อ.แหวว แนะนำให้ไปลองหาตำรากม.ว่าด้วย บุคคล ของอาจารย์ สมทบ สุวรรณสุทธิ มาอ่าน แต่อย่างที่เรารู้กัน บนชั้นหนังสือ ย่อมมีตำราเรื่องเดียวกัน ที่เขียนโดยอาจารย์ท่านต่างๆ หยิบมา 4 เ่ล่ม, ระหว่างดูๆๆ ว่าจะอ่านเ่ล่มไหนก่อนดี ..ก็พบว่า ฉบับศ.เอกูต์ เขียนปี 2477, อ.สมทบนั้น เขียนปี 2514, อ.อนุมัติ ใจสมุทร ปี 2515, อ.พรชัย สุนทรพันธุ์ ปี 2518, ท่านอาจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ นั้น พิมพ์ครั้งแรกปี 2451 แต่เล่มที่หยิบมาคือพิมพ์ครั้งที่ 6 ปี 2529 งั้นเริ่มเลยละกัน ..
-
มนุษย์เท่านั้นที่เป็นบุคคล
-
วิธีกำหนดตัวบุคคลให้รู้ว่าใครเป็นใคร มี 3 วิธีคือ "นาม" กับ "ภูมิลำเนา" และ "การจดทะเบียน"
-
นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงเรื่องการจดทะเบียน คือการรับรองเป็นทางราชการซึ่งการกระทำและเหตุต่างๆ อันเกี่ยวกับสภาพบุคคล เช่น การเกิด การตาย การสมรส การอย่า การรับบุตร์บุญธรรม การรับรองบุตร์ ฯลฯ
-
ประโยชน์ในการกำหนดตัวบุคคล
กม.มหาชน เพื่อประโยชน์แก่บุคคลคนหนึ่งๆ ในการใช้ิสิทธิออกเสียง หรือจะสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนรษฎร ฯ รวมถึงการกำหนดการเก็บภาษี การเกณฑ์ทหารฯลฯ ทางฝ่ายปกครองจึงต้องการทราบ มิฉะเพาะตัวบุคคล แต่ยังต้องทราบ อายุ เพศ ภูมิลำเนาด้วย
กม.อาญา เ็ป็นการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบอายุผู้ต้องหา
กม.เอกชน จำเป็นในกรณีเมือ่ต้องการทำสัญญา
-
นาม ปพพ.ม.18 บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิอันแท้จริงในนามที่ตนใช้ เพราะกฎหมายให้สิทธิในอันที่จะห้ามมิให้ผู้อื่นเอานามของตนไปใช้ และในอันที่จะขัดขวางมิให้ผู้อื่นมาโต้แย้งการใ้ช้นามของตน
-
ภูมิำลำเนา เป็นถิ่นอันบุคคลได้ถูกผูกมัด อยู่เป็นทางราชการ เ็ป็นถิ่นอันเราอาจจะไปพบกับบุคคลนั้นได้ และถ้ามีการติดต่อใดๆ กับบุคคลนั้นก็ต้องมุ่งไปที่นั้น
-
ภูมิำลำเนา ได้แก่ถิ่นอันบุคคลนั้นมีที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ
-
ถิ่นที่อยู่ เป็นที่ที่บุคคลพักอาศัย ครองชีพอยู่โดยลำพังหรือกับครอบครัว
-
ภูมิลำเนาไม่ปรากฎ ให้ถือว่าถิ่นที่อยู่เป็นภูมิลำเนา (ม.46)
-
หากบุคคลอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง พบตัวที่ถิ่นไหน ให้ถือถิ่นนั้นเป็นภูมิลำเนา (ม.47)
-
การเปลี่ยนภูมิลำเนา ได้แก่ การย้ายถิ่นที่อยู่ เพื่อถือเอาเป็นถิ่นที่อยู่ และการย้ายนั้นได้กระทำไปด้วยเจตนา จงใจว่าจะเปลี่ยนภูมิลำเนา คือถือเอาถิ่นที่อยู่ใหม่เป็นแหล่งสำคัญ
-
-
การจดทะเบียน
-
เพื่อประโยชน์ทั้งหลายอันจะได้รับจากการกำหนดตัวบุคคลโดยการจดทะเบียน คือ การรับรองเป็นทางราชการซึ่งการอันเกี่ยวกับสภาพบุคคลนัน ไม่ว่าทางกฎหมายมหาชน เอกชน
-
กม.ไทยบัญญัติ ฉะเพาะในเรื่องการจดทะเบียนคนเกิด คนตายและคนย้ายตำบล ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่ ผู้บัญญัติกม.มุ่งเอาใจใส่ฉะเพาะประโยชน์แห่งรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหาร และการกำหนดภาษีอากร
-
ดู พ.ร.บ. การตรวจสอบบาญชีิสำมโนครัวแลการจดทะเบียนคนเกิด คนตาย คนย้ายตำบล พระพุทธศักราช 2460 และในกฎเสนาบดี โดยอาศัยอำนจตามพรบ.ดังกล่าว ซึ่งให้ใช้แต่ในกรุงเทพพระมหานคร (กฎเสนาบดี กระทรวงนครบาลประกอบพรบ.การตรวจสอบบาญชี ฯ ลว 22 มิถุนายน 2460 และประกาศแก้ไขกฎเสนาบดี ฉะบับ ลว 26 กันยายน 2470)
