บ้านเพลงอีแซวในโรงเรียน
ตอนที่ 3 ชุมนุมศิลปะการแสดงท้องถิ่น
โดย ชำเลือง มณีวงษ์
ที่น่าวิตกมากในวันนี้คือ นักเพลงอีแซวรุ่นใหม่ ๆ เยาวชนเดินเข้ามาหาเรา โดยมีคุณสมบัติในทางเพลงพื้นบ้านน้อยมาก ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา นักเรียนไม่ทราบเลยว่า ศิลปะการแสดงของท้องถิ่นเราเขาเล่นกันอย่างไร จะต้องแสดงความสามารถอะไรได้บ้าง สิ่งเหล่านี้ หากไม่มีผู้ที่มีความรู้จริง ๆ คอยให้คำแนะนำนักเรียน สิ่งที่ผิด ๆ หรือความเข้าใจไม่ตรงทางก็จะติดตัวของเขาต่อไปจนแก้ไขได้ยาก
ชุมนุมศิลปะการแสดงท้องถิ่นจึงเป็นกลุ่มคนที่มารวมกันอยู่ในบ้านเพลงอีแซว ต่างความคิด ต่างวัย ต่างความรู้ ต่างความสามารถ ต่างครอบครัว ต่างฐานะ และที่สำคัญต่างจิตใจ ความตั้งใจ ความจริงจัง จริงใจที่ซ่อนอยู่ภายในเราไม่เห็น ผมไม่สามารถที่จะถามเอาคำตอบได้ ตัวอย่าง เช่น
- นักเรียนหญิงชั้น ม.1 คนหนี่ง ผู้ปกครองพามาสมัครเข้าวงเพลง ผมใช้เวลาฝึกหัดเขาตลอด 1 ปี ทั้งที่ห้องเรียนและที่บ้าน พอขึ้นชั้น ม.2 พฤติกรรมเปลี่ยนไป เขาไม่เล่นเพลงต่อ
- นักเรียนหญิงชั้น ม.1 คนหนึ่งตามเพื่อนมาจะขอเข้าวงเพลง ฝึกหัดเล่นเพลงพื้นบ้านอยู่กับวงของโรงเรียน เสียงดีมาก ท่าทางดี สุขุม เรียนเก่ง ผมฝึกหัดเพลงให้เขาและร่วมงานกับวงมา 3 ปี พอขึ้นชั้น ม.4 ก็เลิกเล่นไป
นี่เป็นเพียงพฤติกรรมบางส่วนที่ผมลองหยิบยกมาให้เห็น ไม่อยากจะเรียกว่า เป็นความสูญเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ผมเสียเวลา เพราะเวลาที่ทุ่มเทให้เด็ก ๆ พวกนี้ไปแล้ว ผลตอบกลับมาไม่คุ้มค่า ในคนบางกลุ่มหรือคนบางคน ต่อให้ทำดีร้อยสีพันอย่าง เขาก็มองไม่เห็นความดี ต้นแบบที่ยอมรับว่าดีบางครั้งก็ไม่มีอิทธิพลเหนือความด้อยในปัญญาที่หลงผิดได้เลย กาลเวลาสอนให้ผมรู้ว่า เด็กทุกคนที่เดินเข้ามาหาเรา คุณสมบัติที่สำคัญที่จะต้องมีติดตัวมา คือ ร้องเพลงได้ เสียงดีพอประมาณ บุคลิกภาพดี มีผู้ปกครองคอยดูแลมารับ-ส่ง ให้ความร่วมมือ เด็กอย่างนี้อยู่นานจนจบการศึกษา ม.3 หรือ ม.6
ชุมนุมศิลปะการแสดงท้องถิ่น เปิดรับนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมานาน ตั้งแต่ผมย้ายเข้ามารับราชการที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 (ปี พ.ศ. 2523) แต่เดิมใช้ชื่อว่า ชุมนุมศิลปะกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อมาเปลี่ยนชื่อชุมนุมเป็น ชุมนุมศิลปะการแสดงท้องถิ่น ในวันนี้ ผมได้เด็ก ๆ ในวงเพลงพื้นบ้านช่วยงานถ่ายทอดความรู้เพลงอีแซว เพลงฉ่อย ลำตัดฯลฯ รุ่นละ 15-25 คน ส่งต่อไปยังนักเรียนรุ่นน้องที่เข้ามาร่วมในชุมนุม ผมจัดเวลาในการร่วมกิจกรรมเอาไว้เป็น 2 ตอน 30 นาทีแรกเป็นเวลาของการฝึกหัดเพลง รุ่นน้องพบรุ่นพี่ และอีก 30 นาทีหลังเป็นการทบทวนบทบาทหน้าที่ในการแสดงของวงเพลงอีแซว เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมการแสดงในงานต่อไป
ภาระงานของนักเรียนในชุมนุม หลังจากที่สมาชิกทั้งหมดได้เลือกหัวหน้าชุมนุมและคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว ผมให้เขาวางแผนในการจัดกิจกรรม จัดการแสดงเพลงพื้นบ้าน โดยเน้นที่เพลงอีแซว และทำการฝึกปฏิบัติตามแผนที่นักเรียนร่วมกันวางไว้
1. การจัดกิจกรรมในเวลาเรียน 60 นาที ช่วงที่ 1 พบรุ่นพี่ และช่วงที่ 2 ฝึกการแสดงเพลงอีแซวกับรุ่นพี่
2. ฝึกการแสดงเพลงพื้นบ้านหลังเลิกเรียนทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 16.00-17.30 น. (เมื่อใกล้วันแสดงจะฝึกซ้อมทุกวัน)
3. ฝึกการแสดงในวันหยุด วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ (ตามนัดหมายเมื่อมีงานสำคัญ) ตั้งแต่เวลา 08.30-12.30 น.
