ทำนาโยนกล้า เกษตรอินทรีย์ งานฟาร์ม คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร นวัตกรรมการทำนาแบบใหม่(การทำนาโยนกล้าข้าวแทนดำนาThrowing Methods in Rice Plantation)
การทำนามีวิธีการหลายอย่างเช่น นาหว่าน(หว่านด้วยคนหรือหว่านเครื่อง) นาดำ(ดำด้วยคนและดำด้วยรถ) นาโยนกล้า เป็นการทำนาอีกแบบหนึ่ง โดยวิธีเพาะกล้าด้วยกะบะเพาะ เมล็ดพันธุ์แล้วนำไปโยนในนาที่เตรียมไว้ การทำนาด้วยวิธีนี้ ไม่ใช้สารเคมีใดๆทั้งปุ๋ยเคมีและยาทุกชนิด ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการทำนาแบบปกติของชาวนาทั่วไป
วิธีการจะเริ่มด้วยการเตรียมนาด้วยการหมักนาโดยสูบน้ำให้ท่วมตอชัง ขั้นต่อมาคือปั่นดินด้วยรถไถ พ่วงท้ายด้วยอุปกรณ์ตีดินพร้อมด้วยใส่จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว(จุลินทรีย์ใบไผ่)20-30 ลิตร/1 ไร่ หลังจากนั้นหมักน้ำไว้อีก 20-30 วัน แล้วใช้รถทำเทือกมาตีเลน รวมทั้งปาดดินให้เรียบเสมอ ลดระดับน้ำให้เหลือในตอนโยนกล้าเพียง 3-5 เชนติเมตร เพื่อให้ต้นกล้าทรงตัวและรากเดินได้ดีสองวันแล้วสูบน้ำให้ท่วมสูง 5-10 เซนติเมตร เพื่อคุมวัชพืชข้าวและหญ้านานาชนิด
การเพาะกล้าเมล็ดพันธุ์ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว 3-5 กก.ต่อไร่ จะใช้ต้นกล้า 50-60 ถาดต่อไร่ อายุต้นกล้า 12-16 วัน มีความเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งต้นกล้าข้าวจะมีความแข็งแรงและมีความสูงสามารถควบคุมระดับน้ำป้องกันวัชพืชได้ดีมาก ใช้แรงงานเตรียมดินเพาะกล้า 150-200 ถาด/คน/วัน ใช้แรงงานโยนกล้า 3-5 ไร่/คน/วัน ที่สำคัญคือ ใช้เมล็ดเพียง 3-5 กิโลกรัม/ไร่ ประหยัดเมล็ดพันธุ์ได้ 80-85% สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานได้
การทำนาแบบโยนกล้ามีขั้นตอน ดังนี้...
การเตรียมเพาะกล้าพันธุ์ ซึ่งเตรียมได้ 2 แบบคือ วิธีเตรียมถาดเพาะกล้าแบบแห้ง และวิธีเตรียมถาดเพาะกล้าแบบเปียกวิธีการเตรียมถาดเพาะกล้าแบบแห้ง โดยย่อยดินแห้งให้ละเอียด เม็ดดินโตไม่เกิน 0.5 ซม. ดินนั้นต้องไม่มีเมล็ดข้าววัชพืช นำถาดพลาสติกมาวางกับพื้นที่ ที่เตรียมไว้ พื้นที่ต้องเสมอกัน แล้วแต่ความสะดวกในการปฏิบัติงาน หว่านดินไปก่อนประมาณ 50-70% จากนั้นหว่านเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ (แช่ 1 คืน หุ้ม 1 คืน หรือข้าวแห้ง) อัตราประมาณ 3-5 กก.ต่อ 50-60 ถาด (ต่อไร่) แล้วหว่านดินตามลงไปให้เต็มเสมอปากหลุมพอดี อย่าให้ดินล้นปากหลุมเพาะ เพราะจะทำให้รากข้าวพันกันเวลาโยนต้นกล้า จะไม่กระจายตัว การให้น้ำระยะแรก ๆ ต้องให้ฝอยละเอียด ระวังอย่าให้เมล็ดข้าว กระเด็น หรือให้น้ำแบบท่วมพื้นแปลง เพราะน้ำจะซึมเข้าก้นถาดหลุมเอง ให้รักษาความชื้นจนกว่าข้าวงอก หากมีฝนตกให้หาวัสดุหรือกระสอบป่านเก่ามาคลุมจนกว่ารากจะงอก พอต้นกล้าอายุ 12-16 วัน สามารถนำไปโยนได้ทันที ความยาวต้นกล้าประมาณ 3-5 นิ้ว ซึ่งก็แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของวัสดุเพาะ ใช้พื้นที่เพาะกล้าประมาณ 12-15 ตารางเมตรต่อ 50-60 ถาด หว่านได้ 1 ไร่