-
ส่วนในหัวเมือง มีปรากฎอยู่ในกฎการจดทะเบียนคนเกิดคนตายหัวเมือง ลว 25 ธันวาคม 2458
-
บิดา มารดา หรือเจ้าบ้าน หรือผู้เป็นหัวหน้าในสถานที่นั้นๆ มีหน้าที่ต้องแจ้งความต่อกรมการอำเภอ หรือกำนันแห่งภูมิลำเนาของตน ถึงการเกิด การตาย
-
เจ้าพนักงานมีหน้าที่รับแจ้ง และจดคำแจ้งลงในทะเบียน และออกใบคู่มือหใ้แก่ผู้มาแจ้งความ
-
หน้าที่ของบุคคลที่ย้ายที่อยู่จะต้องแจ้งความต่ออำเภอแห่งถิ่นที่อยู่เดิม/ใหม่ ภายใน 15 วัน
-
-
การอื่นๆ อันเกี่ยวด้วยกับสภาพบุคคล เป็นต้นการสมรส การหย่า การรับบุตร์บุญธรรม การรรับรองบุตร์ โดยคำพิพากษาของศาลไม่มีกม.บังคับว่าต้องจดทะเบียน
-
การจดทะเบียนเหล่านี้ความจริงมีบังคับใน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกม.ลักษณะผัวเมีย พ.ศ.2475 แต่ได้ถูกงดการใช้ฯลฯ
-
-
สิ่งที่ประกอบสภาพบุคคล ได้แก่ นิติฐานะของบุคคล หมายถึง ฐานะตามกม.ของบุคคลในความเกี่ยวพันกับส่วนใหญ่ทั้งสองแห่งชุมชนซึ่งบุคคลนั้นได้ถูกผูกมัดอยู่ คือ ประชาชาติและครอบครัว
-
สิทธิและหน้าที่ของบุคคล
-
ตามกม.มหาชน
-
เสรีภาพของบุคคล หรือสิทธิแห่งมนุษยชน ซึ่งมีอยู่แก่บุคคลทุกคน โดยไม่เลือกอายุ เพศ หรือสัญชาติ และสิ่งทีคู่กันคือ หน้าที่ที่จะเคารพสิทธิอันเสมอกันของบุคคลอื่น
-
สิทธิทางการเมือง เป็นสิทธิฉะเพาะแก่ บุคคลที่เป็น พลเมือง ของประเทศที่ตอ้งประกอบไปด้วย อายุ ความรู้ และคุณสมบัติ ซึ่งกม.รับรองให้มีสิทธิในการออกคะแนนเสียงและสมัครรับเลือกตั้ง
-
หน้าที่ทางการเมือง
-
-
ตามกม.เอกชน
-
สิทธิและหน้าที่ในครอบครัว
-
ความเกี่ยวพันตามกม.เอกชน คือ หนี้
-
ความเกี่ยวกันตามกม.เอกชน คือ ทรัพย์ ซึ่งขึ้นกับฐานะต่างๆ ที่บุคคลคนหนึ่งได้เข้าไปเกี่ยวข้อง คือ กรรมสิทธิ ครอบครอง ภาระจำยอม อาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน ซึ่งแน่นอน-มาพร้อมกับหน้าที่
-
สิทธิของเอกชนในลักษณะมรดก
-
-
ความสามารถสภาพบุคคลหมายถึง การที่มีความสามารถครบบริบูรณ์ คือสามารถที่จะใช้สิทธิทั้งหลายและตกอยู่ในบังคับแห่งหน้าที่ใดๆ อันเป็นสิ่งที่ประกอบสภาพบุคคลทุกคนที่มีอายุครบถ้วน และมีสติบริบูรณ์ โดยไม่เลือกว่ามีเพศใด ย่อมเป็นผู้บรรลุนิติาภวะ
-
คือมีความสามารถบริบูรณ์ในการใช้สิทธิ และมีความรับผิดอย่างเต็มที่ในหน้าที่ของตนตรงกันข้าม ในพฤติการณ์บางเรื่อง ผู้บัญญํติกม.ไม่ให้บุคคลมีอิสระในการใชสิทธิและมีหน้าที่ตามสภาพบุคคลของตน โดยจัดให้บุคคลนั้นอยู่ภายใต้ข้อบังคับพิเศษแห่งการคุ้มครองป้องกันและการไร้ความสามารถ ซึ่งได้แก่ผู้เยาว์บุคคลวิกลจริตพิการจิตต์ฟั่นเฟือนไม่สมประกอบความประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสพเล
-
-
พยายามคิดจุดเชื่อมระหว่าง "Personality" ตามกฎหมายเอกชน และตามกฎหมายมหาชนให้ออกนะคะ เช่น กรณีสามีภริยา สถานะบุคคลในสถานการณ์นี้ย่อมถูกวิเคราะห์อย่างไรภายใต้ทฤษฎี Personality
สวัสดีค่ะครูอ้อย
ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยม ขอบคุณมากค่ะที่เป็นกำลังใจให้
ครูรจเป็นคุณครูน้องกู๊ดดี้ ที่โรงเรียนอนุบาลทองฤทัย
ขอบคุณค่ที่ให้ความรู้