ทฤษฎีการรับรู้ (Perception Theory) การรับรู้ป็นพื้นฐานการเรียนรู้ที่สำคัญของบุคคล   เพราะการตอบสนองพฤติกรรมใดๆ   จะขึ้นอยู่กับการรับรู้จากสภาพแวดล้อม  ของตน และความสามารถในการแปลความหมายของสภาพนั้นๆ  ดังนั้น  การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยการรับรู้  และสิ่งเร้าที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งปัจจัยการรับรู้ประกอบด้วยประสาทสัมผัส และปัจจัยทางจิต คือความรู้เดิม  ความต้องการ   และเจตคติเป็นต้น การรับรู้จะประกอบด้วยกระบวนการสามด้าน คือการรับสัมผัสการแปลความหมายและอารมณ์

 

            การรับรู้ หมายถึง  การรู้สึกสัมผัสที่ได้รับการตีความให้เกิดความหมายแล้ว  เช่นในขณะนี้  เราอยู่ในภาวะการรู้สึก(Conscious)  คือลืมตาตื่นอยู่  ในทันใดนั้น  เรารู้สึกได้ยินเสียงดังปังมาแต่ไกล(การรู้สึกสัมผัส-Sensation)  แต่เราไม่รู้ความหมายคือไม่รู้ว่าเป็นเสียงอะไร  เราจึงยังไม่เกิดการรับรู้  แต่ครู่ต่อมามีคนบอกว่าเป็นเสียงระเบิดของยางรถยนต์ เราจึงเกิดการรู้ความหมายของการรู้สึกสัมผัสนั้น  ดังนี้เรียกว่าเราเกิดการรับรู้

 

 การรับรู้เป็นผลเนื่องมาจาการที่มนุษย์ใช้อวัยวะรับสัมผัส (Sensory motor) ซึ่งเรียกว่า เครื่องรับ (Sensory) ทั้ง 5 ชนิด คือ  ตา  หู  จมูก  ลิ้น   และผิวหนัง

 

 

  จากการวิจัยมีการค้นพบว่า   การรับรู้ของคนเกิดจากการเห็น 75%      จากการได้ยิน13%    การสัมผัส 6%     กลิ่น 3%      และรส 3%  ดังแผนภูมิต่อไปนี้

              การรับรู้จะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดขึ้น อยู่กับสิ่งที่มีอิทธิพล   หรือปัจจัยในการรับรู้  ได้แก่ ลักษณะของผู้รับรู้   ลักษณะของสิ่งเร้า เมื่อมีสิ่งเร้าเป็นตัวกำหนดให้เกิดการเรียนรู้ได้นั้นจะต้องมีการรับรู้เกิดขึ้นก่อน    เพราะการรับรู้ เป็นหนทางที่นำไปสู่การแปลความหมายที่เข้าใจกันได้    ซึ่งหมายถึง  การรับรู้เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ ถ้าไม่มีการรับรู้เกิดขึ้น การเรียนรู้ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้    การรับรู้จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ  ที่ทำให้เกิดความคิดรวบยอด   ทัศนคติของมนุษย์   อันเป็นส่วนสำคัญยิ่งในกระบวนการเรียนการสอน    

 

พฤติกรรมต่างๆนำไปสู่การกำหนดทฤษฎีการเรียนรู้ต่างๆ 

 

 

  

การจัดระบบการรับรู้         

          มนุษย์เมื่อพบสิ่งเร้าไม่ได้รับรู้ตามที่สิ่งเร้าปรากฏแต่จะนำมาจัดระบบตามหลักดังนี้ 

           1. หลักแห่งความคล้ายคลึง (Principle of similarity)     สิ่งเร้าใดที่มีความคล้ายกันจะรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน 

          2. หลักแห่งความใกล้ชิด     (Principle of proximity )    สิ่งเร้าที่มีความใกล้กันจะรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน   

3.หลักแห่งความสมบูรณ์    (Principle of  closure)       เป็นการรับรู้สิ่งที่ไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ขึ้น  

 

 

การเรียนรู้ของคนเราจากไม่รู้   ไปสู่การเรียนรู้   มี  5  ขั้นตอน     ดังที่ กฤษณา ศักดิ์ศรี (2530) กล่าวไว้ดังนี้

  

             "…การเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อ  สิ่งเร้า มาเร้า ประสาทก็ตื่นตัว  เกิดการรับสัมผัสกับอวัยวะรับสัมผัสด้วยประสาททั้ง  5  แล้วส่งกระแสสัมผัสไปยังระบบประสาทส่วนกลาง  ทำให้เกิดการแปลความหมายขึ้น โดยอาศัยประสบการณ์เดิมและอื่นๆ  เรียกว่า  การรับรู้ (perception) เมื่อแปลความหมายแล้วก็จะมีการสรุปผลของการรับรู้เป็นความคิดรวบยอด  แล้วมีปฏิกิริยาตอบสนอง(response) อย่างหนึ่งอย่างใดต่อสิ่งเร้าตามที่รับรู้   เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  แสดงว่าการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นแล้วประเมินผลที่เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้แล้ว…"

  

 

การเรียนรู้เป็นพื้นฐาน   ของการดำเนินชีวิต มนุษย์มีการเรียนรู้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงก่อนตาย จึงมีคำกล่าวเสมอว่า "No one too old to learn" หรือ ไม่มีใครแก่เกินที่จะเรียน การเรียนรู้จะช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้เป็นอย่างดี

 

 

 

ดาวน์โหลด  ทฤษฎีการรับรู้  รูปแบบแผ่นพับทฤษฎีการรับรู้

 

 

 

อ้างอิง http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/cognitive/pic/re2/4.jpg

         http://www.thaidocscandal.com/image_thaidoc/jit2.gif