GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สามปีคุรุสภา ก้าวไปข้างหน้าหรือหยุดอยู่กับที่

คุรุสภาเป็นสภาวิชาชีพทางการศึกษา มีภารกิจใหม่ที่รับผิดชอบตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ 2546

สาม  ปีคุรุสภา : ก้าวไปข้างหน้า หรือ หยุดอยู่กับที่
                                                                              ดร.ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ
                                                                                     กรรมการคุรุสภา

ปฐมบท ก่อนจะมาเป็นองค์กรวิชาชีพครู
      
นับจากอดีตกาลท่านผู้ประศาสน์การสภาวิชาชีพครู นายทวี บุณยเกตุ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ริเริ่มและเป็นกำลังสำคัญในการเสนอร่างกฎหมายครูต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาได้มีการตราเป็นพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ โดยท่านได้ชี้แจงหัวใจของการกำเนิดคุรุสภาด้วยถ้อยคำที่สั้นกระชับแต่มีความหมายลึกซึ้งว่า ให้ครูปกครองครู ความหมายของคำว่า ปกครอง เป็นความหมายที่ครอบคลุมถึงการดูแลควบคุม ส่งเสริมฐานะของครูในด้านต่างๆ เช่นฐานะทางวิชาการ หรือฐานะทางวิชาชีพ ตลอดถึงเรื่องจรรยามารยาทและวินัย  ประกอบกับเจตนารมณ์ของท่านที่ยึดหลักว่า เรื่องครูเป็นเรื่องสำคัญของชาติ และต้องการเห็นคุรุสภาเป็นองค์กรวิชาชีพครู   ดังนั้นการริเริ่มตรากฎหมายให้กำเนิดคุรุสภาจึงสอดคล้องกับหลักสากลที่มีอยู่ว่า งานอาชีพที่มีลักษณะเป็น “Professional” นั้นล้วนต้องมีองค์กรวิชาชีพรองรับทั้งสิ้น
      

ปรับบทบาทสู่องค์กรใหม่
          การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ควบคู่คุณธรรมจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต  สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นสุข อันจะนำไปสู่การพัฒนาชาติที่ยั่งยืน โดยกำหนดสาระสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ และการพัฒนาวิชาชีพครู (มาตรา ๘๑) และต่อมาได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ให้เป็นกฎหมายแม่บทของการปฏิรูปการศึกษาที่ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็น วิชาชีพชั้นสูง กล่าวคือ กำหนดให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา  มีฐานะเป็นองค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพ ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ  มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ  กำกับ ดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งพัฒนาวิชชาชีพ (มาตรา ๕๓)  อันเป็นที่มาของการประกาศใช้พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๖ และให้คุรุสภาทำหน้าที่เป็น สภาครู ตามพระราชบัญญัติสภาครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ เป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายใหม่ มีชื่อเรียกเหมือนเดิมว่า คุรุสภา  เจตนารมณ์ที่สำคัญของพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ คือ มุ่งพัฒนาและควบคุมกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา  ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีคุณภาพและคุณธรรมตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง  ส่วนการดำเนินงานด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีองค์กรอีกองค์กรหนึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบเป็นการเฉพาะ เรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
           การปรับปรุงงานของสภาวิชาชีพครูเดิมตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ไปสู่งานของสภาวิชาชีพครูใหม่ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นก้าวใหม่ของการพัฒนาองค์กรวิชาชีพครูของประเทศไทย ในรอบ ๖๐ ปี เรียกได้ว่าเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับสังคม เป็นการสร้างความคาดหวังและความเชื่อมั่นต่อผู้คนในสังคมไทยว่า  ต่อไปนี้เราจะมีครูดีที่มีคุณภาพมาอบรมสั่งสอนเยาวชนของชาติอยู่ทั่วประเทศ
          ศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์  วิศาลาภรณ์ ประธานกรรมการคุรุสภา ได้กล่าวในโอกาสครบรอบ ๖๑ ปี ของการสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๙ ตอนหนึ่ง
ความว่า...
          หน้าที่ความรับผิดชอบของคุรุสภาที่สำคัญ คือ การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาให้สูงขึ้น ทั้งมาตรฐานความรู้ ประสบการณ์วิชาชีพ แม้ว่าเวลาจะผ่านมา ๖๑ ปีแล้ว สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ทำหน้าที่เคียงข้างครูมายาวนาน มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจตามบทบาทใหม่ที่กำหนดไว้ โดยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาของไทยสู่ความเป็นเลิศและความเป็นสากล  สร้างสรรค์ผู้ประกอบวิชาชีพให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่งของสังคม

