เพื่อน: “ฮือๆๆ แกอยู่ไหนมาหาหน่อยได้ไหม

หญิงสาว: เป็นอะไร ร้องให้ทำไมเหรอ..ไม่สบายหรือเปล่า?

เพื่อน:เปล่า...ฮือๆๆ แกเรียนอยู่หรือไหม ฮือๆ มาหาหน่อย

หญิงสาว: อืม..เรียนอยู่ แต่ไม่เป็นไร แล้วตอนนี้แกอยู่ไหน

เพื่อน: ฮือๆๆ อยู่ห้อง...แกรีบมาเร็วๆนะ

**********************************************

สิ้นสุดบทสนทนาทางโทรศัพท์ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งเรียนอยู่...ต้องรีบเก็บข้าวของ ขออนุญาต อาจารย์ผู้สอน ออกจากเรียนก่อนเวลา ด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วงเพื่อนอย่างสุดชีวิต เสียงร้องให้สะอึกสะอื้นแทบจะขาดใจ จนจะคุยกันไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้กำลังเป็นอะไรอยู่..... ในระหว่างที่กำลังเดินทางหญิงสาวก็ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เพื่อนเป็นอะไรเลย และก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนกำลังเป็นอะไรอยู่กันแน่

          ใช้เวลาในการเดินทางไม่นานเท่าไหร่ ก็มาถึงห้องของเพื่อนสาวของเธอ..ได้ยินเสียงร้องให้ฟูมฟายจากในห้อง จึงรีบเคาะประตู เจอเพื่อนที่อยู่ในสภาพชุดนอนทั้งที่เวลาตอนนี้จะบ่าย3โมงแล้ว ไม่มีคำพูดใดๆจากเพื่อนแม้แต่นิดเดียว  มีแต่เสียงร้องให้กระหน่ำอย่างหนัก..เห็นสภาพเพื่อนเช่นนี้ก็พอๆเดาเรื่องราวออกแล้วว่าเรื่องอะไร...เพื่อนเปิดฉากเล่าเรื่องราวออกมา พูดไปร้องไปอยู่อย่างนั้น จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง..เรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาจากเพื่อนสาว ในช่วงเวลาเช่นนั้น คงได้แต่พูดปลอบใจเพื่อนด้วยความรู้สึกที่สงสารเขาจับใจเลยละ...

          ไม่ใช่แค่เรื่องของเขาแค่สองคนแต่ตอนนี้ครอบครัวถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆมากมายจนน่าปวดหัวไปหมด...สิ่งที่ผู้หญิง(วัยเรียน)ส่วนใหญ่กลัวที่สุด เวลาที่เขาทำเรื่องอะไรผิดหรือว่าพลาดไป ครอบครัวคือสิ่งแรกที่เขาไม่อยากให้รู้ เขาต้องการจัดการปัญหาต่างๆด้วยตัวเอง พ่อแม่คงจะรู้เพียงเรื่องราวที่ดีๆเกี่ยวกับเขาเพียงเท่านั้น...

          ความรัก เป็นจุดต้นเหตุของเรื่องราวต่างๆ...รักมากเกลียดมาก...รักมากโกรธมาก...รักมากห่วงมาก...รักมาก...คิดถึงมาก...รักมากจึงตัดใจไม่ได้สักที...ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดของความรัก เรื่องราวบางสิ่งบางอย่างถูกเปิดเผยออกไปให้พ่อแม่ได้รับรู้...ด้วยความไว้วางใจที่พ่อแม่ได้เชื่อใจ ด้วยความรู้สึกที่คิดว่าลูกของท่านจะไม่เป็นอย่างนั้น ท่านคงไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องราวทุกอย่างมันเป็นความจริง....แต่เมื่อมีใครสักคนมาเล่าอะไรให้ฟังคงจะสงสัยอยู่ไม่น้อย และท่านคงอยากจะรู้จากปากลูกที่ท่านสุดจะรักและห่วงเป็นธรรมดา....

          คำถามต่างๆถูกถามออกไปหวังเพียงคำตอบที่ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด...แต่ไม่ว่าจะยังไง พ่อแม่คือคนที่จะให้อภัยได้เสมอไม่ว่าเรื่องใดๆ...ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ระหว่างสิ่งที่คนอื่นเป็นคนบอก กับสิ่งที่ลูกที่ได้ยินจากปากลูกท่านเองจะเชื่อกันหนอ? ....ก็อุ่นใจไปเมื่อพ่อแม่เข้าเรื่องราวทุกอย่าง โดยที่ต่างฝ่ายก็ต่างสบายใจ หวังเพียงแต่ไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรที่วุ่นวายไปมากกว่านี้เลย....

          แต่ความรักเรื่องนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร ก็ไม่อาจคาดเดาได้...ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความรัก จะทำให้คิดอะไรเพราะความรู้สึกชั่ววูบอีกก็ได้ จากสิ่งที่เขาว่าคือความหวังดี แต่ว่าความหวังดีนั้นอีกฝ่ายอาจจะไม่ต้องการเลยก็ได้ จากความรู้สึกดีๆต่อกัน กลับกลายเป็นมองหน้ากันไม่ติดเลยด้วยซ้ำ...

******************************************

          นี่ คือ อีกหนึ่งแง่มุมของความรัก...

          ขออภัยหากว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามาอ่านเจอบันทึกนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิง หรือว่าเล่าอะไรในแง่ที่ให้เสียหาย แค่อยากจะเล่าสะท้อนความรู้สึก เพื่อให้เป็นแง่คิด**ไม่ได้ต้องการจะเอ่ยชื่อผู้ใดเลยแม้แต่น้อย  ความรักมีหลายรูปแบบฉะนั้นเราก็อย่าประมาท ในเรื่องของความรักนะค่ะ ความรักเป็นสิ่งละเอียดอ่อน ความรักขึ้นอยู่กับสิ่งมีชิตนั้นเข้าไปสัมผัสมันแล้วเรียนรู้มันได้มากขนาดไหน เพราะฉะนั้นการที่คนเรามีความรัก เราต้องรู้จักเรียนรู้จิตใจของฝ่ายตรงข้าม เพราะความรักบางครั้งมันก็ไม่เหมือนสิ่งที่คิดเสมอไป ผิดหวังบ้างสมหวังบ้าง เราต้องเตรียมตัว เราต้องเตรียมใจจะยอมรับมัน...