ประชุมการอุดมศึกษาโลก 2009 : ๖. ระบบอุดมศึกษาของประเทศ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อรปภา · 29 ก.ค. 2552
ศราวุธ บุตรดา · 29 ก.ค. 2552
sha-รพ.พะโต๊ะ · 29 ก.ค. 2552
ismile · 29 ก.ค. 2552
สายเชือกวัว · 29 ก.ค. 2552
นาย ศราวุธ จ้อน อยู่เกษม · 29 ก.ค. 2552
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
กระผมได้อ่านข้อความที่สรุปแล้วรู้สึกดีนะครับผมถ้าทำได้จริง แม้ข้อเท็จจริงกระผมไม่รู้จะทำได้แค่ไหนอย่างไรและเมื่อไหร่ หากการศึกษาอยู่กับสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่จริง แม้ไม่มากมายกระผมเพียงหวังให้โอกาสการทำงานกระจายตัวสม่ำเสมอบ้างเท่านี้ยังดีครับผม ได้ฝึกเตะกระสอบทรายบ้างก็ดีใจดีฝันเน้นไปในทางการวาดวิมาน ระบบการศึกษาพิจารณาไปมา เหมือนการวิ่งตามกระแสโลกาภิวัฒน์โดยไม่รู้ฐานยืนตัวเอง ก็เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก ยิ่งวิ่งไปเหมือนยิ่งกับห่างไกลและลึกมาก จนบางครั้งไม่รู้จะเชื่อมตรงจุดไหนของระบบ เมื่อได้ผลลัพธ์ของงานออกมา บางทีเหมือนการทำงาน ที่สร้างโดยการวาดวิมานในอากาศหรือหลงไปอีกโลกหนึ่งมากกว่าความเป็นจริง มันเหนื่อยกับมายา แถมยังมีการสร้างระบบขึ้นมาใหม่เพื่อการแข่งขัน ส่วนใหญ่เอาเอกสารเป็นตัวตั้ง ไม่รู้ว่าจะสอดคล้องกับสิ่งที่เป็นอยู่ไหม ทุกวันนี้กระผมก็ถามตัวกระผมเองว่ากระผมเห็นอะไรเพี้ยนไปหรือเสียสติคิดมากไปเองหรือไม่ หรือกระผมหลงคิดว่าตัวเองถูก หลายๆครั้งพยายามไปปฏิบัติดูก็พบว่างานวิจัยส่วนใหญ่ มันไม่สามารถจะนำไปเข้าระบบชีวิตจริงได้เลย ไม่รู้จะเข้าจุดไหน ที่แนะนำมาก็ไม่เห็นอะไรที่สัมผัสได้เลย มีงานวิจัยอยู่ทุกปีและทั่วประเทศส่วนใหญ่นักวิชาการและชาวบ้านทำไปคนละทาง ความรู้แยกส่วนระดับลึก แต่ไม่สามารถเชื่อมกับภาพใหญ่ บนฐานทรัพยากรที่เรามีอยู่ และเข้าถึงได้ลงตัวต่อทั้งวิถีชีวิต ระดับเศรษฐศาสตร์ของครัวเรือน หรือ นโยบายต่างๆ ให้อยู่บนฐานการใช้ทรัพยากรอย่างยืนนั้นที่จะช่วยสร้างสังคมนั้น กระผมมองว่าความรู้ที่เราวิจัยนั้นยังห่างไกล กระผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หากบอกว่าเราจะช่วยเหลือชาวบ้านให้ดีขึ้น กระผมเองขอออกตัวนะครับผม ว่ากระผมก็งูๆปลาๆไม่ได้เก่งอะไรหรอกครับผม ที่แสดงความเห็นเช่นนี้ สื่อในฐานะเกษตรกรและชาวนาคนหนึ่ง ซึ่งก็เคยมีวิกฤตชีวิตจากระบบความคิดแยกส่วน เอาเงินเป็นที่ตั้ง หรือการแนะนำแบบแยกส่วนมาใช้กระผมมองว่าระบบการศึกษาสอนให้คนเสียเวลา เดินอ้อมเขามากมาย เอาเอกสารแยกส่วนเชิงลึกเป็นตัวนำ สร้างความสับสน มึนงง เวลาเรียนจะนำไปแนะนำพ่อแม่ก็อ้ำๆอึ้งๆ หากไม่ได้ดูของจริงที่เห็นทั้งระบบ นอกจากจะสร้างความสับสนแล้วปานนี้ครอบครัวกระผมคงหมดเนื้อหมดตัวแน่ๆ เราบอกว่าได้รับปริญญาเป็นบัณฑิต ความหมายคือบัณฑิตซึ่งแปลว่า “ก็คือผู้รู้ผู้มีปัญญาคือดำเนินชีวิตด้วยปัญญา” กระผมมีคำถามและข้อสงสัยมากมาย เพราะคนที่ที่มีอำนาจในสังคมส่วนใหญ่เป็นคนที่มีใบปริญญา แต่กระผมพบว่า ชาวบ้านซึ่งไม่มีใบปริญญากลับไม่ได้ทำความเสียหายมากเท่าใดนัก หลายคนรอดจากกระแสแห่งความโลภเพราะตัวเอง ได้ปฏิบัติและสรุปบทเรียนเพื่อนำมาใช้เพื่อพัฒนาตัวเอง หลายคนก็ค่อยไร้ที่ยืนและออกไปจากระบบและเลื่อนลอย กระผมมองว่าส่วนใหญ่สังคมตกต่ำลงผู้นำนั้นล้วนมีใบปริญญาทั้งสิ้น กระผมมองว่า หากคนเราไม่มีหัวใจเมตตาแห่งความเป็นมนุษย์ ฟังเสียงหัวใจผู้อื่นบ้าง และเป็นผู้มั่งมีที่แบ่งปัน มีเมตตา จะศึกษาทางโลกเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อหลงอยู่ในกระแสแห่งกิเลสและอวิชชาเช่นนี้ก็หาทางสนองความอยากตัวเองแบบไม่สนใจผลลัพธ์อื่นๆกระผมก็ขอกล่าวตามท่านพุทธทาสสอนว่า “ศีลธรรมไม่มาโลกาจะวินาศ”
เรียนแสดงความเห็นด้วยความเคารพครับผม
นิสิต