ไม่ได้นั่งฟังใครนานๆแบบนี้มานานๆเหมือนกัน หลังจากที่เรียนจบ

 

      ช่วงเวลาเจ็ดแปดวันนี้ สวมหมวกเป็นนักเรียน เล่นบทบาทเต็มที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

 

      วันนี้เป็นวันที่สี่

 

      เขาให้ทำอะไรก็ทำ เขาให้ไปทานอาหารว่างก็ทาน เขาให้ไปกินข้าวเที่ยงก็ไป (นอกจากเข้าห้องน้ำที่คิดเองได้)  

 

      นั่งฟังวิชาการ ทฤษฏีไม่ต่ำกว่าวันละห้าหกชั่วโมง มีหลับ มีคอตกบ้างเป็นธรรมดา

 

      แต่คราวถึงการเข้ากลุ่ม ออกความเห็น ตอบโจทย์ใบงานตามหลักสูตร จะรู้สึกคึกคัก สดชื่นขึ้น แม้จะมีความเหนื่อยล่าจากการฟังบรรยาย เพราะมีทีมที่มีชีวิตชีวา มิใช่องค์การ ที่เป็นอิฐ หิน ปูน ทราย

 

      สิ่งที่เรียนรู้ คือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติ หรือ การเรียนรู้จากแบบกลุ่ม และที่สำคัญการเรียนรู้จากทีม ที่มีโจทย์ให้คิดร่วมกัน มันส์ และ สดชื่น ไม่น่าเบื่อ

 

      ผมก็ไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าเรื่องของวิชาการ หรือ ทฤษฏีเป็นสิ่งที่จำเป็น

 

      แต่เพียง เรามีคู่มือ เรามีเอกสารวิชาการทฤษฏี แจกให้แล้ว หรือแม้กระทั่งโลกของไซต์เบอร์ เราก็มี อากู๋และ คุณย่าฮูเพราะความรู้ชัดแจ้ง explicit knowledge เราหาเองได้มากมาย

 

      สำหรับผมแล้วสิ่งที่ได้จากการอบรม ในครึ่งแรกนี้ สำคัญที่สุดคือ

            1.การได้ทีม หรือ เพื่อนร่วมงาน

            2.การเรียนรู้จากทีม

            3.การเรียนรู้กันและกัน

            4.การจำลองสถานการณ์จริง

            5.การยอมรับกันและกัน

 

      ขอบคุณทีมผู้จัดหลักสูตร นบก.3 มมส. คือ กองแผนงาน และที่สำคัญเจ้าของสถานที่ ณ โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ (อ.ทวีศิลป์, อ.ทม, พี่เนตร นักเตะ)

 

      แจ๊ค นบก.3 กลุ่ม2

 

      ทุกคนมีเวลาเท่ากัน เพียงแต่สำคัญใครกอบโกยผลประโยชน์เพื่อการพัฒนาเจ้าของ ได้มากกว่ากัน ไผ เป็น ไผ

 

      จิตสำนัก ความรับผิดชอบต่อทีม นั้นแหล่ะ คือ สิ่งสุดยอด ยิ่งกว่าไข่มดแดง อีสานบ้านเรา

 

      ทุกคนในทีม คือ คุณค่า ทุกคนคือ ผู้นำและ จับมือเดินกันไปในสถานการณ์จำลองนี้ ไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดความโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น เพียงเราทดสอบทฤษฏีบางประการ

     

      ร่วมกู่สร้างสรรค์พัฒนา นบก.3 กลุ่ม 2

 

      เราทดลองใช้โมเดล ประเทศ

      -รมต.กระทรวงแม่บ้าน

      -รมต.กระทรวงความสวยงาม

      -รมต.กระทรวงร้องบอกและบันเทิง

      -รมต.กระทรวงสมอง

      -รมต.กระทรวงบรรเทาทุกข์

      -รมต.กระทรวงของมีค่า

 

      ทุกคนรู้งาน รู้การ มีจิตสำนึก

 

นี้แหล่ะ คือ สัญญาใจไฟปรารถนา (ลิเกๆ)