4. ฝึกหัดเพลงอีแซว และเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ ที่บ้านครูเพลง ในช่วง 2-3 ปีนี้ กรณีนี้ไม่มี นอกจากผมนัดหมายให้เด็ก ๆ 2-3 คนมาฝึกหัดเป็นกรณีพิเศษ แต่ในปีก่อน ๆ เมื่อ ปี พ.ศ. 2535-2549 มีตลอดทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ จะมีนักเรียนไปหาผมและฝึกหัดเพลงพื้นบ้านโดยตลอด ในวันนี้ผมปล่อยให้เป็นความสมัครใจ (เราจะได้พบกับของแท้ ได้เห็นตัวจริง)

วันเวลาที่ผ่านไป ช่างรวดเร็วเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อว่า 1 ปีมีเวลาเพียง 365-366 วันเท่านั้นเอง เผลอไปไม่นานนี่ผมจะมีอายุ 60 แล้วหรือ “วงเวียนชีวิตกับการทำงานเพลงพื้นบ้านที่มีมาชั่วชีวิตของผม ดูเหมือนว่ายังไม่เพียงพอที่จะทำให้งานเพลงอีแซวสุพรรณฯมีความเข้มแข็งหรือแข็งแรงพอ” ดูได้จากเวทีการแสดง (งานหา จ้างวาน เชิญไปแสดง) ยิ่งถ้ามองในแง่ของเวลาทำการแสดง วันนี้ยังไม่พบว่าวงเพลงอีแซว เพลงพื้นบ้านนักเรียนวงใดในจังหวัดสุพรรณบุรี สามารถรับงานแสดงได้ทั้งคืน (แสดง 3-4 ชั่วโมงติดต่อกัน) ถ้ามองให้ลึกลงไปถึงผู้ชมที่หน้าเวทีการแสดง 3-4 ชั่วโมง ยังไม่พบว่า เพลงอีแซววงใดสามารถที่จะตรึงใจผู้ชมให้เฝ้าดูได้ยาวนานตลอดเวลาที่ทำการแสดง
แต่สำหรับวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนักเรียนที่ผ่านการฝึกหัดจากบ้านเพลงอีแซว ชุมนุมศิลปะการแสดงท้องถิ่น สามารถทำได้ถึงแม้ว่าจะยังไม่ 100 % ก็ตาม ผู้แสดงได้มีการฝึกปฏิบัติ อย่างต่อเนื่องและจริงจัง มีการปรับปรุงผลงานการแสดงมาโดยตลอด ได้ออกไปรับใช้สังคม ณ สถานที่ต่าง ๆ มากว่า 600 งาน ตามเจตนาที่ผมมุ่งมั่นที่จะให้พวกเขาเป็นทายาททางเพลงอย่างแท้จริง ไม่ว่าในอนาคตข้างหน้า นักเรียนเหล่านี้จะไปทำงานหรือดำเนินชีวิตอยู่ที่ไหน แต่เพลงพื้นบ้าน-เพลงอีแซวจะยังคงติดตามตัวเขาไปในทุกหนทุกแห่งจนลมหายใจสุดท้าย
(ติดตาม บ้านเพลงอีแซวในโรงเรียน ตอนที่ 4 จุดรวมพลังคนรุ่นใหม่)