วิทยาศาสตร์ คือ การศึกษาธรรมชาติด้วยวิถีธรรมชาติ

หายไปนาน ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำอะไร นะครับ ก็ทำบ้าง แต่ ยังไม่ได้เล่า

วันที่ 30-31 ก.ค. ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประุชุมโครงการ GLOBE ของ สสวท. ซึ่งแต่เดิมนั้นมีการสนับสนุนจากองค์กรระดับนานาชาติใหญ่หลายองค์กร ปัจจุบันรูปร่างหน้าตาของโครงการก็เปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงจิตวิญญาณเดิมเอาไว้ คือ การศึกษา"โลก"อย่างที่มันเป็น ด้วย"ความรู้"ที่มี

วิชาวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ได้ถูกฉีกแยกเป็นชิ้นส่วนต่างๆ จนบางครั้งเมื่อนำมาพิจารณารวมกัน ก็ทำเอาหลายคนเกิดอาการระคายเคือง... เหมือนไม่คุ้น ทั้งๆที่วิทยาศาสตร์ ก็ว่าด้วยการพยายามเข้าใจทุกสิ่งอย่าง จึงไม่สามารถแยกย่อยได้ แต่ด้วยการก้าว(พลาด)ตามหลังฝรั่ง ทำให้ เรา(กระแดะ)แบ่งเป็นเรื่อง ฟิสิกส์ แคมี ชีววิทยา ฯลฯ และพอใครนำมากล่าวรวมกันได้ ก็ดูวิเศษเหลือคณา ทั้งๆ ที่ ธรรมชาติ มันก็ไม่ได้แยกอะไรนี่นา อาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กๆของเรา แยกวิทยาศาสตร์ออกจากชีวิตไปอย่างน่าเศร้า วิทยาศาสตร์เป็นแค่เรื่องเล่าสนุกที่เอาไว้อวดกันว่า "ฉันเจ๋ง" หรือ ไม่ก็ถูกทิ้งไว้ในห้องเรียน เพื่อรอให้นักเรียนกลับมาเยี่ยมมันอีกครั้งเมื่อกลับเข้าห้องเรียน หรือ เมื่อจะสอบ.... วิทยาศาสตร์ เหลือคุณค่า แค่ วิชา....สำหรับ...สอบ

การจัดบรรยากาศการเรียนวิทยาศาสตร์ประหนึ่งสำนักกฎหมาย ที่ไล่เรียงกฏและทฤษฎีต่างๆ ออกมา ให้นักเรียน ได้ "จด" "จำ" อย่าง "ขอไปที" ทำให้ ความกระหายอยากรู้ของวัยเด็กนั้น ถูกทำลายไปอย่าง"สูญสิ้น"

โครงการ GLOBE นำเสนอแนวทางการเข้าใจธรรมชาติ ด้วยความร่วมมือของ นักวิทยาศาสตร์ ครู และนักเรียน (ปัจจุบันจะรวมชุมชนเข้าไปด้วย) โดยมุ่งให้ครูและนักเรียน ออกจากห้องเรียนมาศึกษาธรรมชาติด้วยกัน ด้วยแบบแผนที่วางไว้อย่างคร่าวๆ อันจะเปิดโอกาสให้ นักเรียนและัครูสามารถสร้างคำถามได้ในกรอบที่เหมาะสม พร้อมทั้งวางแผนการทดลอง หรือใช้รูปแบบการทดลอง (ที่นำร่องไว้โดยนักวิทยาศาสตร์) เพื่อหาคำตอบที่คาใจนั้น และด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (หรือจะเรียกอีกชื่อว่า "การวิจัย" หรือ "การเรียนรู้") ก็จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ "ทักษะ" ไปอย่าง "สุขสม"

สสวท. ก็ใจดี เห็นว่าเนื้อหามีความน่าสนใจ จึงวางแผนจะนำเข้าแทนส่วนของเนื้อหาเพิ่มเติมเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์ ที่ตอนนี้หลายโรงเรียนกำลังประสบปัญหา โดยเน้นไปที่ช่วงชั้นที่ 2-3 ใช้ชื่อ Earth system science หรือ ESS หรือ วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ ซึ่งเป็นวิชาในสาระเพิ่มเติม และปีนี้จะโหมโรงหนัก โดยจะจัดการอบรมโรงเรียนที่สนใจอันวางเป้าหมายเอาไว้ 400 โรง (โห....)

ด้วยความน่าสนใจของร่ายวิชา วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ นั้น อาจเป็นดาบอีกอันหนึ่ง ที่ สสวท. กำลังจะส่งไปยังสถานศึกษา ซึ่งถ้าหาก ผู้ที่เกี่ยวข้อง มี "ลมปราณ" หรือ "พลังยุทธ" ไม่้เพียงพอ ก็อาจจะไม่สามารถใช้ดาบนั้นให้เกิดประโยชน์ได้....

ก็เอาใจช่วย สสวท. ให้กระทำการสำเร็จ และขอให้สถานศึกษา ฝึก "ลมปราณ" หรือ "พลังยุทธ" เพื่อพร้อมพบกับ "อาวุธ" ที่จะมาใหม่นี้ ด้วย....

 

(ลมปราณ หรือ พลังยุทธ ที่กระผมกล่าวถึงนั้น ก็ รบกวนวิปัสสนา กันนะครับ ว่าน่าจะเป็นอะไรได้บ้าง..ขอบคุณครับ)