วิธีเพาะกล้าแบบเปียก โดยเตรียมถาดเพาะกล้าเลือกแปลงนาที่ไม่มีข้าววัชพืชและวัชพืชทั่วไประบาด มีการเตรียมแปลงคล้ายกับเพาะกล้านาดำ ลูบเทือกให้ดินสม่ำเสมอ นำถาดเพาะกล้าวางเป็นแถวคู่เอาหัวชนกัน วางเป็นแถวตอนความยาวแล้วแต่แปลงกล้า แต่ละคู่แถวห่างกันประมาณ 50 ซม.เพื่อให้สะดวกในการปฏิบัติงาน โดยนำดิน เลนระหว่างร่องทางเดินใส่บานถาดให้เต็ม ปรับให้เสมอปากหลุมถาด แต่อย่าให้ดินล้นปากหลุมเพาะ เพราะจะทำให้รากข้าวพันกันเวลาหว่านต้นกล้า จากนั้นหว่านเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ (โดยแช่ 1 คืน หุ้ม 1 คืน หรือข้าวแห้ง) ด้วยอัตราประมาณ 3-5 กก./50-60 ถาด (ต่อไร่) ใช้แผ่นไม้คล้ายไม้บรรทัดกดหรือลูบเมล็ดพันธุ์ให้จมเลน โดยรักษาความชื้นตลอดไป หากมีฝนตกต้องหาวัสดุมาคลุมเพื่อกันเมล็ดข้าวกระเด็นออกจากถาดเพาะ พอกล้าอายุ 12-16 วัน นำไปโยนได้ทันที หรือความยาวต้นกล้าประมาณ 3-5 นิ้ว ใช้พื้นที่เพาะกล้าประมาณ 12-15 ตารางเมตร 50-60 ถาด โดยได้ 1 ไร่ ก่อนนำไปโยนควรหยุดให้น้ำต้นกล้า 1 วัน
การดูแลรักษาทั่วไป
ให้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพข้าวครั้งที่ 1 หลังการโยนกล้า 15 วัน ให้ปุ๋ยอัดเม็ด หรือปุ๋ยชนิดแห้ง 50-200 กก.ต่อไร่ หรือปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพเพื่อการเจริญเติบโตของต้น 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่น
ให้ปุ๋ยครั้งที่ 2 ก่อนข้าวออกดอก 30 วันให้ปุ๋ยอัดเม็ด หรือปุ๋ยชนิดแห้ง 50-200 กก.ต่อไร่ หรือปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพเพื่อเร่งการเจริญเติบโตติดดอกออกรวง(น้ำหมักชีวภาพรกหมูหรือฮอร์โมลไข่) 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่น การควบคุมระดับน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร จนข้าวแก่เต็มที่แล้วระบายน้ำออกให้แห้งก่อนเก็บเกี่ยว 15-20 วัน
ทำนาโยนกล้า แบบเกษตรอินทรีย์ http:/www.learners.in.th/blog/rurban/277052 –
การทำนาโยนกล้าข้าวแทนดำนาhttp:/www.budmgt.com/agri/agri01/rice-throwing-
นวัตกรรมการทำนาแบบใหม่.http:/www.pamame.com/.../นวัตกรรมการทำนาแบบใหม่.html -
การทำนาการดูแลรักษาข้าว.http:/www.kknrsc.ricethailand.go.th/rice/pedigree/hight04.html
เรียบเรียงโดย..ณัฐพงษ์ และราวิน
บอกปัญหาในการทำด้วยดิ
การทำนาโยนกล้าเป็นการนาที่มีความเหมาะสมเฉพาะพื้นที่ คือเหทาะกับเขตชลประทานหรือเขตที่เราสามารถควบคุมน้ำได้เท่านั้น
เพราะหลังจากที่เราโยนกล้า 1-2 วัน เราต้องเปิดน้ำเข้านาและเพิ่มระดับน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อควบคุมการงอกของวัชพืช และปัญหาอีกอย่างคือเกษตรกรคิดว่ายุ้งยากตอนเพาะกล้า แต่ถ้าเราทำไปหลายๆครั้งก็จะเกิดความเคยชิน เหมือนสมัยก่อนที่เราเปลี่ยนการทำนาจากดำมาเป็นนาหว่านน้ำตม กว่าเกษตรกรจะยอมรับเราก็ใช้เวลามากพอสมควร วิธีการโยนกล้านี้ก็เช่นกัน กว่าพวกเราจะรับได้ คนที่ทำการวิจัยมา คือคุณสำราญ อินแถลง อยู่ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ก็ลุ้นสุดกำลังเหมือนกัน ตอนนี้การทำนาโยนกล้าแพร่กระจายไปกว้างขวางพอสมควรแล้วโดยเฉพาะเขตที่มีการแพร่ระบาดของข้าววัชพืชและวัชพืชทั่วไปทั้งหลาย เพราะวิธีนี้แก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี
การทำนาแบบโยนกล้าในนาปีมีคนทำกันหรือยัง ถ้ามีช่วยบอกข้อดี ข้อเสียด้วย
ตอนนี้้้ผมเริ่มทำนาโยนแล้ว กะไว้ประมาณ 5 ไร่ ผลเป็นไง จะบอกอีกทีนะครับ
อยากได้cd นำมาถ่ายทอดให้สมาชิกเรียนรู่้ก่อนลงมือ ขอได้ที่ใดครับ บ้านผมน้ำท่วมกำลังหมดตัวกันถ้วนหน้าเวลานี้ น้ำลดจะลงมือทำกันอีก
ขอ CD ไปทางศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีดูนะครับ หรือจะขอความอนุเคราะห์วิทยากรมาให้คำแนะนำก็ไม่น่าจะมีปัญหานะ
ทางราชกรเขายินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ลองดูนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้น้ำลดเร็วๆ
นาโยนต้องใช้ถาดเพาะกล้า