เมื่อวันที่ 24 กค.52 ที่หอประชุม วัดพนัญเชิง สำนักส่งเสริมสุขภาพ ได้จัดสัมมนาเครือข่ายพระสงฆ์เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งก็จะมีวัดหลายแห่งที่ได้ทำกิจกรรมเรื่องส่งเสริมสุขภาพในวัดไปได้ ในรูปแบบที่ต่างๆ กัน

ดิฉันไปฟังมาด้วย ก็เลยนำเรื่องประทับใจมาสู่กันฟังต่อค่ะ แต่ละวัดที่ได้มาเล่าเรื่อง ท่านมีกิจกรรมอะไรที่ดีดีในวัดของท่านบ้าง

ที่วัดอุดมมงคล จังหวัดศรีสะเกษ

... โดยพระอธิการทองมา ฐิตธัมโม เจ้าอาวาส

วัดได้พัฒนาเรื่อง

  • สถานที่ บริเวณวัด ภูมิทัศน์ วัดร่มรื่น สิ่งแวดล้อมวัดสะอาด
  • แบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนเป็นเขต เช่น เขตวิสุงคามสีมา เขตอภัยทาน สังฆาวาส พุทธาวาส
  • ห้องน้ำ ห้องส้วม อ่างล้างมือ การบริการประชาชนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ สะอาด แบ่งเป็นสัดส่วนทั้งชายและหญิง แบ่งแยกสำหรับภิกษุสงฆ์สามเณร โดยมีป้ายสัญลักษณ์บ่งบอก
  • โรงอาหาร ห้องครัว มีการเก็บดูแลภาชนะการปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ มีการเก็บรวบรวมขยะ แยกแยะและกำจัดขยะที่ถูกวิธี
  • สัตว์เลี้ยง มีการควบคุมความปลอดภัย มีการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยนักเรียน หรืออาสาสมัครเข้ามาช่วยในด้านสาธารณสุข
  • เรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ได้มาตรฐานและเพียงพอ
  • ภายในวัดมีการติดตั้งถังดับเพลิง เพื่อป้องกันอัคคีภัย
  • สถานที่ศึกษามีป้าย มีบอร์ด ไว้เป็นที่รองรับการศึกษา
  • บุคลากรในวัดสามารถให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ เชื่อมโยงกับชุมชนในการทำงาน มีอุทยานการศึกษาวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้ในชุมชน

คติที่ท่านให้ไว้ก็คือ... "สภาพวัดของท่านเป็นอย่างไร ความสะอาดร่มรื่น ภูมิทัศน์บริเวณวัด ประชาชนเข้ามาแล้วได้รับความร่มรื่น ร่มเย็น ชวนให้อยุ่อย่างมีแหล่งเรียนรู้ มีแหล่งศึกษาวัฒนธรรม"

วัดลานแซะ จังหวัดพัทลุง

โดย พระครูศาสนกิจจาทร เจ้าอาวาสค่ะ

สิ่งที่ท่านมีความภูมิใจ ก็คือ "ทำให้วัดได้อยู่กับชุมชน และเน้นชุมชนเป็นสำคัญ" โดย

ท่านมีการเผยแพร่ความรู้ทางหอกระจายข่าวทั้งในวัดและชุมชน จากความคิดที่ว่า ทำอย่างไรจะทำให้เราได้ทำงานเกี่ยวกับประชาชน ชุมชน เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เกี่ยวกับเยาวชนให้มีสุขภาพดี

จึงมีการบรรยายทางหอกระจายข่าว เปิดออกไป ให้ประชาชน ญาติโยมได้รับความรู้ ปัจจุบัน ได้ขยายให้ไกลขึ้น เป็นระบบ FM ความถี่ 102 MHz มีเวปไซต์ http://www.watlanzae.com/ และได้ปฏิบัติมาเรื่อยๆ มีเสียงตอบรับเยอะ ที่ตอบรับมากที่สุด คือ ผู้สูงอายุ เพราะว่าฟังแล้วมีความสุข มีความสบายใจ ... สิ่งที่พูดส่วนมากจะเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิต เรื่องสุขภาพ ทำอย่างไรให้สุขภาพดีและมีความสุข เพราะอยากให้ผู้สูงอายุเน้นออกกำลังกายด้วย

มีกิจกรรมเข้าค่ายของนักเรียน ไปจนถึงผู้สูงอายุ มีสวนป่า ที่วัดเราไม่ติดพัดลม เราเอาลมพัด และมีน้ำหยดบนหลังคา จะมีเสียงฝนตก เสียงเป็นธรรมชาติมาก นี่คือ โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดลานแซะ เปิดมา 8 ปี โดยประมาณ

เศษอาหารต่างๆ ก็จะมาเก็บในถัง ทำปุ๋ยชีวภาพ

ทำแล้ว ท่านก็ได้บอกว่า ท่านได้อะไรมาบ้าง ก็คือ

  • วัดสะอาดขึ้น
  • พระสงฆ์ระมัดระวังในการฉันมากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน ของเค็มมากขึ้น เพราะไม่ดีกับสุขภาพ
  • ชุมชนมีความสุข

