สิทธิที่จะไม่ถูกแทรกแซงในกิจการส่วนตัว (ข้อ 17) ข้อจำกัดในการเนินงานของรัฐไทย

  •  ข้อจำกัดของการดำเนินงานในการจัดทำรายงาน

  กรณีที่ ฉก สองตัว ออกหนังสือเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลโดยอ้างว่าผู้นั้นเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้บุคคลและครอบครัวได้รับความเสื่อมเสีย[1]

หลายครั้งสื่อมวลชนเสนอข่าวในเชิงตัดสินว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ความไม่สงบนั้นคือผู้ที่ก่อเหตุการณ์ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลนั้นและญาติพี่น้อง

•   นอกจากนี้พบอีกว่า พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา 11 (4) และ (5) ได้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการแทรกแซงความเป็นส่วนตัวของประชาชน  โดยระบุว่า

"(4) ประกาศให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้น  รื้อ ถอน หรือทำลายซึ่งอาคารสิ่งปลูกสร้าง  หรือสิ่งกีดขวาง ตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อระงับเหตุการณ์ร้ายแรงให้ยุติโดยเร็ว...

(5) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งตรวจสอบจดหมาย  หนังสือ  สิ่งพิมพ์  โทรเลข  โทรศัพท์  หรือการสื่อสารด้วยวิธีอื่นใด  ตลอดจนการสั่งระงับหรือยับยั้งการติดต่อหรือการสื่อสารใดๆ  เพื่อป้องกันหรือระงับเหตุการณ์ร้ายแรง....."

การใช้พระราชกำหนดฯ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการปิดล้อม  ตรวจค้น เคหสถาน หรือการดักฟังโทรศัพท์ของประชาชนได้  จึงทำให้หลายครั้งมีการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติ เช่นการปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนสอนศาสนา หรือศาสนสถานต่างๆเป็นต้น

 


 

[1] อ้างแล้ว