แผนยุทธศาสตร์คุรุสภา คือ หลักชัย
          ในการดำเนินงานตามภารกิจของคุรุสภาให้บรรลุวัตถุประสงค์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเป้าหมายที่ชัดเจนและใช้วิธีการที่หลากหลาย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว คุรุสภาได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์คุรุสภา พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๑ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการตามภารกิจของคุรุสภา
          จากการศึกษา วิเคราะห์แนวโน้ม บริบทที่เกี่ยวและสภาพแวดล้อม รวมทั้งข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  คุรุสภาได้กำหนดทิศทางในการดำเนินงานโดยกำหนดวิสัยทัศน์ เพื่อแสดงถึงภาพอนาคต หรือเป้าหมายการดำเนินงาน  พันธกิจ  ประเด็นยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์ รวมทั้งตัวชี้วัด ที่คุรุสภาต้องการจะบรรลุถึงและกำหนดกลยุทธ์ เพื่อให้เห็นแนวทาง มาตรการที่จะนำไปสู่การบรรลุผลตามเป้าประสงค์ ตัวชี้วัดและค่าเป้าเหมายที่กำหนดไว้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสัยทัศน์ ความว่า คุรุสภาเป็นองค์กรหลักที่เน้นการบริหารจัดการที่ดี เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและระดับสากล  โดยมีพันธกิจหลัก  ๔ ประการ ได้แก่  ๑) การกำหนดและพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ  ๒) การพัฒนา ยกย่อง ส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพ  ๓) การกำกับ ดูแล ควบคุมการประกอบวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ  และ ๔) การพัฒนาระบบบริหารจัดการ

ผลงานรอบสองปีที่ผ่านพ้นไป
การดำเนินงานของสภาวิชาชีพครูตามบทบาทใหม่ผ่านไปสองปีเศษ ต้องยอมรับว่าในขวบปีแรก กิจกรรมตามภารกิจใหม่มีปรากฏให้เห็นไม่มากนัก นั่นเป็นเพราะว่าคุรุสภาได้มุ่งเน้นไปในด้านการจัดโครงสร้างการบริหารภายในองค์กร  แต่ ณ วันนี้ จะเห็นว่าบทบาทของคุรุสภาใหม่เริ่มชัดเจนเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น  ภารกิจใหม่ของการกำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ การควบคุมและการพัฒนาการประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพได้เริ่มมีกิจกรรมให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั่วประเทศเข้าไปมีส่วนร่วม โดยเฉพาะเรื่องของการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทุกคนต้องยื่นแบบคำขอไปยังคุรุสภา แม้ว่าการดำเนินการในเรื่องนี้จะมีความสับสนอยู่บ้างก็ตาม คุรุสภาก็ได้แก้ไขสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี
          ในรอบปีที่ผ่านมาวิชาชีพครูพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ การควบคุมการประกอบวิชาชีพ และการพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งความก้าวหน้าในแต่ละเรื่องสรุปได้ดังนี้
          ประการแรก ด้านการพัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ  มีการออกข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นผลให้ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคน ต้องมีมาตรฐานและจรรยาบรรณตามที่กำหนด ทั้งมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตรฐานการปฏิบัติตนหรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยเรื่องมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๘ และจะมีการออกประกาศเรื่องแบบแผนพฤติกรรมตามมาตรฐานจรรยาบรรณของวิชาชีพ และสมรรถนะของมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ผลจากการดำเนินงานดังที่กล่าวมา จะส่งผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตนตามแนวทางที่ต้องการ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพมาตรฐานหารศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
             นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยมีการร่างหลักเกณฑ์การรับรองปริญญาทางการศึกษาหลักสูตร ๕ ปี มีการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินตามเกณฑ์การรับรองปริญญาทางการศึกษา มีการร่างหลักเกณฑ์การรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิชาชีพครูและประกาศนียบัตรการบริหารการศึกษา ร่างหลักเกณฑ์การรับรองปริญญาโททางวิชาชีพครูและปริญญาโททางการบริหารการศึกษา  จากการดำเนินงานนี้จะส่งผลให้การดำเนินการรับรองปริญญาประกาศนียบัตร และวุฒิบัตรของสถาบันทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ มีแนวทางการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม และสถาบันทางการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกณฑ์ ส่งผลให้สถาบันทางการศึกษาปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้สอดคล้องเหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาและส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่สูงขึ้น