วัดห้วยเกี๋ยง จังหวัดเชียงใหม่

โดย พระครูสุธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสค่ะ

ท่านได้บอกว่า แนวคิดของท่านในการทำงานนี้ ก็คือ

  • ทำอย่างไรให้คนเข้าวัด ...
  • เมื่อทำแล้ว คนเข้าวัดแล้ว ... ทำอย่างไรที่จะให้เราทำวัดคืนกำไรให้กับสังคม หรือชาวบ้าน

เมื่อคนเข้าวัดแล้ว กิจรรมที่ทำ คือ

หนึ่ง ต้องสร้างเครือข่าย หรือแนวร่วม ให้คนที่มีความคิดแบบเดียวกันมาทำกิจกรรมในวัด "รวมทุน รวมคน รวมสังคม" ให้มาอยู่ในวัด เมื่อคนมาอยู่ในวัด ต่างคนก็ทำหน้าที่ของเขา เราก็สามารถบริหารให้คนทำกิจกรรมต่างๆ ในวัด ถ้าทำตรงนี้ได้ ก็สำเร็จ

เมื่อคนมาทำกิจกรรมแล้ว การที่ชุมชนจะเข้มแข็ง หรือทุกอย่าง จะเริ่มต้นจากการทำกิจกรรม ... กิจกรรมทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ...

ท่านทำกิจกรรม ละอ่อนเข้าวัด หมายถึงดึงเด็กให้เข้าวัด สองผู้สูงอายุ สาม ทำ "คนหลายวัย สานใจชุมชน" ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่เลย คือ เอาเด็กดึงผู้ใหญ่ หรือคนแก่มาวัด ... เอาเด็กนำเลย นั่นก็คือ ทำยังไงให้เด็กมาวัด ... ที่วัดมีขนมแจก เด็กที่มาที่วัดทุกคนต้องได้รับขนมแจก ผลไม้ให้เด็กกินเลย ตามสบาย

อื่นๆ ที่วัด ก็จะมี หมอนวดในวัด และศูนย์รักษาคนป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยมีเจ้าหน้าที่จาก รพ. ช่วยดูแล มีอาสาสมัคร และจิตอาสาช่วย

ข้อคิดหนึงที่ท่านฝากไว้ ก็คือ "หลักการทำงาน มี 2 รู้ คือ รู้เรา หมายถึง เราชอบอะไร กินอะไร รู้สังคม เราก็จะคุยกับสังคมรู้เรื่อง"

วัดบันไดทอง จังหวัดเพชรบุรี

โดย พระครูสิริพัชรานุโยค เจ้าอาวาส

ท่านได้บอกแนวคิดด้านธรรมะมาประยุกต์ใช้ 5 ข้อ คือ

ใจพิจารณา ... จะบริหารอะไร ก็จะอยู่ในความคิดเป็นนามธรรมก่อน

ตาดู ... คือ การจับมาทำเป็นรูปแบบ ตรงไหน จัดอย่างไร

หูฟัง ... อยู่ด้วยกันต้องฟังคนที่อยู่ร่วมกันด้วย เพราะว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว และที่สำคัญที่สุด จะต้องฟังเสียงญาติโยมชาวบ้าน

การอาศัยคนที่อยู่ร่วมกัน ... อาศัยฆราวาส เป็นกระจกสะท้อนให้เราได้ทราบ

และข้อที่ห้า คือ มือทำ ... ทำแบบสมภารไก่ ก็คือ ไก่เลี้ยงลูกต้องให้ทุกตัวได้กินก่อน พอกินหมด แม่จึงได้กิน ... แบบนี้ก็จะสามารถปลูกฝังคนที่อยู่เพื่อการพัฒนาได้

เราต้องพัฒนาทุกอย่าง และมีกติกาว่า ก่อนฉันจะต้องพัฒนา คือ ปัดถูอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำหมด

โบราณเขาบอกว่า "โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ประชาชน เสมอต้นเสมอปลาย" ... เราก็จะเรียกน้ำใจจากผู้ที่อยู่ร่วมกัน ให้มาร่วมด้วยได้

คติที่ท่านฝากไว้ก็คือ

  • ดูตัวออก ... ว่า ขณะนี้เราทำหน้าที่เป็นอะไร เป็นพระ เป็นพ่อเป็นแม่ ก็ทำหน้าที่ตามนั้น เป็นลูก เป็นหัวหน้าก็ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์
  • บอกตัวได้ ... เราเป็นอย่างไร และทำอะไร บอกได้ว่า ทำดี หรือทำชั่ว ต้องรู้ตัวว่า กำลังคิดทำอะไร ทำดีก็ทำต่อ ทำชั่วก็ต้องหยุด
  • สาม ใช้ตัวเป็น ... หน้าที่ใครก็ใคร เพื่อประโยชน์ตัวเอง ประโยชน์ผู้อื่น และประโยชน์ต่อสังคม
  • เห็นตัวชัด ... คือ ปรินิพพาน นั่นก็คือ หยุดได้ด้วยประการทั้งปวง