คนที่เก่งควรอยู่ในขอบเขตของความพอดี อย่าทำตัวเด่นจนเกินไปจะเป็นภัยกับตนเสียเปล่า ๆ

                     

          จากบทความเรื่อง ดาบสองคมของคนเก่ง(Talent ) ของ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ สรุปความได้ว่า การเป็นคนเก่งแล้วสังคมก็ยอมรับว่าเก่ง(social role)อีกทั้งตัวเองก็รู้ว่าตัวเองเก่ง(self –image)เป็นเสมือนดาบสองคมสำหรับ talent เพราะสิ่งนี้จะสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับ talent จนในบางครั้งอาจจะกระทำการใด ๆ ที่ขาดการพิจารณาอย่างถ้วนถี่ หรือหาเหตุของปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา หรือตัดสินใจบนพื้นฐานของประสบการณ์เดิมที่เคยทำสำเร็จมาซึ่งการกระทำนั้นอาจให้ผลต่างจากอดีตก็เป็นได้ เรื่องนี้คงเห็นได้ในหลาย ๆ องค์กร ที่ผู้บริหารมักจะมอบหมายงานสำคัญให้กับคนคนหนึ่งที่เคยทำงานให้ตนสำเร็จงานแล้วงานเล่า โดยลืมไปว่าเค้าคนนั้นมีขีดจำกัดของความสามารถเช่นเดียวกัน

             ส่วนคนที่รับเป็น talent นั้นก็ได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าตนเป็นผู้วิเศษหรืออย่างไรที่จะทำได้ทุกอย่างที่ผู้บริหารมอบหมายมาหรือคิดว่างานนี้อยู่ในคำบรรยายลักษณะงาน(  job description )ข้อไหนของตน แต่ถ้าไปถามผู้บริหาร talent  ก็อาจหน้าแตกได้เพราะทุกเรื่องที่ผู้บริหารสั่งอยู่ในข้อสุดท้ายของคำบรรยายลักษณะงานเสมอ นั่นคือ รับผิดชอบงานที่หัวหน้างานมอบหมาย นอกจากนี้การกระทำของหัวหน้าที่มอบหมายงานแต่เฉพาะคนที่ตนเห็นว่าเป็น talent นั้นอาจทำให้เกิดการแตกสามัคคีในหมู่เพื่อนที่ทำงานด้วยกันกลายเป็นว่างานที่ควรจะต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ กลับไม่มีคนอยากจะคิดอยากจะทำเนื่องจากตนรู้สึกด้อยกว่า talent การจัดการ talent จึงเป็นสิ่งที่น่าพึงระวังทั้งของคนที่ถูกยกย่องให้เป็น talent และคนที่ถูกคัดเลือก talent เพราะถ้าหากเลือกผิดพลาดก็เท่ากับส่งเสริมคนผิด แต่หากเลือกถูกก็มิใช่ว่าจะส่งผลดีต่อผู้เลือกและผู้ถูกเลือกเสมอไป ดังคำกล่าวที่ว่า “จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย”

                บทความนี้ดิฉันคิดว่า คนที่เก่ง คนที่มีความสามารถมักเป็นที่คาดหวังของหลาย ๆ คนเพราะฉะนั้นคนที่เก่งควรอยู่ในขอบเขตของความพอดี อย่าทำตัวเด่นจนเกินไปจะเป็นภัยกับตนเสียเปล่า ๆควรวางตนให้เหมาะสมมิฉะนั้นก็จะเหมือนดาบสองคมถ้าไม่รู้จักประมาณตน

 

 

 แหล่งที่มา  :   หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