            ประการที่สอง ด้านการควบคุมการประกอบวิชาชีพ  เรื่องการควบคุมการประกอบวิชาชีพเป็นความก้าวหน้าในการพัฒนาวิชาชีพครูไทยที่เห็นเด่นชัด  จากการดำเนินโครงการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ขณะนี้ได้ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาไปบ้างแล้ว และกำลังเร่งรัดดำเนินการในการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้กับครูกว่าเจ็ดแสนคน  สำหรับการดำเนินการต่อไปจะมีการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนของผู้ปกระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ทั้งนี้เพื่อจัดระบบและระเบียบการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและเพื่อสำรวจค่านิยมในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ในการดำเนินการเรื่องนี้จะมีข้อบังคับว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ... การร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการอุทธรณ์คำวินิจฉัยการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.... เป้าหมายหลักของการดำเนินการในเรื่องนี้ก็คือ เพื่อให้ได้แนวทางการควบคุมการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งเป็นแนวทางการควบคุมเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องและสามารถอำนวยความเป็นธรรมให้กับผู้รับบริการทางการศึกษาและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั้งมวล
          นอกจากนี้ยังมีการจัดทำโครงการรับรองความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพ แนวทางและกระบวนการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพสำหรับผู้ที่มีวุฒิอื่นที่ต้องการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยมีการร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชาวต่างประเทศ การร่างหลักสูตรการอบรมสำหรับชาวต่างประเทศที่ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ทดสอบและประเมินความรู้ครูชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในประเทศไทย มีการจัดทำข้อสอบวัดความรู้ ๑๑ วิชา ๙ มาตรฐานความรู้ เพื่อใช้ทดสอบความรู้ทางวิชาชีพที่ต้องการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็นต้น  ผลการดำเนินงานของโครงการนี้ทำให้มีแนวทางการรับรองความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาสาขาอื่นและชาวต่างประเทศที่ประสงค์จะประกอบวิชาชีพครูตามมาตรฐานวิชาชีพที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง ส่งผลให้ผู้ได้รับการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพจากคุรุสภาเป็นบุคคลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนด

          ประการที่สาม ด้านการพัฒนาวิชาชีพ  มีการจัดทำโครงการสร้างเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพ เพื่อสร้างเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เป็นการพัฒนาครูประจำการให้มีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนการสอน มีการจัดประชุมเครือข่ายการพัฒนาไปแล้ว ๑ ครั้ง ผลที่ได้คือ มีระบบการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและมีเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพ จำนวน ๕๐ เครือข่าย  ผลการดำเนินงานของโครงการทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามีเครือข่ายการพัฒนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และมีการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติค่านิยมที่ดีต่อการสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานและปฏิบัติตนที่เน้นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยเน้นคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ  การดำเนินงานที่ผ่านมา มีการจัดประชุมสัมมนาวิทยากรในหลักสูตรการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้แก่สถาบันผลิตครูทั่วประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๖๖ แห่ง  เป็นผลให้คุรุสภาได้หลักสูตรการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา ๒ หลักสูตร  ได้วิทยากรแกนนำในการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน ๑๘๐ คน   ผลการดำเนินงานของโครงการส่งผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้มีการพัฒนาตนเอง พัฒนาการปฏิบัติงานให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น
           นอกจากนี้ยังมีโครงการเด่นๆ อีกหลายโครงการ อาทิ โครงการหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างให้สถานศึกษาสร้างสรรค์นวัตกรรมและกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน เสริมสร้างให้ผู้เรียน ครู ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้ใช้กระบวนการคิดและทักษะในการพัฒนา ผลการดำเนินงานมีการประกาศรายชื่อและมอบรางวัลหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม ปีที่ผ่านมา ๑๑๗ โรงเรียน โครงการจัดประชุมวิชาการ ครั้งที่ ๒ เรื่อง การวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาความรู้และประสบการณ์ในการทำวิจัยในชั้นเรียนแก่ครู และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสร้างและเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ  ผลการดำเนินงานทำให้ได้ผลงานการวิจัยที่มีคุณภาพ มีการนำเสนอในการประชุมวิชาการ จำนวน ๑๐๑ เรื่องจากจำนวนที่ส่งเข้ามา ๖๘๘ เรื่อง  อาจกล่าวได้ว่าจากผลการดำเนินงานของโครงการ ส่งผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพได้รวมกันเป็นเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนความรู้ และสมารถเขียนงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อวิชาชีพและต่อผู้เรียนได้เพิ่มมากขึ้น

            ประการสุดท้าย ด้านการส่งเสริมยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีการดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ๔ กลุ่ม เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดีเด่น จำนวน ๙ คน และรางวัลชมเชย ๑๗ คน ในงานวันครู มีการยกย่องเชิดชูเกียรติครูที่ปฏิบัติตนตามระเบียบคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณครู จำนวน ๓๘๓ คน มีการประกาศเกียรติคุณครูภาษาไทยดีเด่น จำนวน ๖๐ คน และการประกาศเกียรติคุณครูอาวุโส จำนวน ๒,๑๐๐ คน โดยคุรุสภาได้นำเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติและเงินช่วยเหลือ จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๘  ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
           จะเห็นว่าในรอบสองปีย่างเข้าสู่ปีที่สาม คณะกรรมการคุรุสภาได้เข้ามารับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนางานให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์คุรุสภา ดังที่กล่าวมาแล้ว โดยมีเป้าประสงค์สำคัญคือมุ่งพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน พร้อมทั้งกำกับ ดูแล ควบคุม ให้ผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพ คุณธรรมและจริยธรรมตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เหมาะสมกับการประกอบวิชาชีพชั้นสูง  ผลสำเร็จตามเป้าประสงค์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้หากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายละเลยการปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
          ๑. แปลงแผนยุทธศาสตร์คุรุสภาสู่การปฏิบัติโดยการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของคุรุสภาที่ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานปฏิบัติใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีรองรับทุกปี
          ๒. บุคลากรในคุรุสภาทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์วัฒนธรรม และค่านิยมในการปฏิบัติงาน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล
(Good Governance) และหลักการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management : NPM) อย่างจริงจัง และจริงใจ
          ๓. รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับนโยบายต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษาให้สมกับที่เป็นวิชาชีพชั้นสูง และให้การสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนอย่างเพียงพอ
          ๔. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและบุคคลทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน            ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งเครือข่ายการประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
          ๕. คณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องจะต้องมีการวางแผนกำกับ ติดตาม ประเมินผล    และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนอย่างมีระบบ พร้อมทั้งพิจารณาทบทวน ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปีให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบททางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา

ก้าวใหม่ที่ต้องทบทวน
          จากสภาพปัญหาของวิชาชีพครูในปัจจุบัน พบว่ามีปัญหาทั้งการเริ่มเข้าสู่วิชาชีพ การผลิต การพัฒนาวิชาชีพและสถานภาพวิชาชีพ กล่าวคือ
          ๑. การเข้าสู่วิชาชีพ  ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการศึกษาในสาขาวิชาชีพครูไม่มีประสิทธิภาพ  เนื่องจากเป็นระบบการคัดเลือกรวม  ไม่มีการคัดสรรกลั่นกรองเพื่อเข้ารับการศึกษาในคณะครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ ผู้สมัครเข้ารับการศึกษาวิชาชีพครูส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจเป็นครู และขาดทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพครู

          ๒. การผลิต  สถาบันผลิตครูมีจำนวนมากแต่ขาดการประสานงานด้านวิชาการและการควบคุมมาตรฐานหลักสูตรการผลิตครู  คณาจารย์ในสถาบันผลิตครูไม่ได้เป็นต้นแบบของการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  ขาดการพัฒนาองค์ความรู้และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการสอน  ด้านหลักสูตรการผลิตครูไม่สนองตอบต่อการสร้างบัณฑิตครูให้มีลักษณะความพร้อมทั้งร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ  กระบวนการสอนเน้นวิชาการมากกว่าส่งเสริมพัฒนาบุคลิกภาพและจิตวิญญาณความเป็นครู  การวัดผล ประเมินผล มุ่งเน้นเนื้อหาวิชามากกว่ากระบวนการคิด  การปฏิบัติและคุณลักษณะความเป็นครู
          ๓. การพัฒนาวิชาชีพ   ยังไม่มีระบบที่ชัดเจนและขาดการประสานงานระหว่างหน่วยผลิตครู หน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานบริหารบุคลากร หน่วยงานพัฒนาครูและองค์กรวิชาชีพครู  หลักสูตรการพัฒนาไม่สอดคล้องกับปัญหาความต้องการของครุและโรงเรียน  รวมทั้งสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป  รูปแบบและวิธีการพัฒนาไม่ทั่วถึงต่อเนื่อง  ระบบการพัฒนาไม่จูงใจให้ครูตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาและไม่เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าในอาชีพ  นอกจากนี้ด้านงบประมาณการพัฒนาครูยังไม่เพียงพอและทั่วถึง ทำให้ครูเป็นจำนวนมากขาดโอกาสเข้ารับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
          ๔. สถานภาพวิชาชีพ  เนื่องจากวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพที่มีผลประโยชน์ตอบแทนต่ำและระบบส่งเสริมความก้าวหน้าไม่สอดคล้องกับภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้คนเก่ง คนดีมีฝีมือไม่ต้องการเป็นครู จึงเป็นโอกาสของคนที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นครูเข้าสู่วิชาชีพเป็นจำนวนมาก  นอกจากนี้ครูในสภาพสังคมยุคโลกาภิวัตน์ต้องดิ้นรนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตนเองและครอบครัว ความเป็นปูชนียบุคคลในตัวครูจึงลดน้อยลงทำให้สถานะของวิชาชีพครูตกต่ำ สังคมไม่ยกย่อง เชื่อถือ ศรัทธา และให้การยอมรับนับถือเช่นในอดีต

ปัจฉิมบท
          ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กว่าสองปี ที่คุรุสภาได้ปรับเปลี่ยนบทบาทและภารกิจใหม่ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึงแม้ว่าบางเวลาจะมีเหตุการณ์ที่รุมเร้าอันนำไปสู่ข้อขัดแย้งในการดำเนินงานอยู่บ้างก็ตาม คุรุสภาก็สามารถประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นด้วยดี  ก้าวต่อไปของครุสภา คือ
การปรับเปลี่ยนวิธีทำงาน ปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้ทันกับกระแสโลกภายนอก
ด้วยการสร้างวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล  ทุกภารกิจของคุรุสภาต้องมุ่งเน้นประโยชน์
ที่จะเกิดขึ้นต่อครูและวิชาชีพครูอย่างแท้จริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 28143
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

อยากจะเห็นวิชาชีพครูได้รับการยอมรับจากประชาชนในสังคมเฉกเช่นในอดีต ซึ่งครูเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริงของทุกคนในสังคม
ดิฉันเป็นครูอยู่ต่างจังหวัดไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวของคุรุสภามากนัก  ดีใจที่ได้ทราบข้อมูลจากการอ่านรายงานนี้นับว่าเป็นประโยชน์มากค่ะ