซับซ้อนซะเหลือเกินนะ การจะมีสามีสักคนเนี่ย 555)
        การเริ่มต้นชีวิตคู่ ถ้าเริ่มต้นได้ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างและที่สำคัญคือตัวเราเอง สำหรับคู่ครองที่มีความรักเป็นพื้นฐาน กรอปกับมีความเคารพ นับถือ ให้เกียรติ อ่อนโยน ห่วงใย และหมั่นใส่ใจดูแลความรู้สึกของกันและกัน และก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ไม่จำเป็นต้องมีช้างเท้าหน้า ช้างเท้าหลัง ......คงจะดี
         แต่อย่างว่าแหล่ะ ชีวิตคู่ไม่มีสูตรสำเร็จ จะมีสักกี่คู่ที่สมบูรณ์แบบ เฮ้อ.....

        ดังนั้น หากคิดจะรัก อย่ากลัวที่จะผิดหวัง และหากคิดจะมีคู่ ก็จงอย่าว้าวุ่นกับอนาคต เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง อย่านั่งรอคำตอบหรือมัวแต่ตั้งคำถาม ว่าเมื่อไหร่เธอจะทิ้งฉัน โอ...ชีวิตคู่คงทุกข์ ทรมานน่าดูเลยว่ามั๊ย อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ทำงัยได้ ก็ได้เลือกแล้วนี่นา ชีวิตคู่เป็นเรื่องของความไว้ใจ หากขาดซึ่งความไว้ใจแล้ว นั่นเป็นสัญญาณแจ้งเตือนความแตกร้าวที่กำลังจะก่อตัวขึ้นในไม่ช้า.......
       

         ในบางคำถามหรือคำตอบบางคำตอบ มันก็ทำร้ายใครต่อใครมานักต่อนัก แต่หลายคนก็ยังอยากจะฟัง “ทำไม” ถึงอยากจะรู้คำตอบที่มักจะตอกย้ำและทำร้ายความรู้สึกของตัวเอง (ไม่เข้าใจ) ประสบการณ์หรือบทเรียนที่ผ่านพบทั้งทางตรงและโดยอ้อม ทำให้เราได้เรียนรู้ ทบทวน และสอนให้เราได้ตระหนัก.......การเก็บเอาอดีตมาสอนปัจจุบันเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเราหมกตัวเองและปิดตายอยู่กับคำตอบที่ยังมาไม่ถึง เพียงแต่เป็นผลลัพธ์ที่คาดไว้ล่วงหน้า อย่างหวาดกลัวที่จะเผชิญความจริง ...ก็น่าเสียดาย (เง้อ) ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามครรลองของมัน......
          แต่ท้ายที่สุด ชีวิตเรา เราเลือกเอง เลือกที่ใจเราอยากให้เป็น หากพอใจที่จะยืนหยัดโดยลำพัง การอยู่คนเดียว ใช่ว่าจะโดดเดี่ยวซะทีเดียว เปล่าเลย คนเรามีวิธีทดแทนด้วยวิธีอื่นถมไป หากอยู่อย่างนั้นแล้วมีความสุขก็อยู่ไป “ถ้าคุณเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน” ก็ทำอย่างที่ใจอยากให้เป็นและมีความสุขกับมันเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว.......

                                      “ชีวิตคือการแสวงหาพี่แอ้ แต่ก็ต้องแสวงหาอยู่บนความถูกต้อง”

         “รักยังมีได้ไม่จำกัด” ฟังคำนี้แล้ว อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นพวกมากรัก เจ้าชู้ ประตูดิน เลี่ยลาดหว่านไปเรื่อย..... แต่มันหมายถึง คนเราสามารถมีความรักได้หลายครั้งต่างหาก มีรักแล้ว ก็มีได้อีก คงไม่ปฏิเสธใช่มั๊ยว่า ความรักเมื่อมีจุดจบ ก็ต้องมีจุดเริ่มต้น ฉันใดก็ฉันนั้น  

         “การเริ่มต้น” คำๆ นี้ฟังแล้ว....ดูดีนะ มันเหมือนเป็นประกายแห่งความหวัง ฟังแล้วไม่รู้สึกท้อถอยหรือยอมแพ้อะไรง่ายๆ และพร้อมที่จะก้าวต่อไป....แม้จะล้มแล้วลุก ลุกแล้วล้มสักกี่ครั้งก็ตามที
         แต่ในทางตรงข้าม การเริ่มต้นใหม่อยู่ร่ำไป มันก็บ่งบอกถึงความล้มเหลว...ได้เช่นกัน ดังนั้น การเริ่มต้นใหม่กับเรื่องบางเรื่อง......คงไม่ใช่สิ่งที่หลายคนปรารถนาอยากให้เป็น.....แต่ความจริง...ช่างโหดร้าย มันเป็นสัจธรรมของชีวิต ห้ามได้ซะที่ไหน.....คนมันจะไปเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่ ถ้าใจเค้าไปแล้ว อย่ารั้งเลย รังแต่จะเจ็บปวด......จงปล่อยเค้าไปเถอะ....วิธีที่ดีที่สุดคือการจัดการกับตัวเอง เพื่อไม่ให้บอบช้ำมากไปกว่าที่เป็นอยู่ จงรักตัวเอง อย่าทำร้ายตัวเอง...เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว......