ดิฉันมีอาชีพครู และมีอาชีพเสริมคือเป็นชาวสวน ทำสวนมังคุด สวนลองกอง สวนยางและสวนปาล์ม ดั้งเดิมนั้นได้รับมรดกจากครอบครัวคือสวนยาง 11 ไร่ เมื่อเข้าไปดูแลสวนยางใหม่ๆ รู้ไม่เท่าทันเล่ย์เหลี่ยมลูกจ้าง เขาทั้งขโมยน้ำยาง ยางแผ่น แม้กระทั่งขโมยกรีดยางรอบเย็น(จับได้คาหนังคาเขา) ขนาดแบ่งรายได้คนละครึ่ง ยังได้น้อยกว่าลูกจ้าง ตัดสินใจเปลี่ยนสวนยางเป็นสวนมังคุด ลองกอง เวลาผ่านไป 20 ปี สวนมังคุด ลองกองเจริญงอกงามดี ปรากฏว่าในรอบ 20 ปี รายได้ในเนื้อที่ 11 ไร่ ยังไม่ถึง 200,000 บาทเลย เพราะผลผลิตมังคุดตกตำในวันที่บันทึกนี้ 1 สิงหาคม 2552 มังคุดจากสวนกิโลกรัมละ 12 บาท ลองกอง 8 บาท แล้วเราจะอยู่ได้อย่างไร ดิฉันก็ตัดสินใจใหม่ ทำสวนผสมคือเริ่มปลูกยางใหม่ในพื้นที่ปลูกมังคุด(เริ่มมา 1 ปี แล้ว) เพราะดิฉันวางผังการปลูกมังคุดไว้ที่ระยะ 10 *10 เมตร ทำให้มีพื้นที่ปลูกยางได้ในระหว่างแถว นอกจากนี้แล้วดิฉันได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีก เพื่อทำสวนปาล์ม ดิฉันจดบันทึกข้อมูลรายรับ รายจ่ายไว้อย่างละเอียด ซึ่งได้ข้อสรุปว่าในปัจจุบัน ควรปลูกปาล์มดีกว่ามังคุด เงาะ ลองกอง ยางพารา (รายได้จากปาล์มในแต่ละเดือนมากกว่าสวนมังคุด 1 ปี) นอกจากนี้ดิฉันตัดสินใจที่แหวกแนวกว่าชาวเกษตรอื่นๆ คือพื้นที่ปลูกยางและปลูกปาล์มบางส่วน ดิฉันได้เปลี่ยนไปปลูกป่า(ปลูกแซมด้วยไม้จำปาและไม้ตะเคียน)แทน เนื่องจากอีก 20 ปีข้างหน้าดิฉันคิดว่าไม้คงเป็นสิ่งที่มีค่า และลูกสาวคนเดียวของดิฉันซึ่งเป็นเภสัชกร คงไม่มีเวลาและความถนัดในด้านนี้ เพื่ออนาคตของลูกในวันข้างหน้า ปลูกป่าไม้วันนี้ อีก 20 - 25 ปี รายได้คงเป็นล้าน ดีกว่าปลูกมังคุด ลองกอง 20 ปี ไม่ถึงสองแสน ปวดใจจังเลย
5. ปวดใจกับราคาพืชผลการเกษตร
สวนผลไม้ สวนปาล์ม สวนยาง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช · 1 ส.ค. 2552
จินพร เพ็ชรฉกรรจ์ · 1 ส.ค. 2552
ดร.ประสิทธิ์ หนูกุ้ง · 1 ส.ค. 2552
พรสวรรค์ · 1 ส.ค. 2552
หวัดดีครับพี่ปริมปราง ดีใจหลาย ๆ ครับที่ได้เจอ ป.โท รุ่น 1 มสธ.ด้วยกัน ถึงคนละสาขาก็เถอะ ขอบคุณที่พี่เข้าไปทักทายนะฮะ นายก้ามกุ้งเรียน ป.โท มสธ. สาขาเทคโน ฯ ครับ ตอนนี้กลับไปเรียน มสธ. ป.ตรี อีกครั้ง แต่เป็น สาขาส่งเสริมการเกษตรครับ เตรียมตัวเป็นเกษตรกรหลังเกษียณ อิ อิ จึงเอาภาพมะละกอมาฝากพี่ด้วยครับ
ขอบคุณนะน้อง...เดี่ยวพี่จะฝากรูปไปบ้าง...ให้พี่ฝึกเกี่ยวกับการใส่ภาพก่อนนะน้อง
คนเรารู้หน้าแต่ก็ไม่รู้ใจนะคะ
ยังไงก็สู้ต่อไปค่ะ อย่าเพิ่งท้อ
แวะมาเยี่ยมกันบ้างนะคะ
"เผยแพร่งานวิจัย(ลำไย)"
แล้วคอยติดตามนะคะ
นั่นสิค่ะ ทำไมมันจะถูกอะไรขนาดนี้
กอก็ไม่เข้าใจเลย
ทำไมเงาะไม่ราคา กก.ละ 20 ลองกอง 30-40
เหมือนเมื่อก่อนค่ะ
กอไม่ได้เป็นเกษตรกรค่ะ
ไม่มีสวนผลไม้เลย
แต่ก็สงสัย ทำไมมันถูกจังเลย
ทำไมเค้าไม่ให้ราคาเหมือนกันทั่วประเทศ เงาะ 20 ลองกอง 30-40
เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ สงสัยอยุ่เหมือนกัน
เป็นเพราะอะไรค่ะ
ขอบคุณคุณชยพร คุณalternative และน้องสุดสายป่านที่เข้ามาเยี่ยมชมคะ ตามกลับไปเยี่ยมผลงานของทุกคนแล้วนะคะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมบันทึกค่ะ
ชื่นชมกับลิงค์นี้ค่ะ http://gotoknow.org/blog/krukim/296628
นึกน้อยใจแทนชาวสวนครับ
ภาครัฐ น่าจะมีการจัดการด้านราคาที่ดีกว่านี้
เช่น
1 สำรวจพื้นที่การปลูกทั้งประเทศ แล้วทำการแบ่งปันให้ชาวสวนปลูกพื่ชผลพร้อมขึ้นทะเบียนไว้เพื่อจ่ายเงินทดแทนให้ถ้าไม่ได้ราคา
2 กำหนดราคาขั้นต่ำไว้ให้ ทราบ หากใครขายได้ต่ำกว่าที่กำหนด ให้ไปรับส่วนที่ขาด (อย่างที่ทำอยู่ในพืชบางชนิด)
3 ชาวสวนท่านใดไม่ขึ้นทะเบี่ยงก็ไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ
4 กำหนดพื้นที่การปล๔กให้ชาวสวนแต่ละรายไม่เกินจำนวนที่กำหนด
5.......(ให้ผมไปเป็นรัฐมนตรีกระเกษตร อิอิ..)
หมายเหตุ
คุณครูปริมปราง คิดถูกแล้วครับ ที่ปลูกป่าไว้ให้ลูก ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยึดอาชีพทำสวนนี่ครับ
โดยเฉพาะสวนยางพารา ผมยังคิดไม่ตกเลยว่า ระหว่างเจ้าของสวนยาวพารา ที่ลงทุนไปเป็นแสน เป็นล้าน
กับแรงงานพม่า ที่มารับจ้างกรีดยาง ใครจะฉลาดกว่ากัน
เพราะเห็นมีรายได้แบ่งเท่ากัน ทั้งที่แรงงานพม่าลงทุนเพียงมีดตัดยางไม่ถึง 100 บาท
ตอบคุณ ชาวฝนแปดแดดสี่
เพิ่งได้คิดนะว่าการลงทุนของลูกจ้างคือแรงงานกับมีดกรีดยาง ทุนของชาวสวนคือ ที่ดิน ต้นยางและ การดูแลรักษาทั้งหมด เออ...ขาดทุนจริงๆ นะเนี่ย ถ้าคุณทนายไม่พูดถึง....ก็ลืมคิดไปนะเนี่ย.. เออทำอย่างไรดี ก็ซื้อที่ดินไว้หลายแปลง ถ้าไม่ทำอะไรเลยมันก็ขาดทุน 100 % ถ้าทำบ้างก็ขาดทุน 70 % ไม่มีความรู้ด้านบริหารธุรกิจว่าทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ..ชาวสวน/ ชาวนา/ชาวไร่ทั่วไป ก็คงคิดอย่างนี้ ถึงได้เป็นอยู่อย่างนี้.....เออ .. ถ้าขายทั้งหมดแล้วเอาเงินฝากธนาคารดอกเบี้ยเงินฝาก ก็ 0.25 - 0.65 จะทำอย่างไรดี
สวัสดีครับ คุณครูปริมปราง
กลับมาเยี่ยมคุณครูอีกครั้ง (ที่จริงตั้งใจมาขโมยข้อมูลนะ)
เพราะกำลัง ศึกษารูปคดีเรื่องค่าเสียหายอยู่ เกี่ยวกับพวกต้นมังคุด ที่ถูกรื้อถอน
เลยแวะอ่านคำตอบของคุณครู
ทราบว่าข้อสงสัยของผมเกี่ยวกับแรงงานพม่า กับเจ้าของสวน กลายเป็นทุกข์ของคุณครูเสียแล้ว แฮ..
ลองปลูกเป็นต้นสนเอาไว้ขายเป็นไม้เข็มที่ใช้ในการก่อสร้างซิครับ การดูแลก็น้อย ขายได้ราคา
ผมมีข้อคิดนะครับ (อีกแล้ว อิอิ..)
ท่านผู้รู้ (ที่จริงลูกความผมนะ) เคยแนะนำผมว่า ถ้าจะซื้อที่ดิน ให้ดูที่มันมีความเจริญอยู่แล้ว
ลงทุนมากกว่าหน่อย แต่ระยะคืนทุนสั้นนะ ดีกว่าซื้อที่ขาดความเจริญ แม้ลงทุนน้อย แต่ออกตัวยาก ระยะคืนทุนไกลนะ
แฮ...หาเรื่องให้ปวดหัวอีกแล้ว วันหน้ามาใหม่ครับ
สวัสดีค่ะ คุณชาวฝนแปดแดดสี่
ไม่ได้เป็นความทุกข์อะไรหรอกค่ะ แต่เพิ่งคิดได้ และตอนนี้กำลังเจรจาตกลงซื้อที่ดินอีกแปลงหนึ่งใกล้ๆ กับสวนปาล์มที่ซื้อไว้เดิม จะไปโอนในวันที่ 28 ที่จะถึงเนี่ย...ที่ดินที่ซื้อเป็นสวนปาล์มที่ปลูกไว้ 18 เดือน เหตุที่ซื้อเพราะมันอยู่ตรงกันข้ามกับที่ดินที่มีอยู่ คนละฟากถนน และเห็นว่าที่ดินอยู่ในซอยห่างจากถนนเอเซีย 200 เมตร ตรงปากซอยนี้เป็นสถานีตำรวจประจำอำเภอและที่ว่าการอำเภอ สถาบันราชภัฏ(สาขา) วิทยาลัยเทคนิค ซึ่งถือว่าเจริญพอสมควร ที่ดินอาจจะราคาแพงไปสักนิด ถ้าเทียบกับรายได้ที่จะได้มาจากที่ดินแปลงนี้ในแต่ละเดือน ถ้าไม่ซื้อ..จำนวนเงินนี้ถ้าฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ได้ดอกเบี้ย 4.25 บาทต่อปี อาจจะมีรายได้มากกว่า แต่ถ้าคิดถึงค่าของเงินในอนาคต...ก็คิดว่าซื้อตั้งๆ ไว้อย่างนั้นแหละ...คิดไม่ถูกแล้วนะเนี่ย ...ช่วยหน่อยคุณทนาย...อิ..อิ..