คนเราทุกวันนี้สุขภาพจิตแย่ หัวเราะน้อยลง ยิ้มน้อยลง ซึ่งทำให้ความสุขลดลงโดยปริยาย

คิดแง่บวก 

    คนเราทุกวันนี้สุขภาพจิตแย่ หัวเราะน้อยลง ยิ้มน้อยลง ซึ่งทำให้ความสุขลดลงโดยปริยาย เลยมีหลายหน่วยงานออกมารณรงค์ให้คนเรา ทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีความสุขไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ดูหนังตลก หรือออกไปเที่ยว เขาว่ากันว่าการท่องเที่ยวเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ทุกบ้านสามารถนำมาใช้เมื่อเกิดความเครียด ไม่สบายใจ แค่ได้ออกนอกบ้านแม้จะเป็นสถานที่ใกล้ๆ ได้มองเห็นน้ำ เห็นท้องฟ้า ก็ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย และที่สำคัญ การท่องเที่ยวก็ยังเป็นยาสามัญประจำบ้านของประเทศอีกด้วย แค่เม็ดเงินเพียงเล็กน้อยที่พวกเราใช้จ่ายเวลาไปเที่ยวก็เป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของแต่ละชุมชนที่เราเข้าไปแค่ก๋วยเตี๋ยวซักชาม โอเลี้ยงซักแก้วก็ช่วยให้พ่อค้าแม่ขายอยู่ได้แล้วล่ะ

   
แต่สิ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขนั่น คือ การคิดแง่บวก ลดอคติในเรื่องต่างๆ การตั้งความหวังเป็นความรู้สึกด้านบวกต่อจุดมุ่งหมาย (Goal) ว่าจะสำเร็จได้ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ มีความมุ่งมั่นพากเพียรในการค้นหา และดำเนินการเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายนั้น การมองโลกในแง่ดี หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Optimism” เป็นความสามารถในการคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีท่ามกลางอุปสรรคปัญหา เป็นมุมมองที่เชื่อว่าโลก คน และเหตุการณ์ต่างๆ มีความสัมพันธ์ที่ดีในการเชื่อมโยงต่อกัน จึงทำให้เกิดผลที่ดีในที่สุด

   
           อย่างไรก็ตามเหรียญยังมี 2 ด้านชีวิตคนเรายอมมีทั้งดี  และร้ายในเหตุการณ์เดียวกัน แต่แตกต่างกันด้วยกาลเวลาก็อาจเปลี่ยนโชคร้ายเป็นโชคดีได้ เช่น วันนี้รถคุณเสียทำให้คุณต้องนั่งรถเมล์ไปทำงาน ตอนแรกคุณคงทั้งเหนื่อย และหงุดหงิดคิดว่าทำไมวันนี้โชคร้ายอย่างนี้  แต่ปรากฏว่าวันนี้เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนที่คุณต้องใช้ประจำ  หากวันนี้คุณขับรถมาเองก็ต้องขึ้นทางด่วนและอาจต้องติดนานอยู่บนนั้น ก็กลับกลายเป็นว่าวันนี้คุณโชคดีจริงๆ ที่รถเสีย มิเช่นนั้นต้องมาทำงานสายแน่ๆ

           Positive Thinking เป็นของฟรีที่สามารถนำไปเพิ่มคุณค่าให้แก่ชีวิตทำให้ชีวิตมีความสุข รู้จักชื่นชมในสิ่งดีๆ จะทำให้เกิดความสุขใจ อายุยืนยาว หน้าตาผ่องแผ้วสดใส และยังเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ที่ทำให้คนข้างเคียงรู้สึกได้รับรู้ได้ ทั้งยังเป็นกระแสแม่เหล็กที่จะดึงดูดคนในลักษณะเดียวกันเข้าหากัน เพื่อนำไปสู่พลังขับเคลื่อนที่ดีในสังคมต่อไป